“หลวงพ่อพระใส” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมือง จ.หนองคาย
เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก มีพระรูปลักษณะงดงามมาก ขนาดหน้าตักกว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว ส่วนสูงจากพระชงฆ์เบื้องล่างถึงยอดพระเกศ 4 คืบ 1 นิ้ว
ปัจจุบัน ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ เชื่อกันว่าหล่อในสมัยเชียงแสน ชั้นหลังพระใสเป็นพระพุทธรูปล้านช้าง

สมัยนั้นประเทศล้านช้างยังรุ่งเรืองอยู่และพระพุทธศาสนากำลังเจริญรุ่งเรือง พระเจ้าแผ่นดินทรงสนพระทัยในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง พระใสเป็นพระพุทธรูปที่หล่อคราวเดียวกันกับพระเสริม และพระสุก และคู่เคียงกันมาเสมอ
พระใส เป็นพระพุทธรูปที่ผู้หล่อประสงค์จะให้เป็นพระสำหรับแห่มาแต่เดิม สังเกตได้จากห่วงกลม 3 ห่วง โตกว่านิ้วมือติดอยู่กับพระแท่น (หล่อติดกับองค์พระ) สำหรับผูกสอดเชือกขันกับยานแห่
เมื่อประมาณ 60 ปีมาแล้ว พระเกศเดิมของพระใสซึ่งเป็นของที่มีราคามาก ได้ถูกขโมยลักเอาไป พระเกศที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้เป็นพระเกศใหม่

นอกจากนี้ ภายในพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย มีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติความเป็นมาของการหล่อพระสุก พระเสริม พระใส จำนวน 20 ภาพ มีใจความว่า
ในรัชสมัยของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ช่วง พ.ศ.2093-2115 แห่งอาณาจักรล้านช้างศรีสัตนาคณหุต ทรงมีพระราชธิดา 3 พระ องค์ ทรงพระนามว่า สุก, เสริม และใส พระราชธิดาทั้งสามมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงร่วมพระทัยขอพรจากพระราชบิดา สร้างพระพุทธรูปประจำพระองค์ มีข้าราชการ ชาวบ้าน และทางวัดได้ระดมช่างและคนมาช่วยกันอย่างมากมาย การหลอมทองเป็นไปด้วยความยากลำบากใช้เวลาหลอมถึง 7 วัน ทองยังไม่ละลาย

ล่วงเข้าวันที่ 8 ตอนใกล้เพล ขณะที่หลวงตากับสามเณรช่วยกันสูบลมหลอมทองอยู่ ปรากฏว่ามีชีปะขาวคนหนึ่งอาสามาช่วยงาน หลวงตากับสามเณรหยุดพักขึ้นไปฉันเพลบนศาลา ชาวบ้านมองเห็นชีปะขาวจำนวนมากช่วยกันเททองหล่อพระพุทธรูป แต่หลวงตากลับเห็นเพียงคนเดียว เมื่อฉันเพลเสร็จหลวงตาลงมาดูก็พบว่าทองทั้งหมดถูกเทลงในเบ้าทั้งสามเรียบร้อยแล้ว และชีปะขาวได้หายไป
พระพุทธรูปทั้งสามองค์ประดิษฐาน ณ เมืองเวียงจันทน์
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าอนุวงศ์แห่งเมืองเวียงจันทน์ได้แข็งข้อ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ปราบเมืองเวียงจันทน์ นำโดยสมเด็จพระบวรราชเจ้า เมืองเวียงจันทน์จนสงบ จึงคิดอัญเชิญพระสุก พระเสริม พระใสมาฝั่งไทย พระใสได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดประดิษฐ์ธรรมคุณ
ในสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น ข้าหลวงอัญเชิญพระเสริมและพระใส ลงไปกรุงเทพฯ ขบวนเกวียนของพระใสจากวัดประดิษฐ์ธรรมคุณถึงวัดโพธิ์ชัย เกิดเหตุขัดข้อง เกวียนไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้
ท้ายที่สุดเกวียนก็หักลง แม้จะนำเกวียนมาเปลี่ยนใหม่ แต่ไม่เป็นผล จึงตกลงกันว่าพระใสจะประดิษฐานไว้ที่วัดโพธิ์ชัย
สำหรับงานประเพณีสำคัญเกี่ยวกับองค์หลวงพ่อพระใส ชาวหนองคายจะยึดถือเอาวันสงกรานต์ของทุกปี จัดงานสมโภชหลวงพ่อพระใส โดยในวันที่ 13 เมษายน จะเป็นวันทำพิธีอัญเชิญหลวงพ่อพระใสลงจากพระแท่นแห่รอบพระอุโบสถ เวียนประทักษิณ 3 รอบ แล้วอัญเชิญขึ้นสู่ราชรถ เป็นองค์พระประธานนำพระพุทธรูปจากชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย แห่ไปรอบเมืองให้ประชาชนได้สรงน้ำ เพื่อความเป็นสิริมงคล
ในวันสุดท้าย จะมีพิธีอัญเชิญหลวงพ่อพระใส กลับขึ้นประดิษฐานบนพระอุโบสถเช่นเดิม เป็นอันเสร็จสิ้นงานประเพณีสมโภชองค์หลวงพ่อพระใสในรอบปี

วัตถุมงคลของหลวงพ่อพระใส สร้างออกมาหลายรุ่นหลายแบบ เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย
แต่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คือ “เหรียญหลวงพ่อพระใส รุ่นแรก” จัดสร้างโดยพระเวทีวุฒิกร เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย เมื่อปี พ.ศ.2485
ประกอบพิธีพุทธาภิเษกภายในพระอุโบสถหลังเดิม 1 วัน 1 คืน และเมื่อได้รับกิจนิมนต์ไปประกอบพุทธาภิเษกตามที่ต่างๆ ท่านได้นำเหรียญรุ่นดังกล่าว เข้าพิธีด้วย
ลักษณะเป็นเหรียญทรงสามเหลี่ยม มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเนื้อทองแดง
ด้านหน้า เป็นรูปหลวงพ่อพระใส บนพระแท่น มีคำว่า “พระใส” อยู่ฐานล่างพระแท่น เส้นขอบซ้อนด้านในคมชัด เช่นเดียวกับเส้นซ้อนข้างศอกซ้าย จุดกลมและเส้นแตกข้างเข่าซ้าย เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเหรียญรุ่นนี้
ด้านหลังเส้นยันต์หนาใหญ่คมชัด มีจุดกลมข้างในหัวตัว อุ เป็นจุดสังเกตสำคัญ
ด้วยความงดงามโดดเด่น ทำให้เหรียญหลวงพ่อพระใสรุ่นแรก ปี 2485 มีค่านิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ
ผู้มีไว้ครอบครองต่างก็หวงแหนยิ่ง