“พิชัย” จับมือ เอกชน ทำงานเชิงรุก-ไร้รอยต่อ ขับเคลื่อน 10 นโยบาย ตั้งเป้าส่งออกปี 68 โต 2-3% ทะลุ 10 ล้านล้านบาท คว้าทุกโอกาสการค้า เพื่อคนไทย

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 18 ธ.ค. 2567 ที่ห้องมโนปกรณ์นิติธาดา ชั้น 12 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ พร้อมด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ และภาคเอกชน ร่วมแถลงภายหลังการประชุมเป้าทำงานในการผลักดันการส่งออกปี 2568 ของกระทรวงพาณิชย์

ตามนโยบายของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้ภาครัฐเร่งทำงานเชิงรุกร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การส่งออกไทยขยายตัว ทำเงินเข้าประเทศ และปรับตัวคว้าทุกโอกาสการค้า เพื่อคนไทย ในทุกวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งนายพิชัยได้ให้ตัวแทนทูตพาณิชย์ ใน 7 ภูมิภาค นำเสนอแผนผลักดันการส่งออกผ่านระบบ zoom และรับฟังข้อคิดเห็นจากภาคเอกชนด้วย

นายพิชัย กล่าวว่า ภาคเอกชนชื่นชมที่กระทรวงพาณิชย์สามารถเจรจา FTA ไทย-เอฟตาจบลงได้ จะทำให้ประเทศไทยก้าวหน้าต่อไป และในอนาคตจะเร่งเจรจา FTA กับอียู และอังกฤษ ให้มีเขตการค้าเสรีหรือ FTA เกิดขึ้นให้มากที่สุด โดยในปีนี้คาดว่าโอกาสที่การส่งออกจะทะลุ 5% มีสูง อาจจะทะลุ 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือมากกว่า 10 ล้านล้านบาท สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ สำหรับปีหน้าได้กำหนด 10 นโยบาย ในการผลักดันการส่งออกไทย ประกอบด้วย

1.ผลักดันการส่งออก ปี 2568 คาดว่าการส่งออกจะเติบโตได้ 2-3% ซึ่งหวังว่าจะทำได้มากกว่านี้ เพราะเชื่อว่าตอนนี้มีหลายอุตสาหกรรมที่แห่เข้ามาลงทุนในไทย

2.ไวต่อสถานการณ์ การค้าและการลงทุนเรื่องที่กังวลในประเด็นสหรัฐฯ จะขึ้นภาษี ตอนนี้กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งเจรจา โดยในเดือนก.พ. ตนจะมีโอกาสพบกับผู้บริหารชุดใหม่ของอเมริกา จะไปอธิบายว่าประเทศไทยไม่ควรโดนภาษีเพิ่มเพราะไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าให้อเมริกา

3.เศรษฐกิจไทย กลับมาเป็นบวกต่อเนื่อง ซึ่งตนเชื่อว่าทุกวิกฤตเป็นโอกาสสำหรับประเทศไทย และในวันพรุ่งนี้ (19 ธ.ค.) ตนจะเดินทางไปที่ญี่ปุ่น โดยจะพบกับ รมว.เศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น หรือ METI และพบกับภาคเอกชนจะเชิญชวนให้มาลงทุนในไทย

 

4.ไทยพร้อมทำ FTA กับทุกประเทศ เพื่อเร่งขยายการค้า ทำเงินเข้าประเทศ 5.พร้อมเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมใหม่ เศรษฐกิจไทยต้องโตอย่างต่ำ 5% ไปอีกปี 20 ปี ถึงจะหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ต้องพร้อมเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ทั้งเซมิคอนดักเตอร์และดาต้าเซ็นเตอร์

6.รีแบรนด์ Thai SELECT ให้เข้าใจง่ายคล้ายมิชลินสตาร์ และโปรโมทส่งออกสินค้าระดับ Think Thailand NEXT LEVEL ไม่ขายวัตถุดิบอย่างเดียว แต่จะขายสินค้าสำเร็จรูปที่มีมูลค่าสูงให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

7.สร้าง Thailand Brand การันตีสร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อและร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนผู้ประกอบการ SME

8.ดึงดูดคนทั่วโลกด้วยซอฟต์พาวเวอร์ ใช้เสน่ห์ของไทยทำให้มีจุดขาย 9.ทูตพาณิชย์ต้องมองโอกาสใหม่ๆ ร่วมมือกับพาณิชย์จังหวัด ช่วยส่งเสริมธุรกิจของไทยผู้ประกอบการไทย

10.กระทรวงพาณิชย์ ยุค 80:20 โดย 80% สนับสนุนภาคเอกชนส่งเสริมให้การค้าขายของเราให้เจริญรุ่งเรืองและอีก 20% ทำหน้าที่ควบคุมกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้การเกิดค้าขายที่เป็นธรรม มีมาตรฐาน

“ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชนมีความร่วมมือที่ดีกันมาโดยตลอด ทางเอกชนเสนอว่าควรมีการประชุมกันอย่างต่อเนื่อง เช่น ทุก 3 เดือน หรือถ้าฉุกเฉินก็สามารถคุยกันได้ทันที เพื่อเร่งส่งเสริมเศรษฐกิจไทยเติบโต เพราะเศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนด้วยเอกชน กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ส่งเสริมให้เอกชนทำให้การค้าการขายคล่องขึ้นส่งของได้มากขึ้น” รมว.พาณิชย์ กล่าว

ด้านตัวแทนภาคเอกชน ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าฯ ขอชื่นชมนายกฯ และกระทรวงพาณิชย์ ในการขับเคลื่อนอย่างเข้มข้น ทำให้ปีนี้การส่งออกไทยโตขึ้นถึง 5% มากกว่าที่คาดไว้ และในปีหน้าคาดว่าเราจะเติบโตต่อได้อีก

ซึ่งอุปสรรคทั้งหลายที่เกิดขึ้นในวันนี้ เชื่อว่าจะมีโอกาสให้กับไทยในหลายเรื่อง ทางกระทรวงพาณิชย์ทำงานร่วมกับภาคเอกชนให้ขับเคลื่อนการส่งออกของเศรษฐกิจไทย ถ้าไม่มีเซอร์ไพรส์อะไรมากน่าจะไม่มีปัญหา

ขณะที่ นายอรุณ เอี่ยมสุรีย์ กรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้ได้หารือกันกับกระทรวงพาณิชย์เกือบทุกเรื่อง มีการวางแผนป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งตัวเลขการส่งออกสูงเป็นประวัติการณ์ และแผนงานด้าน FTA มีความคืบหน้าและมีเป้าหมายที่จะขยายเพิ่มเติม เป็นแนวโน้มที่ดีสำหรับประเทศ

ด้าน นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตัวเลขการส่งออกในปีนี้ถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประเทศสูงที่สุดในประวัติการณ์มากกว่า 10 ล้านล้านบาท มาจากการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อระหว่างภาครัฐกับเอกชน

ซึ่งท่านรัฐมนตรีมีนโยบายที่ชัดเจนในการทำงานร่วมกับเอกชนทั้งการผลักดัน FTA และการแก้ไขอุปสรรคทางการค้าอย่างจริงจังและรวดเร็ว โดยในปีหน้าเราต้องทันเหตุการณ์และทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เร่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมมีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

นายอรุณ เอี่ยมสุรีย์ กรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทยผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ทูตพาณิชย์ทั่วโลกและพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมด้วย

สำหรับสถานการณ์การส่งออก 10 เดือนแรก ปี 2567 ของไทย ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ต.ค.67 มีมูลค่า 250,398 ล้านเหรียญสหรัฐฯ บวก 4.9%

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน