วันเสาร์ที่ 4 เม.ย.2569 น้อมรำลึกครบรอบ 164 ปี ชาตกาล “พระวิสุทธิรังษี” หรือ “หลวงปู่เปลี่ยน อินทสโร” ที่ชาวกาญจนบุรีและในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องเรียกว่า หลวงพ่อวัดใต้ หรือ หลวงปู่วัดใต้ อดีตเจ้าอาวาสวัดใต้ หรือ วัดไชยชุมพลชนะสงคราม ต.บ้านใต้ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

นอกจากกิตติศัพท์ทางวิทยาคมแล้ว ยังเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีคุณูปการ และเคยดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี

เกิดเมื่อวันเสาร์ เดือน 5 ปีจอ ซึ่งตรงกับวันที่ 5 เม.ย.2405 ที่บ้านม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

มีนามเดิมว่า ทองคำ บิดา-มารดา ชื่อ หมื่นอินทร์รักษา (นิ่ม) – นางจีบ พูลสวัสดิ์

อริยะโลกที่ 6

ในวัยหนุ่มมีความเป็นนักสู้ เข้มแข็ง ทรหดอดทน เรียกได้ว่าเป็นนักเลงเต็มตัวตั้งแต่ยังเด็ก รูปร่างล่ำสัน ผิวดำ จึงเรียกชื่อว่า “ทองดำ”

ด้วยบิดามารดามีความเป็นห่วง เกรงว่าต่อไปในอนาคตจะเอาดีได้ยาก จึงนำไปฝากให้เรียนหนังสือที่วัดใต้ เป็นศิษย์พระครูวิสุทธิรังษี (หลวงปู่ช้าง) เจ้าอาวาสและเจ้าคณะเมืองกาญจน์ในสมัยนั้น ท่านพระเกจิผู้มีวิทยาคมแก่กล้า เป็นที่เคารพนับถือ

เมื่อมาอยู่วัด พฤติกรรมก็เปลี่ยนไป กลายเป็นคนสุขุมเยือกเย็น สุภาพเรียบร้อย และโอบอ้อมอารี บิดาเลยเปลี่ยนชื่อให้ใหม่ว่า “เปลี่ยน” นับแต่นั้นมา

เมื่ออายุครบบวช อุปสมบทที่วัดใต้ มีหลวงปู่ช้าง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการรอด วัดทุ่งสมอ และพระอธิการกรณ์ วัดชุกพี้ เป็นพระคู่สวด ได้รับฉายา “อินทสโร” ซึ่งเป็นฉายาของผู้เกิดวันอาทิตย์ เนื่องจากพระอุปัชฌาย์เห็นว่า “เสาร์ห้า” เป็นคนชะตากล้าแข็ง ถ้าให้ฉายาเป็นคนวันเสาร์เกรงว่าจะกล้าแข็งเกินไป

แต่เดิมตั้งใจจะบวชเพียง 7 วัน แต่ก็อยู่ในสมณเพศจวบจนสิ้นอายุขัย

มุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมทั้งหนังสือขอม-หนังสือไทย และปฏิบัติพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ สำเร็จในทุกวิทยาการที่ได้รับการสอนสั่ง เป็นที่ถูกใจของพระอุปัชฌาย์ จึงตั้งให้เป็นพระใบฎีกา พระฐานานุกรม

เมื่อหลวงปู่ช้างมรณภาพจึงแต่งตั้งให้พระใบฎีกาเปลี่ยน เป็นเจ้าอาวาสสืบแทน และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระครูวิสุทธิรังษี

ปกครองและพัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรือง ส่งเสริมและพัฒนาด้านการศึกษาทั้งด้านปริยัติธรรมและกุลบุตรกุลธิดา โดยจัดตั้งโรงเรียนประจำจังหวัด คือ โรงเรียนวิสุทธิรังษี

นอกจากนี้ ยังร่วมพัฒนาวัดวาอารามต่างๆ ในจังหวัดมาโดยตลอด จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี

ต่อมารัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ที่พระวิสุทธิรังษี และสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราช ได้พระราชทานสร้อยต่อท้ายเป็น พระวิสุทธิรังษี ชินศาสนโสภี สังฆปาโมกข์

เป็นเถระที่มีชื่อเสียงในยุคสงครามอินโดจีน เป็นที่กล่าวขานว่า มีอาคมเข้มขลัง แม้ขุนโจรชื่อดังยังต้องเคารพยำเกรง พิธีปลุกเสกและพุทธาภิเษกต่างๆ ต้องมีชื่อของท่านร่วมด้วยเสมอ แม้แต่พระราชพิธีสำคัญๆ อาทิ งานถวายพระเพลิง ร.5, เสวยราชย์ ร.6, งานฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 150 ปี ฯลฯ

มีลูกศิษย์มากมายที่เป็นพระเกจิผู้มีชื่อเสียงต่อมา เช่น พระเทพมงคลรังษี (หลวงปู่ดี) วัดเหนือ จ.กาญจนบุรี และพระเทพสังวรวิมล (หลวงปู่เจียง) วัดเจริญสุทธาราม จ.สมุทรสงคราม เป็นต้น

ล่วงวัยชราอายุย่างเข้า 85 ปี อาพาธด้วยโรคชรา ตั้งแต่เดือน ก.ค.2489 คณะแพทย์ทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณพยายามรักษา แต่อาการมีทรงกับทรุดมาโดยลำดับ

กระทั่งถึงแก่การมรณภาพด้วยอาการอันสงบ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 เม.ย.2490 เวลา 09.25 น.

สิริอายุ 85 ปี พรรษา 64

พิธีพระราชทานเพลิงในปลายปี พ.ศ.2490

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน