ถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ ชาวหนองคายและผู้ที่เลื่อมใสศรัทธา จะร่วมกันแห่องค์ “หลวงพ่อพระใส” และแห่รอบเมืองให้ประชาชนได้รดสรงน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ส่วนประชาชนรอไหว้สักการะอยู่รอบอุโบสถ ต่างนำน้ำอบน้ำหอม รดสรงน้ำองค์หลวงพ่อพระใสด้วย
หลังจากแห่รอบพระอุโบสถ 3 รอบ ได้อัญเชิญหลวงพ่อพระใสองค์จำลอง เป็นองค์พระประธานแห่ไปรอบเมือง ให้ประชาชนได้สรงน้ำหลวงพ่อพระใสเพื่อความเป็นสิริมงคล
ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ที่จัดเป็นประจำทุกปี เช่น ทำบุญตักบาตร แก้ปีชง แก้บน มหรสพรื่นเริงต่างๆ ฯลฯ
“หลวงพ่อพระใส” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัยพระอารามหลวง อ.เมือง จ.หนองคาย

เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก มีพระรูปลักษณะงดงามมาก ขนาดหน้าตักกว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว ส่วนสูงจากพระชงฆ์เบื้องล่างถึงยอดพระเกศ 4 คืบ 1 นิ้ว
ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย เชื่อกันว่าหล่อในสมัยเชียงแสน ชั้นหลังพระใสเป็นพระพุทธรูปล้านช้าง
สมัยนั้นประเทศล้านช้างยังรุ่งเรืองอยู่และพระพุทธศาสนากำลังเจริญรุ่งเรือง พระเจ้าแผ่นดินทรงสนพระทัยในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่งพระใส เป็นพระพุทธรูปที่หล่อคราวเดียวกันกับพระเสริม และพระสุก และคู่เคียงกันมาเสมอ

พระใสเป็นพระพุทธรูปที่ผู้หล่อประสงค์จะให้เป็นพระสำหรับแห่มาแต่เดิม สังเกตได้จากห่วงกลม 3 ห่วง โตกว่านิ้วมือติดอยู่กับพระแท่น (หล่อติดกับองค์พระ) สำหรับผูกสอดเชือกขันกับยานแห่
เมื่อประมาณ 60 ปีมาแล้ว พระเกศเดิมของพระใสซึ่งเป็นของที่มีราคามาก ได้ถูกขโมยลักเอาไป พระเกศที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้เป็นพระเกศใหม่
นอกจากนี้ ภายในพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย มีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติความเป็นมาของการหล่อพระสุก พระเสริม พระใส จำนวน 20 ภาพ มีใจความว่า

ในรัชสมัยของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ช่วงพ.ศ.2093-2115 แห่งอาณาจักรล้านช้างศรีสัตนาคณหุต ทรงมีพระราชธิดา 3 พระ องค์ ทรงพระนามว่า สุก, เสริม และใส พระราชธิดาทั้งสามมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงร่วมพระทัยขอพรจากพระราชบิดา สร้างพระพุทธรูปประจำพระองค์ มีข้าราชการ ชาวบ้าน และทางวัดได้ระดมช่างและคนมาช่วยกันอย่างมากมาย การหลอมทองเป็นไปด้วยความยากลำบากใช้เวลาหลอมถึง 7 วัน ทองยังไม่ละลาย

ล่วงเข้าวันที่ 8 ตอนใกล้เพล ขณะที่หลวงตากับสามเณรช่วยกันสูบลมหลอมทองอยู่ ปรากฏว่ามีชีปะขาวคนหนึ่งอาสามาช่วยงาน หลวงตากับสามเณรหยุดพักขึ้นไปฉันเพลบนศาลา ชาวบ้านมองเห็นชีปะขาวจำนวนมากช่วยกันเททองหล่อพระพุทธรูป แต่หลวงตากลับเห็นเพียงคนเดียว เมื่อฉันเพลเสร็จหลวงตาลงมาดูก็พบว่าทองทั้งหมดถูกเทลงในเบ้าทั้งสามเรียบร้อยแล้ว และชีปะขาวได้หายไป
พระพุทธรูปทั้งสามองค์ประดิษฐาน ณ เมืองเวียงจันทน์
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าอนุวงศ์แห่งเมืองเวียงจันทน์ได้แข็งข้อ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ปราบเมืองเวียงจันทน์ นำโดยสมเด็จพระบวรราชเจ้า เมืองเวียงจันทน์จนสงบ จึงคิดอัญเชิญพระสุก พระเสริม พระใสมาฝั่งไทย พระใสได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดประดิษฐ์ธรรมคุณ
ในสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น ข้าหลวงอัญเชิญพระเสริมและพระใส ลงไปกรุงเทพฯ ขบวนเกวียนของพระใสจากวัดประดิษฐ์ธรรมคุณถึงวัดโพธิ์ชัย เกิดเหตุขัดข้อง เกวียนไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้
ท้ายที่สุดเกวียนก็หักลง แม้จะนำเกวียนมาเปลี่ยนใหม่ แต่ไม่เป็นผล จึงตกลงกันว่าพระใสจะประดิษฐานไว้ที่วัดโพธิ์ชัย
สำหรับงานประเพณีสำคัญเกี่ยวกับองค์หลวงพ่อพระใส ชาวหนองคายจะยึดถือเอาวันสงกรานต์ของทุกปี จัดงานสมโภชหลวงพ่อพระใส

สำหรับปีพ.ศ.2569 หนองคายจัดงานประเพณีมหาสงกรานต์อีสานหนองคาย สงกรานต์ผ้าขาวม้า สมมาหลวงพ่อพระใส ระหว่างวันที่ 12-18 เม.ย.2569
วันที่ 12 เม.ย. การฟ้อนถวายหลวงพ่อพระใส การแสดงชุดนาฏกรรมนำศรัทธา สืบสานวัฒนธรรมประเพณี พุทธบารมีหลวงพ่อพระใส ชุดโฮมบุญพระใส
วันที่ 13 เม.ย. อัญเชิญหลวงพ่อพระใส ลงจากพระแท่นแห่รอบพระอุโบสถ เวียนประทักษิณ 3 รอบ แล้วอัญเชิญขึ้นสู่ราชรถ เป็นองค์พระประธานนำพระพุทธรูปจากชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย แห่ไปรอบเมืองให้ประชาชนได้สรงน้ำ เพื่อความเป็นสิริมงคล
วันที่ 18 เม.ย. อัญเชิญหลวงพ่อพระใส กลับไปประดิษฐานยังพระอุโบสถคู่กับองค์จริงตามเดิม
เป็นอันเสร็จสิ้นงานประเพณีสมโภชองค์หลวงพ่อพระใสในรอบปี
ประภาพร สอนราช