สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และเจ้าจอมมารดาแพ ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 แรม 7 ค่ำ ปีวอก จ.ศ.1221 ตรงกับวันที่ 12 เม.ย.2403
เมื่อวันประสูติ ฝนตกใหญ่ พระบรมชนกนาถจึงทรงถือเป็นมงคลนิมิตพระราชทานนามว่า พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ

พระชนมายุ 20 พรรษา ทรงผนวช ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2422 สมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์, พระจันทรโคจรคุณ (ยิ้ม จันทรังสี) วัดมกุฏกษัตริยาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ทรงผนวชแล้วเสด็จมาอยู่จำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
หลังจากทรงจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร 1 พรรษา เสด็จไปจำพรรษาที่ 2 ณ วัดมกุฏกษัตริยาราม ในสำนักของพระจันทโคจรคุณ (ยิ้ม) ผู้เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ในระหว่างที่ประทับ ณ วัดมกุฏกษัตริยาราม ทรงทำทัฬหีกรรม อุปสมบทซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ตามธรรมเนียมนิยมของพระสงฆ์ธรรมยุตในครั้งนั้น โดยพระจันทรโคจรคุณ (ยิ้ม) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระธรรมไตรโลกาจารย์ (เดช ฐานจาโร) เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส แต่ครั้งยังเป็นพระเปรียญอยู่วัดโสมนัสวิหาร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ณ โบสถ์แพ หน้าวัดราชาธิวาส เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2422
พ.ศ.2434 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ สิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดให้สมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรส ขณะเมื่อทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมหมื่น ทรงครองวัดบวรนิเวศวิหารสืบต่อจากสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ นับเป็นเจ้าอาวาสพระองค์ที่ 3

วันที่ 2 พ.ย.2449 พระองค์ได้รับสถาปนาเลื่อนพระอิสริยยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงวชิรญาณวโรรส และเมื่อปี พ.ศ.2453 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพระราชพิธีมหาสมณุตมาภิเษก แต่งตั้งเป็นเจ้าคณะใหญ่แห่งพระสงฆ์ ทั้งกรุงเทพมหานครและหัวเมืองทั่วพระราชอาณาเขต และเลื่อนพระอิสริยยศจากกรมหลวงขึ้นเป็นกรมพระยา มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริเปลี่ยนคำนำพระนามของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เพื่อเฉลิมพระเกียรติเป็นพระองค์แรก
ทรงเป็นพระอุปัธยาจารย์ของพระมหากษัตริย์ 2 พระองค์คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อทรงผนวชเป็นพระภิกษุขณะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น
สมเด็จเจ้าพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดช กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ
สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 2 ส.ค.2464 สิริพระชันษาได้ 61 ปี ครองวัดบวรนิเวศวิหารนาน 30 ปี ดำรงตำแหน่งสมเด็จ พระสังฆราชอยู่ 10 ปี 7 เดือน
สำหรับเหรียญสมเด็จพระสังฆราช กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2463 ที่ระลึกในพิธีทรงบำเพ็ญพระกุศล ฉลองพระชนมายุครบ 60 พรรษา
ลักษณะเป็นทรงรูปไข่ มีหูในตัว ขนาดกว้าง 2.8 เซนติเมตร ขนาดยาว 3.5 เซนติเมตร
ด้านหน้าเป็นพระรูปเหมือนครึ่งพระองค์ ผินพระพักตร์ด้านซ้ายของเหรียญ เบื้องบนเป็นรูปเพชรเปล่งรัศมี อันหมายถึง “วชิร” เบื้องล่างเป็นอักษรอริยกะ ซึ่งเป็นอักษรที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงประดิษฐ์ขึ้น ความว่า “มนุสฺสนาโค วชิรญาณวโรรส”
ด้านหลังเบื้องบนเป็นรูปดอกบัวบานเหนือน้ำ ตรงกลางเหรียญเป็นอักษรอ่านว่า “อภิวาทนสีลิสฺส นิจฺจํ วุฑฺฒาปจายิโน จตฺตาโร ธมฺมา วฑฺฒนฺติ อายุ วณฺโณ สุขํ พลํ” (ความหมายว่า “ผู้กราบไหว้ อ่อนน้อมถ่อมตัว ต่อผู้ใหญ่เป็นนิจศีล ย่อมเจริญด้วยคุณธรรมสี่ประการคือ อายุ ชื่อเสียง สุข และกำลัง)
ล่างสุดเป็นเลข “๒๔๖๓” ซึ่งหมายถึงปี พ.ศ. ที่จัดสร้างเหรียญนี้ เป็นเหรียญหายาก