วันจันทร์ที่ 26 ม.ค.2569 น้อมรำลึกครบรอบ 26 ปี มรณกาล “พระครูเกษมคณาภิบาล” หรือ “หลวงพ่อมี เขมธัมโม” วัดมารวิชัย ต.บางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พระเกจิชื่อดังที่ชาวกรุงเก่าต่างให้ความเลื่อมใสศรัทธา

มีนามเดิม บุญมี ธนสนธิ์ เกิดเมื่อวันที่ 4 มี.ค.2454 ตรงกับวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือน 4 ปีกุน ที่หมู่บ้านขนมจีน ข้างวัดมารวิชัยตอนใต้ บิดา-มารดา ชื่อนายโหมด-นางพุฒ ธนสนธิ์

ในวัยเด็กอ่อนแอและขี้โรค มีโรคประจำตัวเจ็บป่วยอยู่เสมอ จึงมีรูปร่างผอมโซ ลักษณะเซื่องซึม ขี้อาย ไม่ช่างพูด และไม่เล่นหัวเหมือนกับเด็กชาวบ้านโดยทั่วไป

แต่มีคุณสมบัติพิเศษ เป็นเด็กที่มีใจบุญสุนทานชอบติดตามบิดา-มารดาเข้าวัด

อายุเพียง 12 ปี ขอบิดา-มารดาติดตามพระพี่ชายมาอยู่ด้วยทันที (ภายหลังพระพี่ชายลาสิกขา ได้เป็นแพทย์ประจำตำบล ชาวบ้านเรียกท่านว่า “หมอแบน”) ในตอนแรกบรรดาญาติผู้ใหญ่ไม่มีผู้ใดยอม ด้วยเกรงจะเป็นภาระให้พระพี่ชายที่เพิ่งอุปสมบทใหม่

แต่สุดท้ายครอบครัวก็ยินยอมให้ไปอยู่กับพระแบนที่วัดมารวิชัย

มีใจฝักใฝ่จะบรรพชามานานแล้ว แต่ติดขัดที่มีภาระช่วยบิดา-มารดา ทำไร่ไถนา จึงต้องคอยให้มีอายุครบบวชเสียก่อนจึงจะได้อุปสมบทตามประเพณีนิยม ซึ่งบรรดาชายทั้งหลายกระทำกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล

ดังนั้น เมื่ออายุ 21 ปี จึงเข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดมารวิชัย วันที่ 14 ก.ค.2475 มีพระครูอดุลวุฒิกร หลวงพ่อพิน จันทโชโต วัดช่างเหล็ก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อเขียน โชติสโร วัดบ้านพร้าวนอก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อเกลี้ยง อินทโชติ วัดมารวิชัย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายา เขมธัมโม แปลว่า ผู้มีธรรมะอันเกษม

อริยะโลกที่ 6 - หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย อดีตพระเกจิชื่อดังกรุงเก่า

ศึกษาพระปริยัติธรรม สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ

ด้านวิทยาคม ศึกษาวิทยาคมกับหลวงพ่อเขียน วัดบ้านพร้าวนอก ผู้มีศักดิ์เป็นหลวงน้าแท้ๆ โดยได้รับการถ่ายทอดวิชาการเล่นแร่แปรธาตุ และการสร้างวัตถุมงคลเนื้อเมฆพัด

นอกจากนี้ยังได้ศึกษาวิทยาคมและกัมมัฏฐานจากพระอาจารย์ผู้เรืองนามอีกหลายรูป อาทิ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค โดยอยู่ช่วยหลวงพ่อปานสร้างพระเนื้อดินอยู่ 3 ปี และสำเร็จเตโชกสิณกับหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก

อยู่ศึกษาวิชากับหลวงพ่อจงมากที่สุด และนานเกือบ 30 ปี โดยได้เดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างวัดหน้าต่างนอก และวัดมารวิชัย ทั้งยังได้ร่วมงานกับหลวงพ่อจงอย่างใกล้ชิดอยู่บ่อยครั้ง และอุปัฏฐากดูแลหลวงพ่อจง ตราบจนหลวงพ่อจงท่านสิ้นลมหายใจ

เมื่ออายุมากขึ้นแล้ว เข้าศึกษาหาความรู้ในโรงเรียนพระสังฆาธิการส่วนภูมิภาค จ.พระนครศรีอยุธยา จนสำเร็จการศึกษา รุ่นที่ 1 ปี พ.ศ.2513

นำความรู้ทางด้านพระปริยัติธรรมที่ท่านร่ำเรียนมา สอนพระภิกษุ-สามเณรภายในวัดมารวิชัยตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส และเมื่อเป็นเจ้าอาวาสก็เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมด้วยตัวของท่านเอง ในระหว่างเข้าพรรษาตลอด 3 เดือน จนพระภิกษุ-สามเณรทั้งหลายมีความรู้ความสามารถ สอบเปรียญธรรมขั้นสูงได้ปีละหลายสิบรูป

ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2481 เป็นเจ้าอาวาสวัดมารวิชัย พ.ศ.2493 เป็นเจ้าคณะตำบลบางนมโค และพระอุปัชฌาย์

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2507 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่ พระครูเกษมคณาภิบาล

พ.ศ.2510 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในราชทินนามเดิม

พ.ศ.2514 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

ด้านสาธารณประโยชน์ นำปัจจัยที่มีอยู่สมทบทุนกับทางราชการสร้างโรงเรียน 2 แห่ง คือ โรงเรียนวัดมารวิชัยและโรงเรียนจุฬาราษฎร์วิทยา ในเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เมื่อปี พ.ศ.2509 และยังได้สร้างสถานีอนามัย เนื้อที่ 7 ไร่ กับสำนักงานผดุงครรภ์ประจำตำบลบางนมโค ในเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน อีกด้วย

มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย รวมทั้งมีกิจนิมนต์ไปร่วมพิธีพุทธาภิเษกทั่วประเทศ

ด้วยตรากตรำงานมานาน สังขารจึงทรุดโทรม ทำให้อาพาธ

กระทั่งวันที่ 26 ม.ค.2543 มรณภาพอย่างสงบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน