แม้จะผ่านวันขึ้นปีใหม่ 2569 แต่บรรยากาศที่วัดโฆสิตาราม (วัดบ้านแค) ต.บางขุด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ยังเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีคณะศิษย์และนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศนับหมื่นคนเดินทางเข้ากราบสักการะและขอพรสังขาร “หลวงพ่อกวย ชุตินธโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดโฆสิตาราม พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวในช่วงเทศกาลปีใหม่

นายลออ พูลทอง ไวยาวัจกรวัดโฆสิตาราม กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์เริ่มต้นรับปีใหม่ยังคงมีประชาชนเดินทางมายังวัดอย่างไม่ขาดสาย ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวหรือเดินทางผ่านจังหวัดชัยนาท ซึ่งต่างมีความเชื่อศรัทธาว่าหลวงพ่อกวย สามารถดลบันดาลให้คำขอต่างๆ ประสบความสำเร็จ ทั้งเรื่องหน้าที่การงาน การเงิน และการค้าขาย
ผู้ที่เข้ามาขอกราบสังขารส่วนใหญ่จะนำสิ่งของมาแก้บนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะของโปรดของหลวงพ่อ อาทิ ขนมจีน อาหารคาวหวาน เครื่องดื่ม รวมถึงมีการจัดมหรสพ จัดแสดงแก้บน หลังประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ส่งผลให้บรรยากาศภายในวัดเนืองแน่นไปด้วยคลื่นมหาชนตลอดทั้งวัน

กล่าวสำหรับ “หลวงพ่อกวย มีนามเดิม กวย ปั้นสน เกิดเมื่อวันที่ 2 พ.ย.2448 ที่หมู่บ้าน บ้านแค หมู่ 9 ต.บางขุด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท
ในช่วงวัยเยาว์มารดาได้นำมาฝากไว้กับหลวงปู่ขวด ที่วัดบ้านแค เพื่อให้เรียนหนังสือ
ครั้นเมื่อครบอายุบวช เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 5 ก.ค.2467 ที่วัดโบสถ์ ต.โพธิ์งาม อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท โดยมีพระชัยนาทมุนี เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อปา วัดโบสถ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ เเละพระอาจารย์หริ่ง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ชุตินธโร
หลังอุปสมบทได้มาอยู่จำพรรษาที่วัดบ้านแค ตอนนั้นหลวงปู่มา เป็นเจ้าอาวาสอยู่ หัดเทศน์เวสสันดรชาดก หลังจากนั้นได้ไปเรียนวิชาแพทย์โบราณกับหมอเขียน เพื่อวิชารักษาโรคระบาด โรคห่าเเละโรคไข้ทรพิษ

พ.ศ.2472 เดินทางไปเรียนวิชาวิปัสสนากัมมัฏฐานและวิทยาคม ตลอดจนวิธีทำเครื่องรางของขลังกับ หลวงพ่อศรี วิริยโสภิต แห่งวัดพระปรางค์ จ.สิงห์บุรี
พ.ศ.2477 มาจำพรรษาที่วัดหนองแขม ต.ดงคอน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท เพื่อเรียนแพทย์แผนโบราณต่อกับโยมป่วน บ้านหนองแขม และเรียนต่อกับหมอใย บ้านบางน้ำพระ

หลวงพ่อกวย ชุตินธโร
ขณะที่พักจำพรรษาที่วัดหนองแขม มีพระภิกษุชื่อแจ่ม เดินทางไปพบตำราเป็นสมุดข่อยอยู่ในโพรงไม้ แต่เอามาไม่ได้ จึงได้มาชักชวนพระกวยให้ไปดู ปรากฏว่ามีตำราอยู่โพรงไม้จริง มีรอยคนเอาพวงมาลัยดอกไม้ ธูปเทียนมาบูชาใต้โคนไม้
จึงได้จุดธูปบอกเล่าและอธิษฐานว่า “ถ้าหากว่าท่านจะให้ตำรานี้ให้ข้าพเจ้าเอาไปเก็บรักษาไว้ ข้าพเจ้าจะนำเอาตำรานี้ไปทำประโยชน์แก่วัดและช่วยเหลือประชาชนเท่านั้น” ก่อนอัญเชิญตำรานั้นมาเก็บไว้

ครั้งหนึ่ง ไปจำพรรษาที่วัดบางตาหงาย อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ได้มาเรียนวิชากับหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ได้เรียนวิชาทำแหวนแขน, ตะกรุด, มีดหมอ และอื่นๆ
ต่อมา เมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กลับมาอยู่วัดบ้านแค สักยันต์ให้บรรดาศิษย์ จนมีชื่อเสียงโด่งดังมาก ขนาดสักกันทั้งกลางวันกลางคืน
ในช่วงนั้น ข้าวยากหมากเเพง โจรร้ายเต็มบ้านเมือง โดยเฉพาะเเถบภาคกลางตอนล่าง นครสวรรค์ ชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี เป็นเเหล่งกบดานของโจรเสือร้ายหลายกลุ่ม ชาวบ้านเเคได้อาศัยบารมี เพื่อคุ้มครองครอบครัวเเละทรัพย์สินของมีค่าต่างๆ ก็จะเอามาฝากไว้ที่วัด

จากคำบอกเล่าของคนเก่าแก่ที่บ้านเเค เล่าว่า พวกโจรเสือไม่มีใครกล้ามาลองดี มีอยู่รายหนึ่งเป็นเสือมาจากอ่างทอง พาสมุนล้อมวัดบ้านเเคตอนกลางคืน เห็นว่าวัวควายของชาวบ้านที่ลานวัดมีเยอะมากเเต่ก็โดนไม้ตะพด จนต้องรีบพาสมุนกลับเเละก็ไม่มาเเถวบ้านเเคอีกเลย
เล่ากันว่าในสมัยนั้นเมื่อโจรเสือเดินผ่านวัดหลวงพ่อต้องยิงปืนถวายทุกครั้ง
ลำดับสมณศักดิ์ วันที่ 5 ธ.ค.2511 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นประทวน
มรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2522 สิริอายุ 74 ปี พรรษา 54
ปัจจุบัน วัดโฆสิตาราม เเละบรรดาศิษย์หลวงพ่อกวย ได้ยึดถือเอาวันที่ 12 เมษายนของทุกปี เป็นวันทำบุญประจำปี เพื่ออุทิศและรำลึกถึงหลวงพ่อกวย