งานบุญเดือน 3 ของพุทธศาสนิกชนไทย-ลาว ซึ่งยึดถือปฏิบัติมาแต่โบราณกาล และจัดติดต่อกันมาจนเป็นงานประเพณีที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของ นักท่องเที่ยวสายมู คือ “งานนมัสการองค์พระธาตุพนม” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 ม.ค.-3 ก.พ.2569 ตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 ไปสิ้นสุดวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3

ทุกปีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศจะพากันหลั่งไหลมากันโดยมิได้นัดหมาย โดยเฉพาะ “ข้าโอกาสพระธาตุพนม” ซึ่งเป็น กลุ่มลูกหลานชาวบ้านที่สืบเชื้อสายมาจากกลุ่มคนที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลรักษาองค์พระธาตุพนมและวัด ในสมัยโบราณกลุ่มคนเหล่านี้มีหน้าที่ทำนาทำไร่นำผลผลิตมาบำรุงวัดและพระภิกษุสงฆ์

ปัจจุบันกลุ่มคนที่เรียกกันว่า “ข้าโอกาสพระธาตุพนม” คือ กลุ่มคนที่มีบทบาทในการสืบทอดและรักษาประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ของวัดพระธาตุพนมมาอย่างยาวนาน ยังคงสืบทอดประเพณีสำคัญ คือ “บุญเสียค่าหัว” และ “พิธีถวายข้าวพีชภาค”

สมัยก่อนชาวบ้านจะรวมกลุ่มกันนำพืชผล ข้าวสาร ถวายแด่พระภิกษุในช่วงงานบุญเดือน 3 ถือเป็นการแสดงความศรัทธาต่อองค์พระธาตุและบรรพบุรุษ

พระธาตุพนม ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งอีสาน พระบรมธาตุเจดีย์ที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาของนครพนมมาแต่โบราณกาล สร้างขึ้นเมื่อต้นพุทธกาล พ.ศ.8 ในสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรเจริญรุ่งเรือง ประดิษฐานอยู่บนภูกำพร้า ตั้งตระหง่านสูงเด่นริมฝั่งแม่น้ำโขง

สถานที่ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาโปรดสัตว์น้อยใหญ่ ตามตำนานอุรังคธาตุกล่าวไว้ว่า พระมหากัสสปะและพระอรหันต์ 500 องค์ ได้นำอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากชมพูทวีป และท้าวพญาผู้ครองนครทั้ง 5 เป็นประธานในการสร้างที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุ อันเป็นที่ตั้งองค์พระธาตุพนมในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม องค์พระธาตุพนมได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์หลายครั้ง กระทั่งวันที่ 11 ส.ค.2518 เวลา 19.39 น. พระธาตุพนมได้หักล้มพังทลายลงทั้งองค์ จากการเกิดพายุพัดแรงฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน และด้วยความเก่าแก่ขององค์พระธาตุจึงไม่สามารถต้านภัยพิบัติจากธรรมชาติ ต่อมาประชาชนได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์

รัฐบาลในสมัยนั้นได้ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่ โดยสร้างครอบฐานพระธาตุองค์เดิมจนแล้วเสร็จวันที่ 21 มี.ค.2522
พระธาตุพนม เป็นองค์เจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในอีสาน เป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ และเป็น 1 ในพระธาตุนักษัตรปีวอก และมีคำกล่าวมาแต่ครั้งโบราณและบรรพบุรุษสืบทอดกันมาว่า หากใครได้มานมัสการพระธาตุพนมครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” และเป็นสิริมงคลในชีวิต แม้ได้มากราบพระธาตุพนมแค่ 1 ครั้ง ถือเป็นอานิสงส์ผลบุญยิ่งนัก

