ชาวชุมชนในเขตพื้นที่เมืองหลวงย่านพระราม 9 ล้วนให้ความเคารพ “พระพรหมวชิรสุธี” (อภิพล อภิพโล) วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ด้วยเป็นพระเถระที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตน

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 เม.ย.2569 เวลา 05.18 น. วงการสงฆ์ต้องได้รับทราบข่าวเศร้า ด้วยพระพรหมวชิรสุธี ละสังขารด้วยอาการสงบจากเหตุอาพาธด้วยโรคชรา ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สิริอายุ 89 ปี พรรษา 69

สร้างความเศร้าอาลัยแก่คณะศิษย์เป็นอย่างยิ่ง

เคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธ)

มีนามเดิมว่า อภิพล บุญส่ง เกิดเมื่อวันที่ 13 มี.ค.2480 ที่ ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม บิดา-มารดาชื่อ นายธูป และนางมูล บุญส่ง

สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนในหมู่บ้าน จากนั้นเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อเข้าพิธีบรรพชาวันที่ 2 ก.ค.2497 ที่วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นภวงศ์) เป็นพระอุปัชฌาย์

กระทั่งอายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2500 ที่พัทธสีมาวัดบวรนิเวศวิหาร มีพระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์, พระเทพมงคลรัตนมุนี (แก้ว อัตตคุตโต) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระเทพญาณกวี (สนธ์ กิจจกาโร) เป็นพระอนุสาวนาจารย์

มงคลข่าวสด

มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม สอบได้นักธรรมชั้นเอกและเปรียญธรรม 5 ประโยค

คอยสนองงานแบ่งเบาภาระของเจ้าประคุณพระพรหมมุนีอย่างมิรู้เหน็ดเหนื่อยตราบกระทั่งมรณภาพ และเมื่อพระธรรมคุณาภรณ์ (สมณศักดิ์สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ในขณะนั้น) ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารสืบแทน ก็ยังคงรับสนองงานเจ้าอาวาสวัดบวรฯ อยู่มิได้ขาด

ก่อนได้เลื่อนเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร และได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการในสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร และเลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ ธรรมยุต ในสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ พระราชสุมนต์มุนี พ.ศ.2543 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ พระเทพญาณวิศิษฏ์

พ.ศ.2552 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ในราชทินนามที่ พระธรรมบัณฑิต

ล่าสุด วันที่ 5 พ.ค.2565 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ ในราชทินนามที่ พระพรหมวชิรสุธี

เมื่อปี พ.ศ.2530 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริให้แก้ปัญหาน้ำเน่าเสียด้วยวิธีการเติมอากาศที่บึงพระราม 9 ซึ่งเป็นที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

ต่อมาทรงมีพระราชดำริให้ปรับปรุงพื้นที่และพัฒนาชุมชนบริเวณบึงพระราม 9 และมีพระราชประสงค์ให้ดำเนินการจัดตั้งวัดขึ้นในบริเวณชุมชนเพื่อเป็นทั้งพุทธสถานในการประกอบกิจของพระสงฆ์ในการสืบทอดและเผยแผ่พระพุทธศาสนา

“วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก” พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เป็นวัดตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตั้งอยู่เลขที่ 999 ซอยพระราม 9 กาญจนาภิเษก 19 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2538 จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2539 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก

ในการนี้ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ทรงมีพระบัญชาให้พระราชสุมนต์มุนี (สมณศักดิ์พระธรรมบัณฑิตในขณะนั้น) ไปดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก

พระพรหมวชิรสุธีได้ปฏิบัติพุทธภารกิจตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสมอมา เป็นผู้ทำนุบำรุงและเผยแผ่ศาสนาทั้งในและต่างประเทศ เป็นผู้เคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ในการบริหารทางศาสนกิจหลายตำแหน่ง

อีกทั้งได้สนองงานในสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ด้วยความเรียบร้อยสำเร็จตามวัตถุประสงค์

แต่สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง มรณภาพอย่างสงบ ศิษยานุศิษย์จัดบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมตามประเพณี ที่วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษกช่วงเพลานี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน