วันอังคารที่ 7 เม.ย.2569 น้อมรำลึกครบรอบ 8 ปี ชาตกาล “หลวงปู่ท่อน ญาณธโร” หรือ “พระราชญาณวิสุทธิโสภณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีอภัยวัน ต.นาอ้อ อ.เมือง จ.เลย พระเถราจารย์สายกัมมัฏฐาน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านจิตตภาวนาและวิทยาคมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ
มีนามเดิม ท่อน ประเสริฐพงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 3 พ.ค.2471 ที่บ้านหินขาว ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น บิดา-มารดา ชื่อ นายแจ่ม และนางทา ประเสริฐพงศ์
ช่วงวัยหนุ่มฉกรรจ์ เป็นคนติดเพื่อนฝูง กินเหล้าเมายา ทำให้บิดา-มารดา เป็นกังวลใจมาก จึงนำไปฝากกับ หลวงปู่คำดี ปภาโส พระเกจิชื่อดังแห่งวัดป่าชัยวัน จ.ขอนแก่น แต่หลวงปู่คำดี มีข้อแม้ว่า ก่อนบวชจะต้องรักษาศีล นุ่งห่มขาว เจริญภาวนา กินข้าวมื้อเดียวก่อน
ครั้นอยู่ทดสอบจิตใจได้ 5 เดือน หลวงปู่คำดีอนุญาตให้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2491 ที่พัทธสีมาวัดศรีจันทร์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยมีพระครูพิศาลสารคุณ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูคัมภีรนิเทศ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหา สุพจน์ อุตตโม เป็นพระอนุสาวนาจารย์

จากนั้นเดินทางไปอยู่กับหลวงปู่คำดี ที่วัดป่าชัยวัน โดยหลวงปู่คำดี เป็นอาจารย์กัมมัฏฐาน คอยสอนให้ทำภาวนา นั่งสมาธิกัมมัฏฐาน เน้นเรื่องสติ สมาธิ และปัญญา
ระยะเวลาผ่านไปนานพอสมควร ช่วยครูบาอาจารย์ แบ่งเบาภาระในการสอนคนที่จะมาบวช ด้วยการสอนขานนาค เป็นต้น ครั้นถึงช่วงออกพรรษา ได้เป็นหัวหน้าเดินธุดงค์เข้าป่าเป็นกิจวัตร
ครั้งหนึ่งมีโอกาสพบหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า และได้รับโอวาทอันทรงคุณค่าจากหลวงปู่มั่น ให้เร่งทำความเพียร มิให้ประมาท ชีวิตนี้อยู่ได้ไม่นานก็ต้องตาย
นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสไปกราบเยี่ยมครูบาอาจารย์หลายท่าน อาทิ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม, หลวงปู่หลุย จันทสาโร, หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เป็นต้น
หลังจากช่วยงานการครูบาอาจารย์ เสร็จสิ้น หลวงปู่คำดีนำหมู่คณะออกวิเวกไปทาง จ.เลย ตอนนั้นหลวงปู่ท่อนบวชได้ 7 พรรษาแล้ว
พ.ศ.2497 หลวงปู่คำดีนำคณะเข้าป่าและถ้ำต่างๆ ภาวนาทำความเพียร ญาติโยมมาฟังธรรมะ และในพรรษานี้หลวงปู่ท่อนอยู่จำพรรษาที่วัดถ้ำผาปู่กับหลวงปู่คำดีด้วย
อยู่ที่วัดถ้ำผาปู่ได้ 2 พรรษา มีญาติโยมมาขอให้ไปโปรดที่วัดถ้ำตีนผา อ.เชียงคาน 1 พรรษา ต่อมาหลวงปู่คำดีเกิดอาพาธเจ็บป่วยด้วยโรคชรา ท่านจึงกลับมาเยี่ยมและช่วยสร้างวัดถ้ำผาปู่ไปด้วย จวบกระทั่ง หลวงปู่คำดีมรณภาพอย่างสงบ
พ.ศ.2500 ญาติโยมได้นิมนต์ให้ไปอยู่ที่ป่าช้านาโป่ง และสร้างเป็นวัดศรีอภัยวัน ในเนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ รวมทั้งรักษาความเป็นป่าอย่างสมบูรณ์ไว้
จากนั้นมาก็จำพรรษาที่วัดศรีอภัยวัน จ.เลย ตราบจนสิ้นอายุขัย
เนื่องจากเป็นพระป่า ที่วัดจึงไม่มีสิ่งก่อสร้างใหญ่โต กุฏิเป็นเพียงกุฏิเล็กๆ ปัจจัยที่ได้รับจากญาติโยมล้วนแบ่งเอาไว้ใช้เท่าที่จำเป็น ส่วนใหญ่จะแบ่งปันให้แก่วัดที่ขาดแคลนหรือทุรกันดาร
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ. 2503 เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีอภัยวัน พ.ศ. 2526 เป็นเจ้าคณะอำเภอเชียงคาน-ภูเรือ (ธ) พ.ศ.2532 เป็นเจ้าคณะอำเภอเชียงคาน-ปากชม (ธ) พ.ศ.2550 เป็นเจ้าคณะจังหวัดเลย (ธ)
พ.ศ.2555 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะ จังหวัดเลย (ธ)
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2514 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่ พระครูญาณธราภิรัติ พ.ศ.2527 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกในราชทินนามเดิม พ.ศ.2531 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นพิเศษในราชทินนามเดิม
พ.ศ.2535 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครบ 5 รอบ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ พระญาณทีปาจารย์ เป็นกรณีพิเศษ
พ.ศ.2550 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ “พระราชญาณวิสุทธิโสภณ”
อย่างไรก็ตาม เมื่อย่างเข้าวัยชรา อาพาธด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการวิงเวียนหน้ามืดเป็นประจำ ต้องเดินทางเข้าไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ
ท้ายที่สุด ละสังขารอย่างสงบ เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2561 เวลา 16.46 น. ที่ ร.พ.วิชัยยุทธ กรุงเทพฯ สิริอายุ 90 ปี พรรษา 70