วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ พิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ครบ 259 ปี ณ พระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
โดยมี พลตรี หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ทรงเป็นประธานในพิธี

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปัญโญ) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม, พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร) กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา, พระพรหมวัชรเมธี (สมเกียรติ โกวิโท) กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 และเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
ในการนี้อาราธนาพระพรหมวัชราจารย์ (สมจินต์ สัมมาปัญโญ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย แสดงพระธรรมเทศนา พระสงฆ์สวดคาถาธรรมบรรยายจบ พระสงฆ์ทั้งนั้นอนุโมทนา

สำหรับประวัติ วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร” มีหลักฐานการสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ วัดมะกอก ต่อมาเรียกว่า วัดมะกอกนอก เพราะมีการสร้างวัดขึ้นอีกวัดหนึ่งในตำบลเดียวกัน แต่อยู่ในคลองบางกอกใหญ่
ชาวบ้านเรียกวัดที่สร้างใหม่ว่า วัดมะกอกใน (วัดนวลนรดิศ) แล้วจึงเรียกวัดมะกอก ซึ่งอยู่ปากคลองบางกอกใหญ่ว่า วัดมะกอกนอก
ครั้นเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตั้งราชธานีที่กรุงธนบุรี พ.ศ.2310 ได้เสด็จฯ มาถึงหน้าวัดแห่งนี้ตอนรุ่งแจ้ง จึงโปรดเกล้าฯ ให้เทียบเรือพระที่นั่งที่ท่าน้ำ เสด็จขึ้นไปสักการบูชาพระมหาธาตุ ซึ่งเป็นพระปรางค์องค์เดิม องค์ที่เห็นในปัจจุบัน

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดมะกอกและเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า “วัดแจ้ง” ทรงเอาป้อมวิชัยประสิทธิ์ข้างฝั่งตะวันตกเป็นที่ตั้งตัวพระราชวัง แล้วขยายเขตพระราชฐานจนวัดแจ้งเป็นวัดภายในพระราชวัง เช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์สมัยกรุงศรีอยุธยา และเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ใน พ.ศ.2322 ก่อนย้ายมาประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามใน พ.ศ.2327
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ได้เสด็จมาประทับที่พระราชวังเดิม และได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดแจ้งใหม่ทั้งวัด แต่ยังไม่ทันสำเร็จ ก็สิ้นรัชกาลไปเสียก่อน

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระองค์ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดแจ้ง และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดอรุณราชธาราม”
พระองค์มีพระราชดำริที่จะเสริมสร้างพระปรางค์หน้าวัดให้สูงขึ้น แต่สิ้นรัชกาลเสียก่อน
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เสริมพระปรางค์ขึ้นและให้ยืมมงกุฎที่หล่อสำหรับพระพุทธรูปทรงเครื่องที่จะเป็นพระประธานวัดนางนองมาติดต่อบนยอดนภศูล
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดอรุณราชธารามหลายรายการ และให้อัญเชิญพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มาบรรจุไว้ที่อาสน์พระประธานในพระอุโบสถด้วย

เมื่อการปฏิสังขรณ์เสร็จสิ้นลง พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดอรุณราชวราราม”
วัดแห่งนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์และสร้างเสนาสนะถาวรวัตถุเพิ่มเติมตลอดมา โดยพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงอุปถัมภ์
ทั้งนี้ พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณฯ พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดอรุณฯ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ด้วยมีพระราชศรัทธาบูรณปฏิสังขรณ์วัดต่อจากรัชกาลที่ 1 จนแล้วเสร็จ
ทั้งยังได้ทรงปั้นหุ่นพระพุทธรูปด้วยฝีพระหัตถ์ และโปรดให้หล่อขึ้นประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ โปรดให้มีมหรสพสมโภช ในปี พ.ศ.2363 และภายหลังรัชกาลที่ 2 เสด็จสวรรคต พระบรมอัฐิของพระองค์ยังบรรจุอยู่ฐานองค์พระประธานในพระอุโบสถ
จึงกล่าวได้ว่า วัดอรุณราชวราราม เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2