เมืองปากน้ำ จ.สมุทรปราการ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง จากรุ่นสู่รุ่นอดีตจวบจนปัจจุบัน

พระเกจิอีกรูปถึงแม้ละสังขารไปนานกว่า 50 ปีแล้ว แต่วัตถุมงคลที่จัดสร้างไว้ กลับได้รับความนิยมอย่างมาก

ได้รับการยกย่องเป็นเทพเจ้าแห่งปากน้ำ คือ “พระครูกรุณาวิหารี” หรือ “หลวงปู่เผือก ปัญญาธโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดกิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

 

วัดกิ่งแก้ว ตั้งอยู่ที่ 23 ถนนกิ่งแก้ว หมู่ 13 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ สร้างเมื่อปี 2428 เดิมเรียกว่า “วัดกิ่งไผ่”

ต่อมา หม่อมแก้ว เข้ามาทำนุบำรุงและบูรณะพัฒนาวัดให้เจริญมั่นคง จึงได้ขนานนามวัดใหม่ว่า “วัดกิ่งแก้ว” มาจนถึงปัจจุบัน วัดแห่งนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อประมาณปี 2429

เกิดในสกุล ขุมสุขทอง ที่บ้านคลองสำโรง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 ส.ค.2412 ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 9 ปีมะเส็ง

เมื่ออายุ 13 ปี บิดานำไปฝากเรียนหนังสือกับพระอาจารย์อิ่ม อินทสโร ที่วัดกิ่งแก้ว จนอายุครบ 15 ปีเศษ มีความรู้พออ่านออกเขียนได้ จากนั้นกลับมาช่วยครอบครัวประกอบอาชีพทำนาทำสวน

เมื่ออายุครบ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบทตามประเพณีที่วัดกิ่งแก้ว โดยมีหลวงปู่ทอง วัดราชโยธา (วัดราชบัวขาว) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์อิ่ม อินทสโร วัดกิ่งแก้ว เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายา ปัญญาธโร

อยู่จำพรรษาที่วัดกิ่งแก้ว ศึกษาภาษาไทย เพิ่มเติมจนมีความรู้แตกฉาน จึงเริ่มศึกษาพระธรรมวินัย ศึกษาอักขระขอมและฝึกการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน โดยมีพระอาจารย์อิ่ม เจ้าอาวาสวัดกิ่งแก้ว เป็นผู้อบรมสั่งสอน

พ.ศ.2442 พระอาจารย์อิ่ม มรณภาพ ที่ประชุมสงฆ์และชาวบ้านมีความเห็นพ้องกันให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบแทน

หลังจากรับตำแหน่งเจ้าอาวาสแล้ว ดำเนินการบูรณะวัด โดยมีชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจพร้อมสละกำลังทรัพย์เป็นอย่างดี ได้มีการสร้างถาวรวัตถุขึ้น เช่น อุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง วิหาร ศาลาการเปรียญ มณฑป โรงเรียนพระปริยัติธรรม และโรงเรียนประชาบาล

พ.ศ.2443 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลราชาเทวะ พ.ศ.2446 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระสมุห์ฐานานุกรมของพระครูสุนทรสมุทร (จ้อย) เจ้าคณะจังหวัดสมุทรปราการ วัดกลางวรวิหาร และได้รับตราตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ.2480 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูกรุณาวิหารี

พ.ศ.2487 ได้รับแต่งตั้งเป็นกรมการสงฆ์ องค์การสาธารณูปการ ในอำเภอบางพลี จ.สมุทรปราการ

มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2501 สิริรวมอายุ 89 ปี พรรษา 69

พระเครื่องวัตถุมงคลได้รับความนิยมอย่างมากหลายรุ่นหลายพิมพ์ อาทิ เหรียญรูปหล่อ พระกริ่ง พระเนื้อผง และที่นิยมกันมาก คือ พระผงรุ่นขุดสระเล็กและใหญ่ สร้างปี 2460-2465, เหรียญสี่เหลี่ยมหลวงปู่เผือก สร้างปี 2481, พระกริ่งพุทธชินราช สร้างปี 2485-2486 เป็นต้น

ส่วนวัตถุมงคลอื่นที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน คือ พระกริ่งพุทธชินราช สร้างไว้เมื่อประมาณปี พ.ศ.2485 ถือเป็นสุดยอดของพระพุทธชินราชพระเกจิที่ออกในยุคสงครามอินโดจีน

มีความสนิทสนมกับ “พระมงคลราชมุนี” (สนธ์ ยติธโร) หรือที่ผู้คนส่วนใหญ่เรียกขานในสมณศักดิ์เดิมว่า “ท่านเจ้าคุณศรี” (สนธ์) ศิษย์เอกสมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนเทพวราราม

พระกริ่งพุทธชินราชที่สร้างในครั้งนี้ มีเจ้าคุณศรีร่วมทำพิธีด้วย สร้างจำนวนไม่มากนัก เนื้อใช้ทองเหลืองผสมด้วยเงินก้อนโบราณ สีจึงออกมาขาวอมเหลือง

 

สร้างเป็นรูปองค์พระพุทธชินราชมีตราอกเลา (รูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด) ประทับทั้งที่อยู่ด้านหน้าบ้าง และอยู่ด้านหลังบ้าง ถ้ามีตราอยู่ที่ด้านหน้า จะไม่มีที่ด้านหลัง ส่วนที่มีตราอยู่ที่ด้านหลัง จะไม่มีที่ด้านหน้า และมีเดือย ชนวนอยู่ 2 เดือย พระรุ่นนี้ จะมีการบรรจุเม็ดกริ่งไว้ด้วย

นอกจากจะดีด้านเมตตามหานิยม และแคล้วคลาดแล้ว ยังใช้ทำน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์รักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วย

เล่าขานกันปากต่อปากถึงพุทธคุณอันยอดเยี่ยม ครบถ้วนทั้งทางด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย คงกระพันชาตรี

พลันที่สิ้นบุญ วัตถุมงคลก็กลายเป็นที่ปรารถนาของบรรดาเซียนพระ และนักนิยมสะสมพระเครื่องวัตถุมงคลในทันที จนติดลมบนไปแล้ว

จึงเป็นอีกหนึ่งวัตถุมงคลที่หายากยิ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน