“พระธาตุดอยเล็ง” ต.ช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่ เป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดแพร่ ตั้งอยู่บนภูเขาสูงทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของพระธาตุช่อแฮ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร และตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระธาตุจอมแจ้ง ประมาณ 4 กิโลเมตร


“พระเมธีวชิรธรรม” (บุญชิต อติธัมโม) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดแพร่ และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเล็ง เล่าถึงความเป็นมาของพระธาตุดอยเล็ง ดังนี้

พระธาตุดอยเล็งสร้างเมื่อ พ.ศ.ใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่มีมาคู่กับพระธาตุช่อแฮและพระธาตุจอมแจ้ง ตลอดถึงคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ที่อาศัยอยู่ในตำบลป่าแดงและช่อแฮได้เล่าว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จโปรดเวไนยสัตว์มาดอยลูกหนึ่ง ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของดอยธชัคคะบรรพต เมื่อเสด็จมาถึงจวนใกล้แจ้ง (สว่าง) ณ ที่นั้นจึงเรียกว่าดอยจวนแจ้ง
ปัจจุบันจึงเรียกว่าพระธาตุจอมแจ้ง

หลังจากนั้นเสด็จมาทางทิศเหนือถึงดอยธชัคคะบรรพตได้มาประทับอยู่ ณ ที่นั้น โดยมีขุนลัวะอ้ายก้อม เป็นโยมอุปัฏฐาก จึงให้ขุนลัวะอ้ายก้อมออกไปสำรวจภูมิประเทศ เพื่อที่จะสร้างพระธาตุช่อแฮ ขุนลัวะอ้ายก้อมจึงขึ้นไปยืนบนภูเขาที่ทำเลที่ดีจึงตกลงใจสร้างพระธาตุช่อแฮ แล้วพระพุทธองค์จึงทรงมอบเกศาธาตุไว้ที่ดอยธชัคคะบรรพตลูกนั้น ปัจจุบันเรียกว่าพระธาตุช่อแฮ
ครั้นเมื่อสร้างพระธาตุช่อแฮเสร็จแล้ว ขุนลัวะอ้ายก้อมระลึกถึงภูเขาที่ตนขึ้นไปยืนเล็งดูภูมิประเทศ จึงได้สร้างเจดีย์ขนาดเล็กเรียกว่า อุทเทสเจดีย์ บนภูเขาดังกล่าว ต่อมาชาวเมืองแพร่ได้เรียกชื่อว่าพระธาตุดอยเล็ง ซึ่งเป็นพระธาตุที่ตั้งอยู่สูงสุดในบรรดาพระธาตุทั้งหมดในจังหวัดแพร่ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประทับอยู่บนดอยลูกหนึ่ง ซึ่งสูงกว่าดอยทั้งหมด จึงได้เอาบาตรวางไว้บนดอยลูกนั้น ปัจจุบันเรียกว่าดอยภูกวาง (ชาวบ้านได้เอาก้อนหินใส่จนเต็มรอยบาตร) แล้วจึงประทับแลดูดอยอีกลูกหนึ่ง (ภาษาท้องถิ่นของภาคเหนือคือ เล็งผ่อ) ซึ่งอยู่ใกล้กับดอยภูกวางที่วางบาตร

พระองค์จึงได้ประทับแลดูภูมิประเทศของเมืองโกศัยหรือเมืองแพร่ ตรัสว่า “ที่นี่เป็นที่น่ารื่นรมย์เหมาะแก่การสร้างบ้านสร้างเมือง เพราะมีแม่น้ำยมไหลผ่าน” จึงให้ชื่อดอยลูกนี้ว่า ดอยเล็ง
บางตำนานเล่าว่า เจ้าเมืองเล็ง ดูเพื่อสร้างพระธาตุช่อแฮและเมืองแพร่ เนื่องจากเป็นดอนที่สูงสุด สามารถมองเห็นทิวทัศน์และภูมิประเทศได้ถึง 3 อำเภอคือ อ.สูงเม่น, อ.เมืองแพร่, อ.ร้องกวาง ของจังหวัดแพร่ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ใครที่มานมัสการพระธาตุช่อแฮแล้ว ถ้าไม่ตั้งใจดูจะไม่สามารถมองเห็นพระธาตุดอยเล็ง


พ.ศ.2540 พระมหาบุญชิต อติธัมโม ดำเนินการบูรณะพระธาตุดอยเล็ง ด้วยความเห็นชอบของพระครูโกศลสมณคุณ เจ้าคณะเมืองแพร่ในขณะนั้น และฝ่ายบ้านเมือง มีนายนรินทร์ พานิชกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ในขณะนั้น, นายเจริญสุข ชุมศรี นายอำเภอเมืองแพร่ในขณะนั้น, นายสถิตย์ มุ้งทอง กำนันตำบลป่าแดง, นายสุคนธ์ ผุดผ่องพรรณ กำนันตำบลช่อแฮ ทำการบูรณะพระธาตุดอยเล็ง เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2540 ซึ่งมีนายเสนาะ จันทร์สวัสดิ์ เป็นช่างบูรณะพระธาตุ
ซึ่งพระธาตุใช้เวลาบูรณะ 2 เดือน 8 วัน เมื่อทำการบูรณะแล้วเสร็จ จึงได้ทำพิธียกฉัตรยอดพระธาตุดอยเล็ง เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2540 ซึ่งได้รับการอุปถัมภ์ทุนจากพระราชนันทาจารย์ (หลวงพ่อผล อักกโชติ) อดีตเจ้าอาวาสวัดเวตวันธรรมาวาส (วัดเซิงหวาย) เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ


พระธาตุดอยเล็งได้รับการพัฒนามาโดยลำดับ สามารถมองเห็นได้ถึงสามอำเภอคือ อ.สูงเม่น, อ.เมืองแพร่, อ.ร้องกวาง และเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ของจังหวัดแพร่อีกแห่งหนึ่ง ผู้แสวงบุญสามารถนำรถขึ้นบนพระธาตุได้โดยสะดวกและปลอดภัย
กล่าวได้ว่า พระธาตุดอยเล็งมีความสัมพันธ์กับพระธาตุช่อแฮยาวนานกว่า 600 ปี งานไหว้พระธาตุบนดอยเล็งจะมีในเดือน 6 เหนือของทุกปี พร้อมงานประจำปีของพระธาตุช่อแฮ