วันจันทร์ที่ 9 ก.พ.2569 น้อมรำลึกครบรอบ 17 ปี มรณกาล “พระครูโพธิคุณสถิต” หรือ “หลวงปู่ทองสุข สัมปันโน” วัดโพธิ์ชัยนิมิต ต.ปะหลาน อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม สืบทอดสายธรรม “หลวงปู่สาธุ์ สุขธัมโม” วัดบ้านเหล่า ต.เม็กดำ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม พระเกจิชื่อดังรุ่นเก่าของภาคอีสาน
เคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัยนิมิต และเจ้าคณะอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม
มีนามเดิมว่า ทองสุข สังฆะทิพย์ เกิดเมื่อวันที่ 26 พ.ค.2472 ที่บ้านเมืองเจีย ต.ปะหลาน อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม บิดา-มารดา ชื่อ นายตุ่ยและนางสอน สังฆะทิพย์
เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านหัวหมูคณานุสรณ์ หลังจากนั้นได้ออกมาช่วยครอบครัวทำไร่ ทำนา ตามวิถีชีวิตของชาวชนบทอีสาน
พ.ศ.2492 บิดานำท่านไปเข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดทองนพคุณ เป็นสำนักเรียนใหญ่มีชื่อเสียงโด่งดังในเขตอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย โดยมีพระครูจันทร์ศรีตลคุณ วัดโพธิ์ชัยนิมิต เป็นพระอุปัชฌาย์

จำพรรษาอยู่ที่วัดโพธิ์ชัยนิมิต ได้มุมานะศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมจนแตกฉานในเวลาอันรวดเร็ว สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก จากสำนักเรียนวัดห้วยถั่วใต้ รวมทั้งศึกษามูลกัจจายน์ บาลี อักษรขอม ไทยน้อย อักษรลาว กับพระครูจันทร์ศรีตลคุณ อยู่หลายพรรษา ทำให้มีความรู้ด้านอักขระโบราณ
ให้ความสนใจศึกษาด้านไสยเวท ในยุคนั้นชื่อเสียงของหลวงปู่สาธุ์ สุขธมฺโม วัดบ้านเหล่า โด่งดังไปทั่วทั้งอีสานกลางและอีสานตอนใต้ ในฐานะพระเกจิผู้เรืองวิทยาคมสายเขมร ที่สืบสายมาจากพระครูสีหราชบูรพาจารย์ ที่มีอายุในช่วงสมัยต้นรัชกาลที่ 5
ขอฝากตัวเป็นศิษย์เล่าเรียนไสยเวทกับหลวงปู่สาธุ์ โดยหลวงปู่เมตตาถ่ายทอดวิชาให้จนหมดสิ้น ดังนั้น หลวงปู่ทองสุข ถือเป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายของหลวงปู่สาธุ์
จากนั้นออกธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพรหลายแห่งในภาคอีสาน ไปไกลถึงประเทศลาวและกัมพูชา
ต่อมา กลับมาจำพรรษาที่วัดโพธิ์ชัยนิมิตบ้านเกิด ด้วยความที่เป็นพระเคร่งครัดในพระธรรมวินัย วัตรปฏิบัติจำเริญรอยตามหลวงปู่สาธุ์เสมอต้นเสมอปลาย ทำให้เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังขจรขจายอย่างรวดเร็ว ได้รับการยกย่องว่าเป็นกัมมัฏฐานรูปหนึ่งที่พุทธศาสนิกชนกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ
ในแต่ละวันจะมีญาติโยมจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบนมัสการ รับฟังธรรมและประพรมน้ำพุทธมนต์ รวมทั้งวัตถุมงคลที่เข้มขลังจากหลวงปู่ทองสุข อย่างล้นหลาม
สำหรับปัจจัยที่ได้จากการบริจาคจากศรัทธา นำมาพัฒนาสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับวัดแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระอุโบสถ กุฏิ ศาลาการเปรียญ ฯลฯ รวมทั้งมีการปรับปรุงพัฒนาภายในบริเวณวัดให้มีความร่มรื่น สวยงาม ก่อให้เกิดความสงบวิเวกเหมาะกับการเจริญภาวนาและปฏิบัติธรรมของสงฆ์ยิ่ง
นอกจากเป็นพระเกจิผู้ทรงวิทยาคมแล้ว หลวงปู่ยังมีตำแหน่งงานด้านปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2506 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัยนิมิต และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลปะหลาน
พ.ศ.2517 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นตรีที่ พระครูโพธิคุณสถิต พ.ศ.2527 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นโท พ.ศ.2533 เป็นพระอุปัชฌาย์
ด้วยคุณงามความดี วัตรปฏิบัติเสมอต้นเสมอปลาย และงานปกครองในหน้าที่ไม่เคยขาดตกบกพร่อง พ.ศ.2542 จึงได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย พ.ศ.2544 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
จึงเป็นทั้งพระนักปฏิบัติผู้ที่เคร่งพระธรรมวินัย และมีผลงานด้านเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ด้านปริยัติธรรม รวมทั้งงานสาธารณูปการมากมาย ทำให้วัดโพธิ์ชัยนิมิตมีความเจริญรุ่งเรือง
เมื่ออายุย่างเข้า 80 ปี อาพาธด้วยโรคมะเร็งปอดกระทั่งเวลา 21.41 น. วันที่ 9 ก.พ.2552 มรณภาพอย่างสงบที่โรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัยสิริอายุ 81 ปี พรรษา 61