ไทย เป็นเจ้าภาพร่วมผนึกกำลัง ส่งเสริมความมือระดับภูมิภาค เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ ในภูมิภาคอินโดจีน – พม่า ตามกรอบอนุสัญญาแรมซาร์

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายโอภาส ถาวร รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ โฆษกกรมทรัพยากรน้ำ แถลงข่าวการประชุม ครั้งที่ 8 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความริเริ่มระดับภูมิภาคอินโดจีน – พม่า ภายใต้อนุสัญญาแรมซาร์ (Indo-Burma Ramsar Regional Initiative: IBRRI) ร่วมกับองค์การะหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ระหว่างวันที่ 18 – 21 ก.พ. 2568 ณ กรุงเทพมหานคร

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงานระหว่างประเทศสมาชิก ร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์และพิจารณาแผนการดำเนินงาน ทั้งในเชิงนโยบาย วิชาการ และการสนับสนุนการสร้างขีดความสามารถ อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำในภูมิภาคอินโดจีน – พม่า ตามกรอบอนุสัญญาแรมซาร์ นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาดูงานในพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญ ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี (สถานตากอากาศบางปู) จังหวัดสมุทรปราการ

การประชุมในครั้งนี้มีผู้แทนประเทศไทยจากกรมทรัพยากรน้ำ ที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการบริหารฯ ให้ดำรงตำแหน่งประธาน IBRRI และมีผู้แทนจากประเทศสมาชิกซึ่งเป็นประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ประกอบด้วย ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และราชอาณาจักรไทย พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง องค์การระหว่างประเทศ และองค์กรพันธมิตร เข้าร่วมรวมกว่า 50 คน

นายโอภาส เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะหน่วยประสานกลางระดับชาติของอนุสัญญาแรมซาร์ หรือ Ramsar National Focal Point มีความมุ่งมั่น ตั้งใจที่จะส่งเสริม สนับสนุน และขยายความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคอินโดจีน – พม่า ทั้ง 5 ประเทศ ร่วมกับประเทศพันธมิตร เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งในการวางแผนเชิงนโยบายการแลกเปลี่ยนความรู้เชิงวิชาการ และการสนับสนุนการเสริมสร้างขีดความสามารถให้กับประชาชนในแต่ละพื้นที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของความริเริ่มในระดับภูมิภาคอินโดจีน – พม่าของอนุสัญญาแรมชาร์ หรือ IBRRI ซึ่งความร่วมมือของทุกภาคส่วนในครั้งนี้จะเป็นเหมือนฟันเฟืองเล็กๆ ที่ขับเคลื่อนไป เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนนำไปสู่การพัฒนากลไกการสร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืนและส่งต่อทรัพยากรที่มีค่านี้ให้กับคนรุ่นต่อไป ผลการประชุมในครั้งนี้ จะถูกนำไปเป็นส่วนหนึ่งของการรายงานผลการดำเนินงาน

สำหรับการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำสมัยที่ 15 (Ramsar COP 15) ภายใต้หัวข้อหลัก “Protecting Wetlands for our common future” ในระหว่างวันที่ 23 – 31 กรกฎาคม 2568 ณ สาธารณรัฐซิมบับเว ต่อไปด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน