หนังสือ … ‘โหราประชาธิปไตย’
ผู้เขียน … เอโดอาร์โด ซีอานี
ผู้แปล … ปรีดี หงษ์สต้น
จัดพิมพ์โดย … สำนักพิมพ์มติชน ราคา … 390 บาท
ในประเทศไทย การทำนายเป็นเครื่องมือสำคัญของอำนาจ…
ในอดีต เมื่อครั้งที่ความรู้ทางโหราศาสตร์ยังถูกเก็บรักษาไว้ภายในกำแพงพระราชวัง ผู้ปกครองได้ใช้ความรู้นี้เพื่อเสริมสร้างอำนาจอธิปไตยตามจักรวาลวิทยาพุทธศาสนา แต่เมื่อสิ้นสุดระบอบสมบูรณาญา สิทธิราชย์ใน ปี 2475 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ความรู้ทางโหราศาสตร์ได้เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย ทุกชนชั้น และทุกแนวทางการเมืองมากขึ้น แต่ก็ยังคงมีบทบาทในมิติอำนาจการเมืองไม่เสื่อมคลาย

หนังสือ “โหราประชาธิปไตย” จะพาผู้อ่านไปพบกับเรื่องราวของการทำนายและอำนาจในประเทศไทย ผ่านข้อมูลต่างๆ ที่ “เอโดอาร์โด ซีอานี” (Edoardo Siani) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา แห่งมหาวิทยาลัย Ca’ Foscari of Venice ประเทศอิตาลี ที่ปรับปรุงมาจากงานวิทยานิพนธ์ ระดับปริญญาเอกแห่งสถาบัน SOAS มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ซีอานีชวนผู้อ่านสำรวจพลังแฝงของโหราศาสตร์อย่างลุ่มลึก ผ่านการศึกษาภาคสนาม การสังเกตชีวิตประจำวันของหมอดู ร่างทรง และผู้คน ที่ต่างพากันเข้าหาพวกเขาด้วยเหตุผลเฉพาะตน ผู้เขียนไม่ได้มอง การดูดวงหรือพิธีกรรมทางจิตวิญญาณเป็นเพียงความเชื่อที่ตัดขาดจาก บริบทแวดล้อม หากแต่ตั้งคำถามสำคัญว่า การทำนายและการพยากรณ์ ทำหน้าที่อย่างไรในโลกการเมืองสมัยใหม่ และเหตุใดผู้คนจำนวนมากจึงใช้สิ่งนี้เพื่อทำความเข้าใจอำนาจ โชคชะตา และอนาคตของตนเอง
หนังสือเล่มนี้ ยังพาผู้อ่านมองย้อนความสัมพันธ์ระหว่างจักรวาล วิทยาแบบพุทธกับรัฐไทย ตั้งแต่ช่วงเวลาที่โหราศาสตร์เคยเป็นศาสตร์แห่งราชสำนัก ไปจนถึงโลกปัจจุบันที่ความรู้เรื่องดวงดาว การทำนาย และพิธีกรรม ได้แพร่กระจายออกสู่พื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นหมอดูริมทางเท้าที่กางโต๊ะรอรับลูกค้า เทวาลัยในเมืองใหญ่ที่รอผู้คนเข้ามาขอพร
ผู้เขียนยังชี้ให้เห็นด้วยว่า การทำนายมิได้เพียงสะท้อนโครงสร้างอำนาจเดิมหากยังเปิดพื้นที่ให้ผู้คนธรรมดาได้ใช้ภาษา แห่งโชคชะตาเพื่ออธิบาย ต่อรอง และจินตนาการถึงสถานะของตนเองในฐานะ “พลเมือง” ในโลกสมัยใหม่อย่างเท่าเทียมกัน
…………….
••‘ภารตะ-สยาม-ผี-พราหมณ์-พุทธ?’ความเชื่อแบบไทย••
••หล่อหลอมมาหลายยุคสมัย‘เทพเจ้าจีนในกรุงเทพฯ’••
“… นึกถึงเขา เอาตัวเราเข้าเทียบแล้ว ไม่ควรเข่นฆ่า ไม่ควรให้สังหารกัน …” คติธรรม สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตโต) วัดญาณเวศกวัน