สำหรับพิธี เริ่มขึ้นวันที่ 26 ม.ค.69 เวลา 07.00 น. คณะข้าโอกาสพระธาตุพนม จะเดินทางมาจากทั่วสารทิศในภาคอีสาน และจากฝั่ง สปป.ลาว ทั้งจากเมืองเวียงจันทน์ แขวงสะหวันนะเขต และแขวงจำปาสักเพื่อร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ เวลา 08.00 น. จะมีพิธีอัญเชิญพระอุปคุต พระมหาเถระศักดิ์สิทธิ์จากสะดือแม่น้ำโขง มาปกป้องคุ้มครองงานบริเวณหน้าด่านศุลกากร
จากนั้น พระธรรมปริยัติโสภณ (สำลี ปัญญาวโร) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม ในฐานะประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์ทรงสมศักดิ์ 10 รูป สวดชัยมงคลคาถา ก่อนลั่นฆ้องชัย พิธีอัญเชิญพระอุปคุตแห่ตามถนนกุศลรัชฎากร พร้อมขบวนพานพุ่มเครื่องสักการบูชา ต้นเงินต้นทอง ผ้าห่มพระธาตุ เคลื่อนผ่านประตูโขงสู่วัด ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร เข้าสู่พิธีถวายข้าวพีชภาคและเสียค่าหัว

ก่อนอัญเชิญพระอุปคุตมาประดิษฐานบนหอพระแก้ว เปิดงานโดยการเฉลิมฉลอง จุดพลุ และลั่นฆ้องชัย 3 ครั้ง หลังเสร็จงานพิธีสงฆ์และพิธีทางพระพุทธศาสนา เวลา 15.30 น. ประธานฝ่ายฆราวาส ทำพิธีเปิดงานนมัสการพระธาตุพนมอย่างเป็นทางการ จากนั้นเวลา 18.00 น. คณะพุทธศาสนิกชนตลอดจนข้าโอกาสพระธาตุพนมพร้อมกัน ณ ศาลตรีมุขฯ พระธรรมวชิรโสภณแสดงธรรมเทศนา และนำประกอบพิธีเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนม 3 รอบ
ชมหมู่บ้านรักษาศีล 5 บริเวณหน้าวัด และมหรสพหมอลำพื้นบ้าน ส่วนวันที่ 3 ก.พ.2569 หลังจาก พระสงฆ์ทำวัตรเช้า เวลา 06.00 น. พุทธศาสนิกชนตักบาตรข้าวเหนียวรอบองค์พระธาตุ เวลา 07.00 น. แห่กองบุญถวายพระธาตุ และถวายผ้าห่มพระธาตุพนม ตักบาตรคู่อายุ และเสียค่าหัว เวลา 19.00 น. แสดงธรรมพระเทศนาโดยพระธรรมกถึก
งานตลอดทั้ง 9 วัน 9 คืนช่วงค่ำพุทธศาสนิกชนร่วมกันประกอบพิธีเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนม 3 รอบ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า การแสดงสินค้าจากกลุ่มแม่บ้านโอท็อป และมหรสพสมโภช
การบูชาพระธาตุพนม มีข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง ดอกไม้สีแดง ธูป 5 ดอก เทียน 2 เล่ม
คำนมัสการ นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ) ปริมยะ ทักขิณายะ ปัจนิมายะ อุตตะรายะ เหฏฐิมายะ อุปมายะ ทิสายะ กะปะนะศิริสะมิง ปัพพะเต มหากัสสะ เปนะ ฐาปิตัง พุทธะอุรังคะธาตุง สิระสา นะมามิฯ

อานิสงส์ในการมากราบนมัสการพระธาตุพนม เสริมสิริมงคลแก่ชีวิต เป็นผู้มีบุญบารมี จะทำให้มีผู้คนเคารพนับถือมาก
โดยงานในปีนี้ พระครูปรีชาพนมกร รองเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม ได้นำใบฎีกาอารธนาหลวงปู่มหาศิลา สิริจันโท พระเกจิชื่อดังภาคอีสาน เจ้าอาวาสวัด พระธาตุหมื่นหิน อ.เขาวง ในฐานะองค์อุปถัมภ์วัดพระธาตุพนม ร่วมในพิธีแห่พระอุปคุต วันแรกด้วย
สำหรับนักท่องเที่ยวสายมู ที่จะเดินทางมากราบไหว้พระธาตุพนม อยู่ห่างจากตัวเมืองนครพนมราว 53 กิโลเมตร ตามถนนทางหลวง 22 สายนครพนม-ธาตุพนม ควรหาโอกาสมากราบสักครั้งในชีวิต หากมาในช่วงงานเทศกาลบุญเดือน 3 แล้ว ยิ่งเป็นสิริมงคลยิ่งนัก
ชนะ วสุรักคะ