“พระศรีวสุนธรา” หรือที่เรียกขานกันในนาม “พระแม่ธรณี หรือ พระแม่ธรณีบีบมวยผม” เป็นที่เคารพนับถือว่า เป็นเทพแห่งพื้นแผ่นดิน มีปรากฏในตำนานทั้งศาสนาพราหมณ์, ฮินดู และพุทธศาสนา
โดยเชื่อว่า “แผ่นดิน” เป็นจุดก่อเกิดสรรพสิ่งทั้งปวงในโลก จึงเปรียบเสมือนมารดา ผู้หล่อเลี้ยงโลก และยกย่องเป็นเทพีผู้ค้ำจุนโลก และสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ จะเห็นได้จากการสร้างรูปเคารพพระแม่ธรณี ตามสถานที่หรือหน่วยงานต่างๆ มากมาย

เรื่องราวประวัติความเป็นมาของพระแม่ธรณีไม่ค่อยมีปรากฏดังเช่นเทพองค์อื่น และมักไม่ค่อยเป็นไปในทางเดียวกัน อาจขึ้นกับความเชื่อและศรัทธาของแต่ละนิกาย เช่น บางแห่งก็ว่า พระแม่ธรณีมีโอรสกับพระนารายณ์ องค์หนึ่ง คือ พระอังคาร แต่บางแห่งก็ว่า พระแม่ธรณีมีโอรสกับพระศิวะ องค์หนึ่ง คือ พระอังคาร หรือในคติความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์ กล่าวว่า พระแม่ธรณีเป็นชายาของพระธุรวะ หรือ ดาวเหนือ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม คติความเชื่อเรื่องการก้มกราบแผ่นดิน หรือการบูชาพระแม่ธรณีมีมาไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว โดยเฉพาะในอินเดีย นับว่ามีมาก่อนพุทธศาสนาเสียอีก
พระแม่ธรณียังปรากฏความสำคัญในพุทธประวัติ กล่าวคือ … ในคืนที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ พญามารวัสดีและกองทัพมารเข้ารบกวน โดยอ้างเอาบัลลังก์เป็นของตน พระพุทธองค์ทรงเปล่งวาจาอ้างเอา “ธรณี” เป็นพยาน จากนั้นมีเสียงดังกัมปนาท แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น พระแม่ธรณีต้องปรากฏกายเป็นพยานเอก แสดงการบิดน้ำจากมวยผม เพื่อแสดงให้เห็นถึงกุศลที่พระพุทธองค์กระทำมาตั้งแต่อดีตชาติ จนน้ำที่กรวดลงบนพื้นแล้วแม่ธรณีรับไว้นั้นมากถึงขั้นเป็นมหาสมุทร พัดเอาเหล่าพญามารกระจัดกระจายหายไป
… ต้นเหตุนี้ทำให้เกิด “พระพุทธรูปในปางมารวิชัย” ในกาลต่อมา

คติความเชื่อเรื่องการบูชาพระแม่ธรณีได้เผยแพร่มาจากอินเดียสู่ไทย เนื่องจากอิทธิพลคัมภีร์พระพุทธศาสนาเป็นส่วนใหญ่ อาจกล่าวได้ว่า ก่อนที่จะทำอะไรก็ให้บูชาบอกกล่าวต่อพระแม่ธรณีก่อน เพราะทุกอย่างในโลกล้วนกำเนิดขึ้นบนดินทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนก็ต้องบอกกล่าวขอขมา เพราะจะกระทบกระเทือนพื้นดินตั้งแต่เริ่มตอกเสาเข็มหรือขึ้นเสาเอก ฯลฯ
อีกทั้งเกษตรกรก่อนจะทำการเพาะปลูกมักจะทำพิธีบอกกล่าวแก่พระแม่ และขอพรให้ประสบความสำเร็จ พืชผลเจริญงอกงาม
นอกจากนี้ ในการทำพิธีทางพราหมณ์ต่างๆ ทั้งการขึ้นศาลเจ้าที่ ศาลพระภูมิ ขึ้นบ้านใหม่ หรือแม้แต่การขึ้นเสาเอกหรือวางศิลาฤกษ์ก็ต้องทำพิธีบอกกล่าวขออนุญาตจากพระแม่ธรณี เพื่อให้เปิดทางให้เจ้าที่เจ้าทาง เทพเทวาอารักษ์ทั้งหลายเข้ามาในพิธีได้ ไม่เช่นนั้นพิธีดังกล่าวก็ไม่อาจสำเร็จลุล่วงตามที่ปรารถนา ซึ่งจะเห็นได้ว่าก่อนจะถึงเวลามงคลฤกษ์ทุกครั้ง พราหมณ์ผู้ทำพิธีจะจุดธูปแล้วเดินไปที่มุมใดมุมหนึ่ง เพื่อสวดอธิษฐานที่พื้นดินก่อน เป็นต้น
ทางภาคอีสานยังมีวิชาเฉพาะที่เกี่ยวกับพระแม่ธรณีหลายอย่าง เช่น ตะกรุดหัวใจพสุธา ในสายสมเด็จลุน นครจำปาสัก หรือ พิธีเบิกโขลนออกจับช้าง ก็มีมนต์ที่กล่าวอ้างถึงแม่พระธรณี … โอมเผนิก เบิกแนกแยกพระกำกวมงวม พระธรณี ทางเส้นนี้ก็เคยล่วงปล่อยทางนี้ เคยเที่ยว โอมสวาหุโนนะโมตัสสะ …

ภาคเหนือ ก็มีพิธีกรรมเกี่ยวกับแม่พระธรณีอยู่มากที่นับถือเป็นประเพณี มีอาทิ พิธีบนนางธรณี เป็นต้น
พระแม่ธรณียังปรากฏในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง อาทิ หนังสือเทศน์มหาชาติปฐมสมโพธิกถา ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นต้น โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น นางพระธรณี พระแม่สุนธราพสุธา
รูปลักษณ์ทางจิตรกรรมของแม่พระธรณี จะเป็นเทวดาผู้หญิงที่มีรูปร่างใหญ่ แต่อ่อนช้อยงดงาม พระฉวีสีดำ พระพักตร์รูปไข่ ยิ้มละไมอยู่เสมอ แสดงถึงความมีพระทัยเยือกเย็น มวยพระเกศายาวสลวย สีเขียวชอุ่มเหมือนกลุ่มเมฆ พระเนตรสีเหมือนดอกบัวสาย คือ สีน้ำเงิน พระชงฆ์เรียว พระพาหาดุจงวงไอยรา นิ้วพระหัตถ์เรียวเหมือนลำเทียน

ภาพเขียนรูปพระแม่ธรณีที่ถือกันว่างดงามที่สุดในประเทศ คือ ภาพที่ฝาผนังด้านหน้าพระประธานในอุโบสถวัดชมภูเวก อ.เมือง จ.นนทบุรี
รูปลักษณ์ทางประติมากรรมของแม่พระธรณีตามศิลปะไทยจะทำเป็นรูปหญิงสาว รูปร่างอวบใหญ่ล่ำสันอย่างได้สัดส่วน มีความงามประดุจเทพธิดา นั่งในท่าคุกเข่า แต่ยกเข่าขวาขึ้นสูงกว่าเข่าซ้าย หรือบางแห่งสร้างให้อยู่ในท่ายืน แต่ที่เหมือนกันคือ มวยผมปล่อยยาว มือขวายกข้ามศีรษะไปจับไว้ที่โคนมวยผม ส่วนมือซ้ายจับมวยผม แสดงท่ากำลังบิดให้สายน้ำไหลออกมาจากมวยผม
ส่วนเครื่องทรงไม่มีแบบแผนแน่นอน เป็นไปตามแต่จินตนาการของผู้สร้าง บางแห่งสวมพัสตราภรณ์เฉพาะช่วงล่าง แต่บางแห่งทั้งนุ่งผ้าจีบและห่มสไบอย่างสวยงาม ประดับเครื่องถนิมพิมพาภรณ์ มีกรอบหน้าและจอนหู เป็นต้น

ยุคปัจจุบัน พระแม่ธรณี หรือ พระแม่ธรณีบีบมวยผม ยังคงได้รับการเคารพศรัทธาและกราบไหว้บูชากันอยู่ไม่เสื่อมคลาย เพราะเราต้องอาศัยพื้นแผ่นดินอยู่ทั้งชีวิต เพื่อให้มีที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้าที่ดิน ยิ่งต้องบูชาพระแม่ธรณี แล้วจะสำเร็จสมประสงค์ ตามความเชื่อโบราณที่ว่า “อยากเป็นเศรษฐีที่นา เป็นราชาที่ดิน ต้องบูชาพระแม่ธรณี”
คาถาหัวใจพระแม่ธรณี …. ท่องนะโม 3 จบ แล้วว่า “เม กะ มะ อุ” ซึ่งถอดออกมาจาก พรหมวิหาร 4 : เม คือ เมตตา, กะ คือ กรุณา, มะ คือ มุทิตา และ อุ คือ อุเบกขา เชื่อกันว่าใช้ได้สารพัดอย่าง โดยเฉพาะด้านเมตตา จะใช้เสกสีผึ้งทาปากก็ได้ เสกแป้งผัดหน้าก็ได้ หรือโดยทั่วไปให้ภาวนา 3, 9 หรือ 21 (ตามกำลัง) จบ