ภารกิจกระจายรถ Pop up Play ทั่วเมืองปาน ส่งเสริมการเล่นรับปิดเทอม ช่วยให้‘การเล่น’ เหมาะสมกับช่วงวัย สนับสนุนให้เกิดการ ‘เล่นกางข่วงบ้าน’

หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวว่า ‘เลี้ยงเด็กหนึ่งคน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน’ แต่จะมีสักกี่คนเข้าใจความหมายอย่างแท้จริง บริษัท เล่นด้วยสติ จำกัด ในฐานะวิสาหกิจเพื่อสังคมที่เชื่อว่า ‘การเล่น’ อย่างเหมาะสมกับช่วงวัย คือเครื่องมือที่ดีที่สุดในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก จึงจัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพทีมชวนเล่นกางข่วงบ้าน ในวันที่ 18-19 กันยายน 2568

โดยกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเสริมศักยภาพกลไกชุมชนเพื่อพัฒนาพื้นที่เล่นอิสระเสริมสร้างระบบนิเวศการดูแลเด็ก ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะ เด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ทีมเล่นด้วยสติมุ่งมั่นเผยแพร่แนวทางการจัดพื้นที่เล่นสำหรับเด็ก ในรูปแบบที่สะดวกง่ายดายเริ่มทำได้ทันที จึงออกแบบรถ Pop up Play ที่สามารถเข็นไปจัดลานเล่นที่ไหนก็ได้ ขอเพียงมีพื้นที่ลานกว้างที่เด็ก ๆ เดินทางมาเล่นได้สะดวก เช่น ศาลาชุมชน ลานวัด ห้องประชุม สนามกีฬา ฯลฯ และเริ่มนำร่องจัดทำโครงการในพื้นที่อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง โดยตั้งใจสนับสนุนให้เกิดการ ‘เล่นกางข่วงบ้าน’ กระจายตัวทั่วทุกตำบล

รถ Pop up Play ที่แจกจ่ายไปยังตำบลต่าง ๆ ประกอบด้วยอุปกรณ์ส่งเสริมการเล่น 5 ธีมหลัก ได้แก่ เกมกระดาน เล่นสร้างเมือง เล่นขายของ เล่นผจญภัย และเล่นอีตัก โดยแบ่งออกเป็นฐานกิจกรรมย่อย 11 กิจกรรม ซึ่งผ่านการออกแบบและคัดสรรมาแล้วว่าช่วยกระตุ้นพัฒนาการและเหมาะสมกับเด็กทุกช่วงวัย

ทั้งยังมีการจัดอบรม Pop up Play! เล่นกางข่วงบ้าน เพื่อสร้างผู้อำนวยการเล่น (Play Worker) ที่พร้อมสนับสนุนการเล่นอย่างอิสระและปลอดภัย รวมถึงสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมให้เกิดการนำแนวคิดการสร้างลานเล่นในชุมชนไปลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม

โดยมีทีมชวนเล่นกางข่วงบ้านที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 26 ทีม เป็นตัวแทนจากตำบลหัวเมือง ตำบลแจ้ซ้อน ตำบลเมืองปาน ตำบลบ้านขอ และตำบลทุ่งกว๋าว กิจกรรมการอบรมวันแรกเริ่มด้วยการค้นหาแรงบันดาลใจและทบทวนว่าตอนยังเป็นเด็กเราเคยสนุกกับอะไร ชอบเล่นอะไร ได้ประโยชน์อะไรจากการเล่น และอยากส่งต่อประสบการณ์แบบไหนให้เด็ก ๆ ในเมืองปานได้เรียนรู้ผ่านการเล่น

จากนั้นจึงเข้าสู่การล้อมวงระดมความคิด ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์เด็กและเยาวชนในชุมชน 5 ด้าน ตามหลักคิดขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ประกอบด้วย

  1. สุขภาพที่ดี
  2. โภชนาการที่เหมาะสม
  3. ความปลอดภัยและความมั่นคง
  4. การดูแลที่ตอบสนองสัมพันธภาพรอบตัวเด็ก
  5. โอกาสในการเรียนรู้

ซึ่งผลจากการระดมความคิดพบว่า ประเด็นที่ทีมชวนเล่นเมืองปานมีความเป็นห่วงใยต่อสถานการณ์เด็กในชุมชนมากที่สุดคือ ‘การเรียนรู้’ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเด็กติดโทรศัพท์มือถือ ติดเกม สมาธิสั้น ก้าวร้าว และมีพัฒนาการล่าช้า รองลงมาคือเรื่อง ‘ความปลอดภัย’ และ ‘สัมพันธภาพ’ ตามลำดับ