…เริ่มต้นคอลัมน์ในสัปดาห์นี้ ขอแนะนำหนังสือดีจากสำนักพิมพ์มติชน 4 เล่ม เล่มแรกนำเสนอ “โบราณกาลปัจจุบัน” ผู้เขียน : สันติ เล็กสุขุม … รวบรวมข้อทบทวนการวิจัยงานช่างโบราณของไทยตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 เช่น ศิลปะทวารวดี ศิลปะเขมร จนถึงหลังพุทธศตวรรษที่ 19 ศิลปะสุโขทัย ล้านนา ล้านช้าง อยุธยา และรัตนโกสินทร์ โดยใช้วิธีการตรวจสอบข้อมูลความรู้เดิมๆ ที่เคยค้นคว้าวิจัย เพิ่มเติมข้อคิดเห็นพร้อมภาพ ศิลปะโบราณกาลปัจจุบัน ที่สร้างขึ้นจากแรงบันดาลใจ ด้วยวิธีการทางศิลปะร่วมสมัย นำมาประกอบข้อคิดเห็นต่างๆ เปิดมุมมองทางประวัติศาสตร์ศิลปะ และสร้างพื้นที่ความคิดให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ พระราชวัง เจดีย์ พระพุทธรูป เทวรูป จิตรกรรม ฯลฯ ต่างมีผู้รู้ศึกษาทางวิชาการอย่างมากมายในปัจจุบัน ผลงานชิ้นนี้จึงเป็นการทบทวนองค์ความรู้ของผู้เขียนที่ผ่านมา และแต่งแต้มสีสันผ่านการคิดทางศิลปะและจินตนาการ เป็นการตั้งคำถามชวนคิดต่อ และค้นหาแนวทางใหม่ของการศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะไทย ราคา 695 บาท
…“ภารตะ-สยาม ศาสนาต้อง (ไม่) ห้ามเรื่องการเมือง?” ผู้เขียน : คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง … รวมบทความชวนตั้งคำถามชวนถกเถียงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับเมือง ซึ่งมักเป็นประเด็นที่ถูกมองว่าไม่เกี่ยวข้องกันเสมอมา ทั้งที่ในความเป็นจริง หากนิยามว่าการเมืองคือ “อำนาจนานาชนิดในการจัดสรรแบ่งปันทรัพยากร” แล้ว ศาสนาเองก็ไม่อาจปลอดพ้นไปจากการเมืองได้ ลำดับชั้นวรรณะและอำนาจต่างๆ ที่แฝงฝังซ่อนเร้นอยู่ในวงการศาสนา ต่างก็เป็นสิ่งยืนยันความเป็นการเมืองในศาสนาเอง ยิ่งศาสนาในสังคมไทย เป็นการเมืองเสียยิ่งกว่าการเมือง อีนุงตุงนังกับชีวิตใกล้ตัวเราอย่างแยกไม่ออก ไม่การเมืองไปยุ่งกับศาสนา ศาสนาก็มายุ่งกับการเมือง ราคา 280 บาท

…อีกเล่มผลงานของนักเขียนคนเดียวกัน “ภารตะ-สยาม ผี พราหมณ์ พุทธ?” ผู้เขียน : คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง … รวมบทความชวนคิดชวนถกเถียงที่มาของ “ความเชื่อแบบไทยๆ” ว่าเราเป็นแบบไหน เป็นสังคมเชื่อผี? สังคมนับถือพราหมณ์? หรือสังคมเมืองพุทธ? (อย่างที่ชอบเคลมกัน) และขุดรากที่มาของประเพณีหรือขนบบางอย่างที่บางทียังไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่า นี่ไม่ใช่ของไทยอย่างที่เราเข้าใจ ผู้เขียนจะพาเราไปสำรวจหารากทางวัฒนธรรม ที่แท้จริงของสิ่งที่เราเป็น รวมถึงตั้งคำถามว่า หรือแท้จริงแล้ว รากที่ว่านั้นก็คือการหลอมรวมของความเชื่อและวัฒนธรรมประเพณีที่ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน โดยที่ไม่เคยมีสิ่งใดอยู่อย่างโดดเดี่ยวเป็นเอกเทศ โดยไม่ยึดโยงกับอะไรเลย ราคา 240 บาท

…“เทพเจ้าจีน ในกรุงเทพฯ” ผู้เขียน : อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช … การนับถือเทพเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่คู่กับวัฒนธรรมจีนมายาวนานนับพันปี วัฒนธรรมดังกล่าวผ่านการหล่อหลอมและปรับเปลี่ยนมาหลายยุคสมัย จนเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวจีน รวมไปถึงคนไทยเชื้อสายจีนอย่างแยกไม่ออก พาไปสำรวจต้นทางความเชื่อเหล่านั้นที่สอดแทรกอยู่ในประติมากรรมเทพเจ้าจีน โดยเฉพาะลัทธิขงจื๊อ เต๋า และพุทธศาสนา ดังเห็นได้จากเทพเจ้าจีนที่ประดิษฐานอยู่ในศาลเจ้าทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งมีรูปแบบศิลปกรรม และประติมากรรม ประธานแตกต่างไปตามวัฒนธรรมของชาวจีน 5 กลุ่มภาษา คือ แต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน แคะ ไหหลำ และกวางตุ้ง

กระทั่งเมื่อเวลาผ่านไป ความเชื่อของคนจีนก็ได้หลอมรวมกับความเชื่อไทย จนกลายเป็นการผสมผสานระหว่างไทย-จีน กลายเป็นรูปแบบประติมากรรมเทพเจ้าจีนในกรุงเทพฯ อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำนักพิมพ์มติชน จัดพิมพ์ ราคา 400 บาท
…เหลืออีกเพียง 3 วันเท่านั้น งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 ระหว่างวันที่ 26 มี.ค.-6 เม.ย.2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. เลือกซื้อหนังสือดีในเครือมติชนที่ขนมาจำหน่ายในราคาสุดพิเศษ!! ที่สำนักพิมพ์มติชน บูธ J02 พบกันได้ง่ายๆ เพียงเข้าประตู Hall 6 ข้างๆ สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ชัชพลบุ๊คส์ และ สำนักพิมพ์สารคดี-เมืองโบราณ
…แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า
คนข่าวธรรมะ