วันที่ 3 มกราคม 2569 เวลา 15.00 น. (เวลาท้องถิ่นเมืองมิวนิก เยอรมนี) ณ สนามบินเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี พระเทพวัชรสารบัณฑิต (ประสาร จันทสาโร) รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ร่วมประชุมปรึกษาหารือในกิจการงานพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ร่วมกับ พระราชวชิรศาสนวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ ในฐานะประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) พร้อมด้วยพระธรรมทูตสายทวีปยุโรปในฐานะสมาชิก ส.ธ.ย. ประกอบด้วย พระโสภณพุทธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม เบอร์ลิน เยอรมนี, พระครูศรีวิเทศพุทธิธรรม เจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม มิวนิก เยอรมนี ในฐานะรองประธานกรรมการสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เขต 2, พระมหานิกรณ์ สุทธรตโน เจ้าอาวาสวัดพุทธไฮล์บรอนน์ เยอรมนี และกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.)

การประชุมหารือครั้งนี้ สืบเนื่องจาก พระเทพวัชรสารบัณฑิตเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจสวดมนต์ข้ามปีและปฏิบัติธรรมประจำปี ณ วัดพุทธาราม นครเบอร์ลิน ตามคำนิมนต์ของพระโสภณพุทธิวิเทศ และเมื่อประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปทราบ จึงขอนัดประชุมพิเศษเพื่อปรึกษาหารืองานพระธรรมทูต
กำหนดประชุมในระหว่างกึ่งกลาง คือ ที่สนามบินมิวนิก เยอรมนี การประชุมปรึกษาหารือกลุ่มย่อยครั้งนี้ ได้มีการยกหัวข้องานสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปและมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประกอบด้วย

1.การอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ในนามสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ มจร และ ส.ธ.ย. จะสนองงานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศอย่างไรเพื่อให้ได้พระธรรมทูตที่มีความรู้ความสามารถ รู้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงและอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา
2.การอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์เพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างแดน ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากส.ธ.ย. ทั้งสองหน่วยงานคือ มจร และ ส.ธ.ย. จะช่วยกันขยายผลได้อย่างไร และหาแนวทางการดำเนินการของธรรมทูตคฤหัสถ์ให้ยั่งยืนและมั่นคง

3.การพัฒนาศักยภาพสตรีตามหลักพระพุทธศาสนา ซึ่ง ส.ธ.ย. ได้เริ่มต้นตั้งเป็นโครงการไว้แล้ว จะขยายขอบเขตความร่วมมือกับ มจร ได้อย่างไร
4.การบริหาร การจัดการ และการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ส.ธ.ย. ให้งานเจริญยิ่งขึ้นตามลำดับ ทำงานให้ทันและสอดรับกับคนรุ่นใหม่ โลกใหม่ วิทยาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ จะร่วมกันผลักดันองค์กรนี้ให้ก้าวหน้าไปในทิศทางใด
5.การร่วมมือกันทางด้านวิชาการระหว่าง มจร และ ส.ธ.ย. รวมทั้งร่วมกันผลิตงานวิชาการทั้งด้านทฤษฎี งานวิปัสสนากัมมัฏฐาน งานวิจัยระดับนานาชาติ

6.การออกแบบ การบริหารจัดการ การเป็นองค์กรร่วม ในงานประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในเดือน มิ.ย.2569 ณ วัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน
7.การมีสำนักงานถาวรขององค์กรพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศในไทย มจร จะช่วยเหลือได้อย่างไร ในความเมตตาและอนุญาตของประธานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

พระเทพวัชรสารบัณฑิตกล่าวว่า การประชุมร่วมกับประธาน ส.ธ.ย. ครอบคลุมเนื้อหาประเด็นสำคัญ ในฝ่าย มจร จะได้นำข้อหารือในครั้งนี้ไปพูดคุยปรึกษากับฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัย และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระสิทธิวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ พระศรีวัชรศาสตรบัณฑิต รองฯ ประชาสัมพันธ์ พระปัญญาวัชรบัณฑิต รองฯ วิชาการ และ นายสุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป เป็นต้น
ก่อนเสนออธิการบดี เพื่อกำหนดทิศทางในการทำงานร่วมกับสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ต่อไป