เมืองนครปฐมมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายรูป หนึ่งในนั้นคือ “หลวงปู่แผ้ว ปวโร” หรือ “พระราชมงคลวชิราคม” พระเกจิชื่อดังแห่งวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

ได้รับการขนานนามว่า “เทพเจ้าแห่งเมืองกำแพงแสน” พระเถระผู้เปี่ยมด้วยเมตตา มากด้วยบารมี เป็นที่เลื่อมใสศรัทธา เป็นที่เคารพนับถือของศิษยานุศิษย์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั่วไป

มีนามเดิมว่า แผ้ว บุญวัฒน์ เกิดเมื่อวันพุธที่ 7 พ.ย. 2466 ที่หมู่บ้านหลักเมตร ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม บิดา-มารดาชื่อนายพาน และนางจุ้ย บุญวัฒน์ ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

อายุ 2 ขวบครอบครัวย้ายไปอยู่ ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จากนั้นจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 3 จากโรงเรียนวัดหนองม่วง ต.เตาอิฐ อ.บางแพ จ.ราชบุรี

อายุ 8 ขวบพ่อพาไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อหงส์ วัดหนองม่วง ต.เตาอิฐ อ.บางแพ จ.ราชบุรี เพื่อเรียนหนังสือไทย และศึกษาพระปริยัติธรรม

ครั้นอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดหนองปลาไหล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2486 มีพระครูสุกิจธรรมสรณ์ (หลวงพ่อหว่าง ธัมมสโร) วัดกำแพงแสน เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อปาน อารักโข วัดหนองปลาไหล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สนั่น วัดหนองปลาไหล เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างจริงจัง หมั่นพิจารณาคำสอนอย่างถ่องแท้ ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะอุทิศกายถวายชีวิตอยู่ในบวรพระพุทธศาสนาตลอดไป

ช่วงแรกบวชจำพรรษาอยู่ที่วัดหนองปลาไหลเป็นเวลา 1 เดือน จากนั้นจาริกไปจำพรรษาที่วัดหนองม่วง 8 พรรษา รับหน้าที่สอนนักธรรมแก่พระภิกษุสงฆ์สามเณรภายในวัด

ต่อมาในปีพ.ศ.2494 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม จำพรรษาอยู่ที่วัดปลักลายไม้ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ในปี พ.ศ.2497 ย้ายไปสอนพระปริยัติธรรมและจำพรรษาที่วัดสว่างชาติประชาบำรุง ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

พ.ศ.2502 สนใจศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานอย่างจริงจัง จึงย้ายไปอยู่จำพรรษาที่วัดกำแพงแสน ต.ห้วยหมอนทอง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ศึกษาปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานและวิทยาคมกับหลวงพ่อหว่างอย่างมุ่งมั่นจริงจังจนแตกฉาน

มงคลข่าวสด - อาลัย‘พระราชมงคลวชิราคม’ หลวงปู่แผ้ว พระเกจินครปฐม

เมื่อปี 2524 หลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ พระกัมมัฏฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เดินทางมาพักอยู่จำพรรษาที่วัดกำแพงแสน ทำให้มีโอกาสสนทนาธรรมด้วย และได้รับถ่ายทอดแนวทางการปฏิบัติกัมมัฏฐานให้

สร้างคุณูปการสืบสานจรรโลงพระพุทธศาสนาอย่างรอบด้าน อาทิ ปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่างๆ ทั้งในเขตอำเภอกำแพงแสนและพื้นที่ใกล้เคียง จะอุดหนุนด้วยการสร้างวัตถุมงคลที่ระลึกเพื่อสมทบทุนปัจจัยนำไปใช้เพื่อการสาธารณประโยชน์

แม้วัยล่วงเลยถึงเกือบร้อยปี แต่ยังคงรับกิจนิมนต์นั่งปรกปลุกเสกวัตถุมงคลอยู่

ส่วนวิทยาคมที่ใช้นั่งบริกรรมระหว่างนั่งปรกปลุกเสกวัตถุมงคลล้วนแต่สืบทอดมาจากหลวงพ่อหว่าง อดีตเจ้าอาวาสวัดกำแพงแสน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดจากหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก อีกทอดหนึ่ง

ในช่วงที่หลวงพ่อหว่างดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกำแพงแสน มีความเชี่ยวชาญเรื่องยาสมุนไพรและแพทย์แผนโบราณ วัตถุมงคลก็เข้มขลังเป็นที่นิยม

โดยศึกษาอยู่ด้วยจนกระทั่งมรณภาพ เมื่อได้รับกิจนิมนต์นั่งปรกจึงนำวิชาของหลวงพ่อหว่างใช้ร่วมกับวิชาวิปัสสนากัมมัฏฐานที่ได้เรียนวัดมหาธาตุฯ ท่าพระจันทร์ มาใช้บริกรรม

ย้ายมาจำพรรษาที่วัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม สร้างโบสถ์ วิหาร ถาวรวัตถุ และพัฒนาวัดรางหมันตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. 2551 จนถึงปัจจุบัน

ล่าสุด พ.ศ.2565 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชในราชทินนามที่ พระราชมงคลวชิราคม

กล่าวได้ว่าเป็นพระเกจิเถราจารย์อาวุโสอีกรูปหนึ่งในจ.นครปฐม เป็นที่เลื่อมใสของคณะศิษย์ ไม่ว่าจะเป็นชาวนครปฐมหรือจังหวัดใกล้เคียง

ในช่วงบั้นปลายดำเนินชีวิตดุจเดิมด้วยความมักน้อยสันโดษ ไม่ยินดียินร้ายในลาภสักการะ เคร่งครัดในศีลาจารวัตร

ท้ายที่สุด ด้วยความชราภาพจึงมรณภาพอย่างสงบ เมื่อกลางดึกคืนวันพุธที่ 17 ธ.ค. 2568 เวลา 00.01 น. ณ กุฏิร่มเย็น วัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

สิริอายุ 103 ปี พรรษา 83

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน