“ทบ.” นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ติดตามการปฏิบัติงานและความเป็นอยู่ของกำลังพลในพื้นที่ชายแดน ด้าน นายอุดร เจ้าของที่ดินบริจาคสร้างบังเกอร์ เผย พร้อมตอนรับชาวบ้านทุกคน

24 ต.ค. 68 – พ.อ.สิทธิชัย ชัยวงศ์ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการและสารสนเทศ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ทศทททกองทัพบก พร้อมคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเยี่ยมชมและติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยทหารตามแนวชายแดน ที่ฐานปฏิบัติการภูมะเขือ ตั้งอยู่บนพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญตามแนวสันเขาพนมดงรัก ซึ่งมีกองกำลังสุรนารี เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ พร้อมบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับภูมิประเทศและความท้าทายของการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลในพื้นที่ชายแดน ที่ต้องรับมือทั้งภารกิจด้านความมั่นคง การลาดตระเวน การช่วยเหลือประชาชน และ การรับมือกับภัยคุกคามต่างๆตามแนวชาย

ทั้งนี้เพื่อให้สื่อมวลชนสัมผัสชีวิตจริงของกำลังพล ที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล เพื่อถ่ายทอดภาพแห่งความมุ่งมั่น ความเสียสละ และความพร้อมของทหารไทย ว่าทหารทุกนายได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และมีขวัญกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่ปกป้องธิปไตยของชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถ ตลอดจนเปิดมุมมองให้สื่อมวลชนเข้าใจภารกิจของกองทัพบกอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความมั่นคง มนุษยธรรม และการพัฒนา

จากนั้น คณะได้เข้าเยี่ยมชมการพัฒนาเส้นทางยุทธวิธี การบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการจัดแสดงวัตถุระเบิดที่ตรวจพบในพื้นที่ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการทำงานเชิงรุกของหน่วยทหารในการดูแลความปลอดภัยของพื้นที่ชายแดนและประชาชน

ขณะที่ อีกหนึ่งภารกิจที่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม คือการตรวจเยี่ยมการก่อสร้าง “หลุมหลบภัยขนาดความจุ 40 คน” ซึ่งดำเนินการโดย กองพันทหารช่างที่ 3 กองพลทหารราบที่ 3 ภายใต้ กองทุนหทัยทิพย์ ตามพระราชปณิธานของ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันภัยให้กับประชาชน และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน ให้ปลอดภัยจากสถานการณ์ต่าง ๆ โดยการก่อสร้างหลุมหลบภัยดังกล่าวมีแบบแปลนที่ออกแบบให้มั่นคง แข็งแรง รองรับได้กว่า 40 นาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อการพักพิงและป้องกันภัย ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าเกินร้อยละ 12.5 แล้ว โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนภายในปีงบประมาณนี้

พร้อมกันนี้ นายอุดร วงศ์ฮาม อายุ 54 ปี เจ้าของที่ดินที่ให้สร้างบังเกอร์ ชาวตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์เปิดเผยว่า ตนได้บริจาคพื้นที่ในการวางและสร้างบังเกอร์จำนวนพื้นที่ทั้งหมด 8×15 เมตรให้ทางทหารกองทัพบกใช้พื้นที่สร้างบังเกอร์ หลุมหลบภัยให้ประชาชน ซึ่งตนรู้สึกดีมาก ๆ และพร้อมต้อนรับพี่น้องเข้าสู่บังเกอร์แห่งนี้ โดยชาวบ้านในพื้นที่ก็ได้มาขอบคุณตน และบอกว่า “เดี๋ยวจะมาหลบภัยด้วย”

นายอุดร เล่าว่าในห้วงเวลาที่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชานั้น ตนยอมรับว่ารู้สึกกังวล แต่เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตนก็ไม่ได้หนีไปไหนและยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านแห่งนี้

สำหรับสาเหตุที่ทำไมต้องเป็นบ้านของนายอดุรนั้นเป็นเพราะว่า ตนนั้นมีพื้นที่อยู่และบอกทางการไปว่าหากฝั่งตรงข้างบ้านตนไม่สามารถสร้างบังเกอร์ได้ ตนก็อนุญาตให้กองทัพบกมาทำที่ฝั่งนี้ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านของตนได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน