เปิดม่าน “ไทยแลนด์ เบียนนาเล่, ภูเก็ต 2025” มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ครั้งที่ 4 อย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต พลิกโฉมเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นของโลกให้กลายเป็นหมุดหมายทางศิลปะแห่งใหม่ของเอเชีย ระดมผลงานจากศิลปินชั้นนำ 65 ชีวิต จาก 25 ประเทศทั่วโลก มาจัดแสดงภายใต้แนวคิด “นิรันดร์ [กัลป์]” เพื่อเปลี่ยนเกาะภูเก็ตให้เป็นพื้นที่แห่งศิลปะ พร้อมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกวันนี้จนถึง 30 เม.ย.2569

ไทยแลนด์ เบียนนาเล่ คือมหกรรมศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ จัดขึ้นทุกสองปี โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อขับเคลื่อนวงการศิลปะไทยสู่เวทีโลก สำหรับปี 2025 จังหวัดภูเก็ตได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ ภายใต้วิสัยทัศน์เนรมิตภูเก็ตสู่ “เมืองศิลปะระดับโลก” เต็มรูปแบบ ผนวกศักยภาพเมืองท่องเที่ยวชั้นนำเข้ากับพลังความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะ เพื่อสร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่และแตกต่าง

ไฮไลต์สำคัญคือแนวคิดหลักของงาน “นิรันดร์ [กัลป์]” (Eternal [Kalpa]) มีรากจากคติพราหมณ์โบราณซึ่งหมายถึงห้วงเวลาอันยาวนานมหาศาล สื่อถึงวัฏจักรการสร้าง การทำลาย และการกำเนิดใหม่ เปรียบดั่งภาพดวงอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ศิลปะในครั้งนี้จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางชวนผู้ชมตั้งคำถามเรื่อง “การอยู่ร่วมกัน” ท่ามกลางวิกฤตโลก ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อนำไปสู่การค้นพบ “วิถีแห่งการอยู่รอด” ครั้งใหม่ เรียนรู้การเคารพธรรมชาติและแบ่งปันช่วงเวลาให้กันด้วยความเมตตา โดยใช้ศิลปะเป็นสื่อสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับโลกธรรมชาติ

ทัพศิลปิน 65 คน จาก 25 ประเทศทั่วโลก ร่วมสร้างสรรค์ผลงานภายใต้บริบทเดียวกัน โดยมีทีมภัณฑารักษ์นานาชาติ 4 คน ประกอบด้วย อริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินร่วมสมัยดีเด่น เจ้าของรางวัลศิลปาธร สาขาทัศนศิลป์ ประจำปี 2563, เดวิด เทห์ ผู้มีประสบการณ์ด้านภัณฑารักษ์ในงานเบียนนาเล่ต่างๆ ทั้งในยุโรปและเอเชีย พร้อมด้วย มาริสา พันธรักษ์ราชเดช และ เฮร่า ชาน ภัณฑารักษ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย ร่วมกำกับทิศทางการแสดงงานศิลปะอย่างใกล้ชิด

ผลงานที่จัดแสดงครอบคลุมศิลปะหลากหลายแขนง ทั้งงานจัดวางขนาดใหญ่ ประติมากรรม ศิลปะการแสดง และสื่อผสม ที่ไม่ได้เพียงแค่นำมาวางโชว์ แต่เปิดบทสนทนาข้ามวัฒนธรรมเชื่อมโยงเรื่องราวท้องถิ่นเข้ากับประเด็นสากล

น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า การเลือกปักหมุดที่ “ภูเก็ต” ในปีนี้ มีนัยสำคัญมากกว่าการโปรโมตการท่องเที่ยว เพราะภูเก็ตคือเมืองที่มีเรื่องราวซับซ้อนและงดงาม เป็นพื้นที่แห่ง “การฟื้นคืน” ที่ผ่านบทเรียนทั้งจากภัยธรรมชาติและโรคระบาด สอดคล้องกับแก่นของงานที่พูดถึงวัฏจักรชีวิต รูปแบบงานศิลปะที่เป็น Site-specific หรือศิลปะที่ยึดโยงกับพื้นที่จริง กระจายตัวอยู่ใน 20 จุดแลนด์มาร์กสำคัญทั่วเกาะ

ซาบีดากล่าวเปิดงาน

ตั้งแต่สถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีสในย่านเมืองเก่า ไปจนถึงหาดทรายขาวและโขดหินริมทะเล ทำให้ผู้ชมสัมผัสงานศิลปะที่ “สนทนา” กับวิถีชีวิตและธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง เปลี่ยนมุมมองการท่องเที่ยวภูเก็ตให้กลายเป็นการสำรวจเมืองในมิติใหม่ที่ไม่เคยมีใครสัมผัสมาก่อน
เทศกาลจัดต่อเนื่องยาวนาน วันนี้ – 30 เม.ย.2569 เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสำรวจ พร้อมอัดแน่นด้วยกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งเวทีเสวนา เวิร์กช็อป และโปรแกรมการเรียนรู้ตลอดเทศกาล