วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ท.ปณต แสงเทียน รองอธิบดีกรมบังคับการพระราชวัง เป็นผู้เชิญน้ำสรง ผ้าไตร พานพุ่มดอกบัว พร้อมเครื่องสักการะ และไทยธรรม ถวายแด่ พระพรหมวชิรมุนี (เชิด จิตตคุตโต) เนื่องในโอกาสมงคลสมัย อายุวัฒนมงคลครบ 85 ปี ณ พระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวราราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายประพจน์ อัศววิรุฬหการ เป็นผู้เชิญพานพุ่มดอกบัว และผ้าไตรถวายแด่พระพรหมวชิรมุนี (เชิด จิตตคุตโต)

โอกาสนี้ คณะศิษย์ผู้ใกล้ชิดและญาติโยมผู้เลื่อมใสได้ร่วมแสดงมุทิตาจิตสักการะแด่พระพรหมวชิรมุนี
พระพรหมวชิรมุนี (เชิด จิตตคุตโต) สิริอายุ 85 ปี พรรษา 64 ดำรงตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม และรองแม่กองธรรมสนามหลวง
มีนามเดิม เชิด ฤกษ์ภาชนี เกิดเมื่อวันอังคารที่ 17 ก.พ.2484 ที่บ้านตำบลรางจระเข้ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา บิดา-มารดา ชื่อ นายซื่อและนางชั้น ฤกษ์ภาชนี ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย
เรียนจบชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดรางจระเข้ เมื่อปี พ.ศ.2497 ต่อมาบรรพชาเป็นสามเณร วันเสาร์ที่ 7 ก.ค.2497 ที่วัดรางจระเข้ ต.บ้านโพธิ์ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีพระครูปริยัติคุณปการ (วาสน์ ธัมมโชโต) เจ้าอาวาสวัดบ้านแพน เป็นพระอุปัชฌาย์

ระหว่างบรรพชา เรียนพระปริยัติธรรมกับหลวงลุงโก๋ ปี พ.ศ.2498 สอบได้นักธรรมชั้นตรี ก่อนย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดบางกระทิง สามารถสอบได้นักธรรมชั้นโท
จากนั้นมาอยู่กับพระสุเมธมุนี (มังกร กัสสโป) อดีตเจ้าอาวาสวัดบางหลวง จ.ปทุมธานี สามารถสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค
ครั้นอายุครบ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดรางจระเข้ โดยมีพระครูพิศิษฐ์สังฆการ (สมบูรณ์ อิสิญาโณ) เจ้าอาวาสวัดบางกระทิง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระสุเมธมุนี (มังกร กัสสโป) เจ้าอาวาสวัดบางหลวง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูกุหลาบ ธัมมสุทโธ เจ้าอาวาสวัดรางจระเข้ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า จิตตคุตโต
จากนั้นกลับไปจำพรรษาอยู่ที่วัดบางหลวง มุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม จนสามารถสอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค พร้อมทั้งได้รับมอบหมายให้เป็นครูสอนบาลีในสำนักวัดบางหลวง จ.ปทุมธานี
มีความตั้งใจเรียนพระปริยัติธรรมในระดับสูง แต่ด้วยเห็นว่าวัดในต่างจังหวัดยังมีความไม่พร้อมในด้านการศึกษาหลายด้าน จึงตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวง ไปเรียนหนังสือที่สำนักเรียนวัดสามพระยา กรุงเทพฯ เพื่อมาสอบเปรียญธรรม 8 ประโยค ในฐานะพระอาคันตุกะ

ผ่านพ้นไป 2 ปี ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดสุทัศนเทพวราราม โดยได้รับเมตตาจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม) ซึ่งในขณะนั้นดำรงสมณศักดิ์เป็นพระธรรมวิสุทธาจารย์ ประจำอยู่ที่คณะ 9
ได้รับความไว้วางใจให้สนองงาน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2511-2557 รวมระยะ 46 ปี
ตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย อาทิ เป็นเลขานุการวัดสุทัศนเทพวราราม เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม เป็นพระอุปัชฌาย์ เป็นรองหัวหน้าธรรมทูตสายที่ 3
พ.ศ.2559 เป็นเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม
ด้านการศึกษาสงฆ์ เป็นกรรมการตรวจใบตอบธรรมสนามหลวง เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี สำนักวัดสุทัศนเทพวราราม เป็นผู้ช่วยประธานกรรมการและเป็นอาจารย์สอนโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ และอาจารย์ใหญ่ วัดสุทัศนเทพวราราม เป็นรองแม่กองธรรมสนามหลวง ฝ่ายธรรมศึกษา ฯลฯ

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2523 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศรีวราภรณ์ พ.ศ.2537 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวิสุทธิดิลก พ.ศ.2543 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ชั้นเทพที่ พระเทพวิมลโมลี
พ.ศ.2548 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมรัตนดิลก
และ พ.ศ.2562 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏที่ พระวิสุทธาธิบดี
ล่าสุด วันที่ 8 ก.พ.2565 ได้รับพระราชทานราชทินนามเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า “พระพรหมวชิรมุนี”
กล่าวได้ว่าทำหน้าที่ในฐานะแห่งนักปกครองที่เอาใจใส่ดูแลความเป็นไปของวัดสุทัศนเทพวรารามอย่างดียิ่ง