โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เป็นภาวะทางสุขภาพที่สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี คิดเป็นร้อยละ 9.7 ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ในขณะที่ร้อยละ 9 ของความสูญเสียจำนวนนี้ เป็นการสูญเสียที่มาจากการรักษาพยาบาล และส่วนที่เหลือเป็นการสูญเสียจากการออกจากตลาดแรงงานก่อนวัยอันควร
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคมไทย (สฟอท.) และเครือข่ายองค์กรสุขภาวะ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาและส่งเสริมสถานประกอบการ ภายใต้เครือข่าย ส.อ.ท. ให้เป็นองค์กรสุขภาวะ สร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่วัยทำงาน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความสำคัญของการส่งเสริมสถานประกอบการให้เป็นองค์กรสุขภาวะ ภายใต้บทบาทของ ส.อ.ท. ว่า พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อประกาศเจตนารมณ์ของทั้ง 3 หน่วยงาน ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดองค์กรสุขภาวะต้นแบบ ผ่านเครื่องมือที่ชื่อว่า ความสุข 8 ประการ ในการสร้างนโยบายองค์กรสุขภาวะให้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้นทั้งด้านกาย ใจ สังคม และปัญญา รวมถึงช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทำงานให้มีสุขภาวะดี เพื่อให้สถานประกอบการเกิดผลผลิตที่ดีควบคู่กันไป

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาวะองค์กรว่า สสส. โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร เป็นหน่วยงานที่มุ่งผลักดันนโยบายสาธารณะ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีให้แก่คนทำงาน ซึ่งการร่วมมือกับ ส.อ.ท. สฟอท. และเครือข่ายองค์กรสุขภาวะในครั้งนี้ ไม่เพียงส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีของคนทำงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพ เชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างองค์กร ปั้นให้เกิดนักสร้างสุของค์กรผู้นำสุขภาพ 100 คน มุ่งเป้านำร่องในสถานประกอบการ 50 แห่งทั่วประเทศ

ด้าน ดร.สง่า ดามาพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านโภชนาการ สสส. บอกเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพ ห่างไกล NCDs ไว้ว่า NCDs เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่พึงประสงค์ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงขาดการออกกำลังกาย จนนำมาสู่การเกิดโรคและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร การแก้ปัญหาเหล่านี้นอกจากพนักงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองแล้ว องค์กรเองมีส่วนช่วยได้เช่นกัน โดยการเป็น องค์กรสร้างเสริมสุขภาพ (Healthy Organization) การสร้างองค์กรที่มีการวางระบบให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพแก่พนักงาน และส่งเสริมให้พนักงานนำความรู้นั้นไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการจัดสภาพแวดล้อมในองค์กรให้เอื้ออำนวยต่อการสร้างเสริมสุขภาพของพนักงาน หวังว่า 50 สถานประกอบการที่จับมือกันสร้างองค์กรสุขภาวะ จะเป็นต้นแบบและพาประเทศไทยไปสู่การเป็น Healthy Thailand ได้ในที่สุด
