“หลวงปู่สาม อกิญจโน” อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าไตรวิเวก ต.นาบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์ หนึ่งในกองทัพธรรมหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า
เกิดเมื่อวันที่ 12 ก.ย.2443 ที่บ้านนาสาม ต.นาบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์
ในช่วงวัยเยาว์ต้องทำงานทุกอย่างทั้งนอกบ้านและในบ้าน ย่างสู่วัยหนุ่มกลับสนใจใฝ่ทำบุญ บริจาคทาน ฟังเทศน์ฟังธรรม มีอัธยาศัยชอบความสงบ
อายุ 19 ปีบรรพชาที่วัดนาสาม ศึกษาพระปริยัติธรรมจนอายุ 21 ปี อุปสมบทในปี พ.ศ.2462 โดยมีพระครูวิมลศีลพรตเป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อเอี่ยมเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สามเป็นพระอนุสาวนาจารย์
จำพรรษาที่วัดนาสาม 3 พรรษา ก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม ขอพำนักอยู่ที่วัดสัมพันธวงศ์ (วัดเกาะ) แต่ที่วัดนี้ไม่มีกุฏิให้พำนัก จึงไปจำพรรษา ณ วัดใน จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่หนึ่งพรรษา
หลังออกพรรษาเห็นว่าไม่มีโอกาสได้เรียนจึงกลับมาที่วัดนาสามตามเดิม และเปลี่ยนความคิดจากการศึกษาพระปริยัติธรรม มาเป็นการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน
เริ่มต้นด้วยการถวายตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ดูลย์ อตุโล รับการแนะนำสั่งสอนเรื่องการนั่งสมาธิภาวนา บำเพ็ญเพียรด้วยความตั้งใจจริง เพียงไม่นานก็สามารถอบรมจิตให้มั่นคงอยู่ในสมาธิ
พิจารณาตนเองเห็นว่ายังไม่เข้าใจในธรรมละเอียดถี่ถ้วน จึงเริ่มทดลองออกเที่ยวธุดงค์ไปในบริเวณใกล้ จ.สุรินทร์ โดยปักกลดครั้งแรกอยู่ที่เขาสวาย ต้องผจญกับความยากลำบากเรื่องอาหารการกิน เพราะชาวบ้านเห็นพระธุดงค์เป็นของแปลก ไม่มีใครใส่บาตร

แต่ด้วยเป็นผู้มีจิตใจอ่อนโยน และมีเมตตากรุณา ในไม่ช้าบรรดาชาวบ้านต่างคุ้นเคย จนมีผู้มาขอปฏิบัติกับท่านหลายคน
ก่อนเดินทางไปปฏิบัติกัมมัฏฐานกับหลวงปู่มั่นที่เสนาสนะป่า บ้านสามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม
อยู่ปรนนิบัติรับใช้หลวงปู่มั่นอย่างใกล้ชิด จนเป็นศิษย์ที่ท่านวางใจองค์หนึ่ง โดยอนุญาตให้เป็นผู้จัดวางเครื่องอัฐบริขาร
ต่อมาเดินทางไปกราบนมัสการพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม และร่วมธุดงค์ออกแนะนำสั่งสอนญาติโยม
จากนั้นเข้าอุปสมบทแปรญัตติใหม่เป็นพระภิกษุฝ่ายธรรมยุต ที่วัดสร้างโศก อ.ยโสธร จ.อุบลราชธานี โดยมีพระครูจิตตวิโสธนาจารย์เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์สิงห์เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มหาปิ่น ปัญญาพโล เป็นพระอนุสาวนาจารย์
จากนั้นออกธุดงค์ในหลายจังหวัด ทั้งอุบลราชธานี, บุรีรัมย์, หนองคาย, ขอนแก่น, นครราชสีมา เรื่อยมาจนถึงภาคกลางและชายฝั่งทะเลตะวันออก ก่อนล่องสู่ภาคใต้ และขึ้นเหนือ
เกือบทุกแห่งที่หยุดปักกลด จะมีผู้เลื่อมใสในปฏิปทาขอให้ท่านสอนการนั่งสมาธิเพื่อขัดเกลากิเลส
ต่อมาเดินทางกลับมาตุภูมิ ด้วยจะได้มีโอกาสใกล้ชิดครูบาอาจารย์ซึ่งชราภาพคือหลวงปู่ดูลย์ รวมทั้งมีโอกาสแนะนำสั่งสอนธรรมปฏิบัติแก่ญาติโยม พุทธศาสนิกชนในจังหวัดบ้านเกิด
พ.ศ.2510 ยุติการธุดงค์เดินทางกลับบ้านเกิด มีญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาซื้อที่ดินสร้างเป็นวัดเล็กๆ ถวาย และเมื่อมีคนเคารพเลื่อมใสเพิ่มมากขึ้น ต่างพากันสละทุนทรัพย์ขยายวัดจนสมบูรณ์แบบ ตั้งชื่อว่า “วัดป่าไตรวิเวก”

ครองวัดอยู่นาน 22 ปี ก่อนมรณภาพในปี พ.ศ.2534 สิริอายุ 91 ปี พรรษา 71
ด้านวัตถุมงคล อนุญาตให้ศิษยานุศิษย์จัดสร้างวัตถุมงคล อาทิ ในปี พ.ศ.2512 จัดสร้างเหรียญรูปเหมือน รุ่นแรก และอีกหลายรุ่นในปีถัดมา เช่น พระกริ่งรูปเหมือน พระผงสมเด็จ พระผงรูปเหมือน เป็นต้น
วัตถุมงคลทุกรุ่นได้รับความนิยมสูง ทำให้พัฒนาถาวรวัตถุภายในวัดเจริญรุ่งเรืองตามลำดับ
นอกจากเหรียญรุ่นแรกที่ได้รับความนิยมจากบรรดานักนิยมสะสมพระเครื่องแล้ว “เหรียญรุ่นเสาร์ ๕” ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน
เป็นเหรียญเนื้อทองแดง รูปเสมา สร้างเมื่อปี 2521

ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนเต็มองค์ ด้านบนเขียนคำว่า “อายุ ๗๙ ปี” ด้านล่างเขียนคำว่า “หลวงปู่สาม อกิญจโน รุ่นเสาร์ ๕”
ด้านหลังเป็นรูปพระพุทธรูปตรงกลาง ด้านบนเป็นอักขระขอม ด้านล่างเขียนว่า “วัดป่าไตรวิเวก จ.สุรินทร์ ๒๒ เม.ย.๒๕๒๑”
นับเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยม ด้วยจำนวนการสร้างน้อย ผู้ครอบครองบูชาก็ต่างหวงแหน