กรมการศาสนา โดยกองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ได้จัดโครงการส่งเสริมพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนไปประกอบศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประเทศอินเดีย-เนปาล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยคัดเลือกพระสงฆ์และบุคลากรผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม กรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียนกองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เดินทางไปประกอบศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประเทศอินเดีย-เนปาล ได้แก่ สถานที่ประสูติ ณ สวนลุมพินี รัฐลุมพินี สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล

สถานที่ตรัสรู้ ณ บริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ปัจจุบันเรียกว่า “พุทธคยา” และเขาดงคสิริ สถานที่บำเพ็ญทุกรกิริยา เมืองคยา รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย เขาคิชฌกูฏ สถานที่ประทับพรรษาแรกของพระพุทธเจ้า เมืองราชคฤห์ สาธารณรัฐอินเดีย สถานที่แสดงปฐมเทศนา “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ปัจจุบันเรียกว่า “สารนาถ” และแม่น้ำคงคา สายน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ เมืองพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย

สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา ปัจจุบันเรียกว่า “กุสินาคาร์” เมืองกาเซีย รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย เพื่อส่งเสริมให้พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนได้เข้าถึงหลักธรรมในแหล่งกำเนิดพระพุทธศาสนา ได้รับประสบการณ์ตรงจากการศึกษาสถานที่สำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ ทำให้เกิดความซาบซึ้งและพัฒนาต่อยอดงานด้านศาสนา นำความรู้และประสบการณ์ไปถ่ายทอดสู่เยาวชนและประชาชน ทั้งในด้านการเรียนการสอน และด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างมีประสิทธิภาพรวม

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า กองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ได้สนับสนุนการดำเนินการของศูนย์อำนวยความสะดวกผู้เดินทางไปประกอบศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประเทศอินเดีย-เนปาล จำนวน 16 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้คณะพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนได้ปฏิบัติศาสนกิจตามหลักศาสนา และได้รับข้อมูลการเดินทางที่ถูกต้อง

ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวมีความพร้อมให้บริการคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล อย่างเต็มที่ ประกอบด้วย สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล 4 แห่ง ได้แก่ วัดไทยลุมพินี วัดไทยรามคาม วัดพระราชวังกบิลพัสดุ์ วัดไทยนิโครธาราม และสาธารณรัฐอินเดีย อีก 12 แห่ง ได้แก่ วัดไทยพุทธคยา วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ วัดไทยสารนาถ วัดไทยเชตวันมหาวิหาร วัดสิทธารถราชมณเฑียร วัดไทยนวราชรัตนาราม วัดนวมินทรธัมมิกราช วัดพระรามอโยธยา วัดลัฏฐิวันสวนตาลหนุ่ม วัดพระธรรมทูตไทยาราม วัดไทยเกสรียา วัดไทยอชันต้า-เอลโรล่า และในปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ได้ขยายศูนย์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง ณ วัดไทยสะสาราม เมืองสะสาราม รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย เนื่องจากมีคณะพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก

การส่งเสริมให้พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน เดินทางไปประกอบศาสนกิจ เพื่อประโยชน์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังพุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะพระสงฆ์และเครือข่ายพุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติงานในโครงการต่างๆ ของกรมการศาสนา อาทิ พระธรรมวิทยากร พระสงฆ์ที่ปฏิบัติงานในศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ วัฒนธรรมจังหวัด และผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา

เมื่อได้สัมผัสกับบรรยากาศที่เป็นจริงในแดนพุทธภูมิแล้ว จะทำให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธามากยิ่งขึ้น พระสงฆ์จะได้นำหลักธรรมมาถ่ายทอด อบรม และพัฒนาประชาชนให้มีคุณธรรมจริยธรรม เป็นพลังในการอุทิศตนให้แก่การเผยแผ่พระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น ส่วนพุทธศาสนิกชนที่ไปก็จะได้น้อมนำหลักธรรมคำสอนไปประพฤติปฏิบัติในวิถีชีวิต

ทั้งนี้ยังเป็นการสนองตอบต่อนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งส่งเสริมสถาบันศาสนาทุกศาสนาให้มีบทบาทในการเผยแผ่หลักคำสอนที่ดีงาม ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และเสริมสร้างความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิต จิตใจ และพัฒนาสังคมให้มีความสามัคคี ปรองดอง และยั่งยืน และให้พุทธศาสนิกชนเข้าถึงแก่นแท้คำสอนของพระพุทธเจ้าและสามารถนำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้

อันเป็นการสนองตอบต่อนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม ในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมเพื่อเสริมสร้างสังคมเข้มแข็งและสนับสนุนเศรษฐกิจวัฒนธรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน และส่งเสริมให้นำหลักธรรมของศาสนามาใช้ในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม

สร้างแรงจูงใจให้ประชาชนใช้หลักธรรมในการดำรงชีวิตมากขึ้น