น.ส.พฤกษาชล มะโนชัย นักเรียนโรงเรียนทุ่งอุดมวิทยา ตำบลบ้านขอ อำเภอเมืองปาน ผู้เข้าร่วมอบรมที่อายุน้อยที่สุดในโครงการ สะท้อนความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า “เด็ก ๆ ส่วนมากในหมู่บ้านติดโทรศัพท์มือถือกัน

หนูอยากให้เด็ก ๆ ลดการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ลง เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อตัวเด็กและตัวผู้ปกครองด้วย ที่มาสมัครเป็นทีมชวนเล่นกางข่วงบ้าน เพราะอยากนำความรู้จากพี่ ๆ ไปเผยแพร่ให้กับเด็กในตำบลค่ะ”

ช่วงบ่ายเป็นการย้อนวัยกลับไปค้นพบความเป็นเด็กในตัวเองอีกครั้ง ด้วยการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยา และธรรมชาติวิทยา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง พื้นที่การเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย ที่มอบทั้งความตื่นตาตื่นใจจากบรรยากาศของโลกดึกดำบรรพ์ยุคไดโนเสาร์ ควบคู่ไปกับสาระความรู้นอกห้องเรียนที่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการและเปิดมุมมองใหม่

ถัดมาเป็นการแบ่งปันความรู้สึกหลังเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ และเข้าสู่ช่วงทบทวนนิยามการเล่น ซึ่งแบ่งออกเป็น ‘การเล่นกิจกรรม’ ที่มีกติกาชัดเจน และ ‘การเล่นอิสระ’ ที่เด็กสามารถเลือกเล่นได้ตามความสนใจและความต้องการ

ก่อนจะแบ่งสมาชิกทีมชวนเล่นกางข่วงบ้านออกเป็น 6 กลุ่ม เพื่อช่วยกันระดมความคิดในประเด็นการเล่นตามช่วงวัยที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการอย่างเหมาะสม ตั้งแต่ยังเป็นทารกในครรภ์อายุ 0-1 ปี ไล่เรียงสู่วัย 2-3 ปี วัย 4 ปี วัย 5-6 ปี วัย 7-12 ปี จนถึงช่วงวัยรุ่นอายุ 13-18 ปี เป็นกิจกรรมที่ทำให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจความแตกต่างทางพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัย ซึ่งส่งผลต่อการออกแบบกิจกรรมการเล่นที่เหมาะสม

เพราะการเล่นไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมที่เล่นจบแล้วผ่านไปเท่านั้น แต่การเล่นอย่างเหมาะสมกับช่วงวัยยังสำคัญต่อการวางรากฐานสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพแก่ประเทศ หมอขนม-จารุพักตร์ คันธา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านขาม ตำบลหัวเมือง อำเภอเมืองปาน ซึ่งทำงานที่ตำบลหัวเมืองมากว่า 18 ปี ได้แบ่งปันประสบการณ์และมุมมองที่น่าสนใจไว้ดังนี้

“ปัญหาที่หนักหนาและหนักใจที่สุดคือการขาดแคลนบุคลากร มีบุคลากรหลายคนมาทำงานกับเราเพียงแค่หนึ่งเดือนก็ลาออก ด้วยสาเหตุจากความทุรกันดารยากลำบาก รพ.สต. ประสบกับภาวะขาดแคลนบุคลากรสายวิชาชีพมาตลอด เลยทำให้คิดว่าถ้าเราพัฒนาคนของเราให้มีสติปัญญาที่ดี มีพัฒนาการที่ดี

ในอนาคตน้องๆเด็กๆ เหล่านี้จะไปร่ำเรียนแล้วกลับมาพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง ถ้าช่วงเวลาราชการที่เหลืออยู่สามารถพัฒนาเด็กในหมู่บ้านขึ้นมาปีละคนสองคน พอเกษียณอายุไปเราก็จะมีเด็ก ๆ ที่มีคุณภาพจากการสนับสนุนการเล่นและการส่งเสริมพัฒนาการต่าง ๆ ให้กับเด็ก น่าจะเป็นการทำงานที่ดีและมีโอกาสได้ตอบแทนคุณแผ่นดินค่ะ”

