หลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมด (วัดพุทธบูชา) เขตบางมด กรุงเทพฯ ผู้มีวัตรปฏิบัติที่แตกต่างจากพระเกจิอาจารย์รูปอื่น จนได้รับสมญาว่า “ผู้บูชาไฟ เป็นพุทธบูชา”
ธรรมะที่แนะนำสั่งสอน ท่านจะเน้นให้ตัดทุกสิ่งทุกอย่าง ให้ปล่อยวาง อย่ายึดถือ โดยเฉพาะศัตรูสำคัญ คือ ขันธ์ 5 ให้พิจารณาแยกออกเป็นธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม ให้เห็นแจ้งชัด ละอุปาทานที่มีอยู่ เมื่อพิจารณาเห็นจริงดังกล่าวแล้ว ความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่มีอยู่จะเบาบางไป
เมื่อมรณภาพ สังขารไม่เน่าเปื่อยเป็นที่อัศจรรย์ ลูกศิษย์จึงนำบรรจุในโลงแก้ว ประดิษฐานในพระมหาเจดีย์ในสวนอาศรมบางมด ปัจจุบันคือ “วัดหลวงพ่อโอภาสี” หรือ “วัดพุทธบูชา”
สร้างวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลัง ล้วนปรากฏเป็นที่ประจักษ์
ปี พ.ศ.2495 มีการสร้างเหรียญรุ่นแรก เป็นเหรียญปั๊มหูเชื่อมทรงกลม เนื้อทองแดง เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.2 เซนติเมตร ขอบเป็นขอบสองชั้น ชั้นนอกหนากว่าชั้นใน ตรงกลางเป็นรูปหลวงพ่อครึ่งองค์ ในหน้าตรง ที่คอสวมลูกประคำ ด้านล่างเป็นรูปเครื่องหมายกาชาด

ด้านหลังเป็นยันต์สวัสติกะ มีปลายหันไปทางขวา แสดงถึงความเป็นมงคลต่างๆ และเป็นเครื่องหมายแห่งชีวิตซึ่งมีการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสารไม่มีที่สิ้นสุด อีกทั้งเป็นเครื่องหมายประจำของเทพอัคนี ซึ่งอาจนำมาใช้เป็นเครื่องหมายประจำตัวของท่าน ซึ่งเป็นผู้บูชาไฟก็เป็นได้ ส่วนจุด 4 จุดในเครื่องหมายสวัสติกะ หมายถึง ธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ
บางท่านเรียกเหรียญนี้ว่า เหรียญอิติสุคะโต ตัวอักขระที่อ่านได้ดังนี้ “อิติ สุคะโต อะระหัง พุทโธ นะโม พุทธายะ ปะฐะวีคงคา พระภุมมะเทวา ขะมามิหัง” เป็นคาถาของหลวงพ่อโอภาสีที่ท่านได้มอบให้ศิษย์หมั่นท่องภาวนาป็นประจำ เรียกว่า คาถาสำเร็จแห่งหลวง
เหรียญปั๊มรูปเหมือนทรงกลมรุ่นแรกมีบล็อกแม่พิมพ์ด้านหน้าบล็อกเดียว แต่ด้านหลังมี 2 บล็อกคือ บล็อกหลังตัว ป แบนตัวหนังสือใหญ่ และบล็อกตัว ป กลม ตัวหนังสือเล็ก
ข้อสังเกต ตัว ป ของอักษรคาถาที่ ปะฐะวีคงคา ในบล็อก ป แบน หาง ป จะมีลักษณะบี้แบน
วัตถุมงคลทุกอย่างได้รับความนิยมสูงมาก นับเป็นเหรียญที่มีลักษณะงดงาม สมกับที่ได้รับการยกย่อง