“วัดธรรมปัญญารามบางม่วง” ต.บางช้าง อ.สามพราน จ.นครปฐม เป็นวัดในพระพุทธศาสนามหายาน วัดแรกและวัดเดียวในจังหวัดนครปฐม
เดิมวัดแห่งนี้เป็นโรงเจ ชื่อว่า เฮงเส็งตั๊ว หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนาม โรงเจบางม่วง อยู่คู่กับแม่นํ้าท่าจีนมาไม่น้อยกว่า 150 ปี
ต่อมาเจ้าของโรงเจแห่งนี้ได้ถวายที่ดินให้กับพระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตร เจ้าคณะใหญ่อนัมนิกายแห่งประเทศไทยในขณะนั้น เพื่อจัดตั้งเป็นวัดของคณะสงฆ์อนัมนิกาย และได้รับอนุมัติให้เป็นวัดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2548 เจ้าคณะใหญ่อนัมนิกายในขณะนั้น จึงได้มอบหมายให้ องวินัยธรพิสิษฐ์ เถี่ยนบ๊าว
ปัจจุบันคือ องสรพจนสุนทร (พิสิษฐ์ เถี่ยนบ๊าว) ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ในวันที่ 30 ธ.ค.2550 เพื่อเป็นที่พึ่งของพุทธศาสนิกชน

องสรพจนสุนทร (พิสิษฐ์ เถี่ยนบ๊าว)
องสรพจนสุนทรได้เห็นความทุกข์ของผู้คนที่เกิดจากความเจ็บป่วย ขาดที่พึ่ง ที่ยึดเหนี่ยว จึงได้มีปณิธานในการหล่อพระยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้าขึ้น ซึ่งเป็นพระยูไลที่หล่อด้วยเนื้อเงินองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่พุทธศาสนิกชนให้ชาวพุทธได้มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ทำให้มีผู้คนจำนวนมากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมากราบไหว้ขอพร
โดยพระยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้าสร้างจากตำราพระพุทธศาสนามหายาน ที่กล่าวถึงพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคต หรือ “พระพุทธเจ้าหมอ” หรือ “หมอของกายและวิญญาณ” ซึ่งเป็น 1 ใน 3 องค์ประธานของพระพุทธเจ้า ตามตำราพระพุทธศาสนามหายาน พระนามของท่านหมายถึงพระตถาคตเจ้าผู้เป็นบรมครูแห่งยารักษาโรค เป็นที่นิยมนับถือในหมู่ชาวจีน เชื่อกันว่าทรงเป็นพระพุทธเจ้าที่สามารถรักษาโรคทางกายและโรคทางกรรมของสัตว์โลก
พระยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ พระยูไลไภษัชย์ หรือพระเงินใหญ่ เป็นพระประธานประจำวัดธรรมปัญญารามบางม่วง พระพุทธรูปองค์นี้มีขนาดความสูงถึง 7 เมตร หล่อขึ้นจากเนื้อเงินยวงบริสุทธิ์ ถือได้ว่าเป็นองค์แรกและมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

พระยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้า
พระยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้า เป็นพระพุทธเจ้าที่ชาวพุทธมหายานให้ความเคารพศรัทธาอย่างยิ่ง เชื่อว่าพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บและปัดเป่าทุกข์ภัยต่างๆ ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการเยียวยา รักษา และความสงบสุขทางใจ พระองค์จึงมักเป็นที่เคารพสักการะของผู้ที่ต้องการความสงบร่มเย็นและสุขภาพแข็งแรง
พระเงินใหญ่องค์นี้สร้างขึ้นด้วยเจตนาเพื่อให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจของชาวพุทธ เป็นอนุสรณ์ที่แสดงถึงพลังศรัทธาและความสามัคคีของผู้คนในการร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นมงคลสถาน อีกทั้งยังเป็นจุดหมายสำคัญในการเดินทางมาสักการบูชาของพุทธศาสนิกชนทั้งในและต่างจังหวัดอย่างไม่ขาดสาย
ปัจจุบันพระยูไลไภษัชยคุรุพุทธเจ้าประดิษฐานอย่างสง่างามภายในวัดธรรมปัญญารามบางม่วง นับเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่สะท้อนถึงวัฒนธรรม ประเพณี และศรัทธาทางศาสนาของชุมชนท้องถิ่น และยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญให้เข้ามากราบไหว้บูชาอย่างต่อเนื่อง

องสรพจนสุนทรยังได้สร้างพระมหาโพธิสัตว์กวนอิม ปางเสวยสุข พระพักตร์ทองคำ แห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง โดยพุทธศาสนิกชนที่มาสักการะขอพรพระมหาโพธิสัตว์กวนอิม ปางเสวยสุข มีความเชื่อว่าจะช่วยให้หมดทุกข์หมดโศก
พระแม่กวนอิมปางเสวยสุข หรือที่เรียกกันว่าปางไสยาสน์ เป็นปางที่พระแม่กวนอิมประทับในอิริยาบถนอนอย่างสงบสุข ที่วัดธรรมปัญญารามบางม่วง ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม มีการประดิษฐานพระแม่กวนอิมปางเสวยสุของค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยองค์พระมีความยาวถึง 21 เมตร สีทองอร่ามงดงาม ถือเป็นจุดเด่นที่ดึงดูดพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวให้มากราบไหว้และชมความงาม

พระแม่กวนอิมปางเสวยสุข
การสักการะพระแม่กวนอิมปางเสวยสุขที่วัดนี้มีขั้นตอนที่เป็นเอกลักษณ์ ผู้ศรัทธาจะเดินเวียนขวาลอดถ้ำโพธิสัตว์ที่อยู่ใต้องค์พระแม่กวนอิมปางนอนจำนวน 3 รอบ จากนั้นสวดมนต์บูชาและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ ยังมีการตีระฆังและกลองเพื่อเสริมความเป็นมงคลอีกด้วย
วัดธรรมปัญญารามบางม่วงไม่เพียงเป็นสถานที่ประดิษฐานพระแม่กวนอิมปางเสวยสุขเท่านั้น แต่ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ รวมถึงเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ เช่น หลวงพ่อทันใจ, พระโพธิสัตว์ทั้งสองยาม คือ สุริยันโพธิสัตว์ จันทราโพธิสัตว์, เทพเจ้าประจำราศีปีเกิด, เทพเจ้าขุนพลทั้ง 12 องค์, อธิษฐานจิตต่อแมนดาล่าทราย มณฑลศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นตามแบบพระสงฆ์ลามะ, หมอเทวดาฮั่วท้อเชียงซือ, เทพเจ้าโชคลาภทั้ง 5 องค์ โหงวโห่วไฉ่ซิ่ง, เทพเจ้าโชคลาภไฉ่ซิงเอี๊ย, ศาลพญามังกรเขียว เจ้าแห่งมหาสมุทร ที่ผู้คนสามารถมากราบไหว้เพื่อเสริมสิริมงคลและความสุขในชีวิต

สำหรับผู้ที่สนใจเยี่ยมชมและสักการะ วัดธรรมปัญญารามบางม่วงเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร.08-5177-9169