วันที่ 2 ของโครงการ ทีมเล่นด้วยสติเปลี่ยนพื้นที่ห้องประชุมให้กลายเป็น ‘ลานเล่นด้วยสติ’ ที่เต็มไปด้วยของเล่นแสนสนุกจากรถ Pop up Play และชวนทีมชวนเล่นกางข่วงบ้านทั้ง 26 ทีม มาสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการทดลองเล่นอิสระ ผ่านสายตาการมองโลกแบบเด็ก ๆ เพื่อนำประสบการณ์ที่ได้รับมาช่วยกันระดมความคิดว่า ‘ผู้อำนวยการเล่นที่ดีต้องเป็นแบบไหน’ ถ้าอยากให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาคุณลักษณะเชิงบวกผ่านการเล่นอย่างเต็มที่

กระบวนการถัดมาคือการแบ่งทีมชวนเล่นออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อสลับกันสวมบทบาทเป็นเด็กและคนนำเล่นอย่างทั่วถึง โดยแต่ละคนจะได้รับโจทย์เป็นเด็กที่มีนิสัยต่างกัน เช่น เด็กรอไม่เป็น เด็กขี้อาย เด็กใจดี เด็กไม่กล้าเล่น เด็กพัฒนาการสมวัย ฯลฯ

จากนั้นจึงนำความรู้สึกและสิ่งที่ค้นพบมาพูดคุยแลกเปลี่ยน ต่อยอดสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ ‘ชวนเด็กออกมาเล่น’ ให้แต่ละทีมระดมความคิดว่าชุมชนของเรามีจุดเด่นเรื่องอะไร มีใครสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการเล่นได้บ้าง และกิจกรรมเหล่านี้จะเกิดขึ้นบริเวณใดของหมู่บ้าน

ทุกทีมได้ร่างแผนกิจกรรมที่จะปฏิบัติจริงภายในชุมชนออกมาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งยังปักหมุดพื้นที่ลานเล่นลงบนแผนที่อำเภอเมืองปาน และลงตารางในปฏิทินว่าจะจัดกิจกรรมช่วงใดบ้าง จะเลือกพื้นที่และประสานงานอย่างไร เพื่อให้เด็กสามารถเข้าถึงลานเล่นได้อย่างสะดวกง่ายดาย และช่วงท้ายของการอบรมเป็นการเสริมกำลังใจ ก่อนส่งมอบรถ Pop up Play ไปแจกจ่ายความสุขแก่เด็ก ๆ ทั่วอำเภอเมืองปาน

คุณสมิทธิ์-อรุณฉัตร คุรุวาณิชย์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ซึ่งเคยผ่านการทำงานด้านเด็กและเยาวชนมาหลายบทบาท ได้เข้าร่วมกิจกรรมช่วงท้ายพร้อมทั้งแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับคุณค่าของการเล่นว่า

“ผมคิดว่าการเล่นแทบจะเป็นเรื่องเดียวที่เด็กทุกคนใฝ่ฝันอยากทำในแต่ละวัน การเล่นไม่ใช่แค่การทำให้เวลาที่มีอยู่หายไป แต่เป็นกระบวนการเดียวที่ทำให้เด็กสามารถเติบโตได้ เพราะทุกการเล่นเป็นสิ่งที่ช่วยพัฒนาทั้งสุขภาพจิต สุขภาพกาย

รวมถึงพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือทุกครั้งที่มีการเล่น เด็กจะมีทักษะทางสังคมและทักษะในการเข้ากับคนอื่น ถ้าเขาเล่นกับพ่อแม่หรือ Play Worker ก็จะทำให้เขาได้เรียนรู้ความแตกต่างทางความคิดของแต่ละคน ทุกการเล่นจะมีกติกา ทุกการเล่นจะมีการจำลองสถานการณ์บางอย่าง เด็กทุกคนที่ได้เล่นจะเติบโตอย่างงอกงามครับ”

สุดท้ายนี้ คุณเหมียว-อุไรรัตน์ หน้าใหญ่ ผู้รับผิดชอบโครงการ Pop up Play เล่นกางข่วงบ้าน ในฐานะคนเมืองปานและเชื่อมั่นในพลังแห่งการเล่น ขอฝากกำลังใจถึงทีมชวนเล่นทุกคนที่มีความตั้งใจอยากสร้างการเปลี่ยนแปลงแก่สังคม หากได้ลองลงมือทำจะพบว่ารอยยิ้มของเด็ก ๆ ที่เกิดขึ้นจากการเล่น นอกจากทำให้ชุมชนมีชีวิตชีวาแล้ว

พวกเขายังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและเป็นความหวังในการพัฒนาชุมชนต่อไปในอนาคต โดยหลังจากนี้ทางโครงการจะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และยินดีให้การสนับสนุนทุกทีมเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมการเล่นภายในชุมชนอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน