เมื่อสมัย 40-50 ปีก่อนแถบชายแดนไทย-เขมรภาคตะวันออกไม่มีใครไม่รู้จัก “พระครูสังวรกิตติคุณ” หรือ “หลวงพ่อเอีย” วัดบ้านด่าน ต.เกาะลอย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี พระเกจิชื่อดัง
ได้รับนิมนต์ร่วมปลุกเสกในพิธีพุทธาภิเษกมากมายทั้งในท้องที่เขตจังหวัดปราจีนบุรีและต่างถิ่น รวมไปถึงพิธีใหญ่ๆ ในกรุงเทพมหานคร
เกิดเมื่อวันที่ 18 พ.ค.2448 บิดามารดาเสียชีวิตตั้งแต่ท่านยังเยาว์ ท่านเป็นคนฝักใฝ่ในการศึกษา เรียนหนังสือจบชั้นมัธยมต้นที่โรงเรียนประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อมาบรรพชาเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2465 ซึ่งมีอายุได้ 17 ปี

ศึกษาพระปริยัติธรรม ปฏิบัติเคร่งครัด และฝึกสมถกรรมฐาน สืบเนื่องมาจนอายุครบบวชจึงอุปสมบทเมื่อวันที่ 18 พ.ค.2468 ที่วัดสัมพันธ์ ต.สัมพันธ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มีพระครูสังวรกิจ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการอ้วน วัดชัยมงคล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการเคน วัดบ้านด่าน เป็นพระอนุสาวนาจารย์
เป็นพระผู้มีพรสวรรค์อันปราดเปรื่องมุ่งมั่นในการศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ แม้ว่าสำนักศึกษาในสมัยนั้นจะหาไม่ได้ง่ายๆ ต้องบุกบั่นเดินทางไปไกลๆ และหาความสะดวกมิได้เลย แต่ท่านก็ไม่ได้ย่อท้อ
ครั้นได้ศึกษาพระปริยัติธรรมจนเป็นที่เข้าใจดีแล้วก็เดินธุดงค์ไปยังสำนักหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า เพื่อศึกษาวิทยาการต่างๆ ทั้งกฤตยาคม และแพทย์แผนโบราณ จนได้ประกาศนียบัตร
เนื่องจากท่านได้เล็งเห็นว่าจะช่วยเหลือชาวบ้านได้ ดังนั้น ใครก็ตามที่ประสบความทุกข์ร้อน ไม่ว่าทางกาย อันได้แก่ โรคาพยาธิ หรือทางใจ หรือเดือดร้อนอื่นๆ หากช่วยได้ก็จะช่วยเหลือโดยไม่รั้งรอ ผู้ที่ไปหาจึงได้รับแต่ความอบอุ่นทั้งกายและใจ ความพร้อมมูลด้วยพรหมวิหาร 4 อันได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อปีพ.ศ.2482 โดยเสียสละเวลาช่วยเหลือชาวบ้านทางด้านการรักษาโรคภัยไข้เจ็บและคุณไสยต่างๆ มีชาวบ้านมาจากทั่วทุกสารทิศมุ่งหน้ามาวัดจนวัดมีสภาพเหมือนโรงพยาบาลย่อมๆ
บางคนที่อาการหนักจะมาพักอาศัยอยู่ที่วัดนานเป็นเดือน แต่ด้วยเมตตาธรรมจึงให้การดูแลรักษาอย่างเท่าเทียมกัน
ในปีพ.ศ.2501 เป็นเจ้าคณะตำบลเกาะลอย ปกครอง 7 วัด และเป็นพระอาจารย์ใหญ่สำนักศึกษาพระปริยัติธรรมในปีพ.ศ.2502 เป็นพระอุปัชฌาย์
ท้ายสุดได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่พระครูสังวรกิตติคุณ ในปีพ.ศ.2511
อบรมสั่งสอนทั้งพระภิกษุ-สามเณร ตลอดจนอุบาสก-อุบาสิกาอยู่เนืองนิจ ส่งเสริมเรื่องการศึกษา โดยตั้งสำนักศึกษาพระปริยัติธรรม และสอนกรรมฐาน และยังสร้างโรงเรียนประชาบาลชื่อ “โรงเรียนเกาะลอยกิตติโกอุปถัมภ์”
ด้านวัตถุมงคลสร้างไว้มากมายหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นเหรียญ พระกริ่ง ภาพถ่าย พระผง ผ้ายันต์ ตะกรุด ฯลฯ

สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้ มรณภาพเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2521 สิริอายุ 73 ปี พรรษา 52
คำสั่งสุดท้ายแก่ศิษย์ทั้งหลายว่า “ขอให้ศิษย์ทุกคนจงทำความดีด้วยกาย วาจา และใจ ใครกระทำแล้วย่อมประเสริฐกว่าคนทั้งหลาย และท่านเคยสอนว่าความสามัคคีคือกำลังสำคัญทั้งทางโลกและทางธรรม ท่านว่าคนเรานี้จะอยู่ในสถานที่ใดๆ ก็ตาม จงทำความเจริญขึ้นให้แก่สถานที่นั้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริต สิ่งทั้งหลายย่อมปรากฏ”
วัตถุมงคลที่เป็นสุดยอดปรารถนาคือ เหรียญรุ่นแรก
เหรียญรุ่นนี้จัดสร้างในปีพ.ศ.2502 เนื่องในงานที่ระลึกฉลองตราตั้งพระอุปัชฌาย์ ปี 2502
ด้านหน้า ตรงกลางเป็นรูปเหมือนครึ่งองค์หันหน้าตรง มีตัวหนังสือด้านบนเขียนว่า “หลวงพ่อพระอุปัชฌาย์เอีย กิตติโก”
ด้านหลัง ตรงกลางเป็นยันต์ “อะ” ล้อมด้วยวงกลม 3 ชั้น ด้านบนมีอุณาโลม เรียกว่า “นะ อะระหัง” เป็นยันต์ครู ซึ่งศึกษามาจากหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท
สนนราคาเล่นหาในปัจจุบัน สภาพสวยๆ มีนักนิยมสะสมพระเครื่องกล้าสู้กันถึงหลักแสน