“หลวงพ่อชุ่ม จันทโชติ” อดีตเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดอุทุมพรทาราม หรือวัดท่ามะเดื่อ ต.สวนกล้วย อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
เป็นพระเกจิที่มีพุทธาคมเข้มขลัง ผู้สร้างตำนาน “ปาฏิหาริย์ปราบผี” จนได้รับความเลื่อมใสศรัทธา
เกิดราวปี พ.ศ.2403 เป็นคนบ้านดอนยายหอม อ.เมือง จ.นครปฐม เข้าพิธีอุปสมบท เมื่ออายุ 23 ปี พ.ศ.2528 อยู่วัดโพธิบัลลังก์ เป็นพระเถราจารย์ยุคเดียวกับหลวงพ่อกล่อม วัดขนอน
ในพิธีอุปสมบทพระใหม่ แต่ละครั้งหลวงพ่อกล่อมเป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อชุ่มกับหลวงพ่อหวาน วัดโพธิบัลลังก์ เป็นพระคู่สวด

เป็นพระนักปฏิบัติธรรมชอบสมถะ เชี่ยวชาญทางวิปัสสนากัมมัฏฐาน ตลอดจนรอบรู้วิทยาคม เวทมนตร์อาคมต่างๆ
วัดท่ามะเดื่อ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลองด้านตะวันออก ที่บ้านสวนกล้วย อ.บ้านโป่ง แต่เดิมบริเวณวัดมีต้นมะเดื่อใหญ่อยู่ที่ท่าน้ำ ชาวบ้านจึงเรียกชื่อว่า วัดท่ามะเดื่อ
ต่อมาสมเด็จพระธีรญาณมุนีได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดอุทุมพรทาราม มีความหมายว่า ต้นมะเดื่อ
คำ ทาราม มาจากคำว่า ท่า อาราม ทา คือ ท่าน้ำ อาราม คือ วัด แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดท่ามะเดื่อจนถึงปัจจุบัน

เป็นวัดที่ตั้งมากว่าร้อยปีไม่ปรากฏนามผู้สร้าง เล่ากันว่าบริเวณที่ตั้งวัดแต่เดิมเป็นป่ารกทึบแนวเดียวกับวัดบ้านโป่ง มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มาก มีต้นมะเดื่อใหญ่ริมแม่น้ำแม่กลอง
สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานทัพในเขตอำเภอบ้านโป่งหลายแห่ง ที่หนองปลาดุก หนองตะแคงได้สร้างทางรถไฟไปจังหวัดกาญจนบุรี ทหารอเมริกันทิ้งระเบิดทางเครื่องบิน โจมตีทหารญี่ปุ่น 4 ลูก ถูกต้นโพธิ์ใหญ่ที่ท่าวัด มีพระภิกษุบาดเจ็บจากแรงระเบิดหลายรูปด้วยกัน
ตามประวัติ ก่อนมาปกครองวัดท่ามะเดื่อ มีพระโยคาวจร ผู้ถือธุดงค์ผ่านมาแวะอาศัยเพียงระยะสั้นๆ นอกฤดูพรรษา บางคราวมีพระภิกษุบางรูปอยู่จำพรรษา แต่ที่สุดก็จาริกจากไป

สิ่งก่อสร้างทั้งหมดได้เริ่มขึ้นสมัยมาอยู่วัดท่ามะเดื่อ ทั้งอุโบสถ กุฏิสงฆ์ หอฉันศาลาการเปรียญหลังเก่า ซึ่งปัจจุบันพระมหาปรีชา สามตถิโก เจ้าคณะตำบลปากแรด และเจ้าอาวาสวัดท่ามะเดื่อรูปปัจจุบัน ได้บูรณะในสิ่งที่ชำรุดไปบ้างแล้ว
มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ในคราวงานศพมีชาวบ้านคนหนึ่งที่มาในงานแอบลักลอบขโมยรูปถ่ายที่มีเพียงใบเดียวของวัดไป ในช่วงที่ชาวบ้านวัดท่ามะเดื่อกำลังวุ่นวายกับการจัดงาน พอชาวบ้านทราบเรื่องได้รวมกลุ่มติดตามกันไปหมายจะทวงรูปคืนแต่ไม่สามารถติดตามทวงคืนมาได้
นอกจากนี้ มีเหตุการณ์ประหลาดที่บ้านเจ๊กไช้ ซึ่งมีภาพตั้งไว้บนบ้าน ครานั้นเกิดเหตุเพลิงไหม้ตลาดบ้านโป่งวอดวายไปทั้งตลาด มีเพียงบ้านของเจ๊กไช้ผู้เดียวที่ไม่ถูกไฟไหม้ บนบ้านมีภาพถ่ายอยู่บานหนึ่ง
ต่อมาวัดท่ามะเดื่อทราบเรื่องจึงไปขอถ่ายสำเนารูปนั้นมาเก็บไว้ที่วัด จึงมีให้สืบค้นได้จนถึงปัจจุบัน
ส่วนเรื่องราวการปราบผี ในอดีตบริเวณวัดท่ามะเดื่อเป็นป่ารกร้างน่ากลัว ชาวบ้านเล่าขานกันว่ามีผีดุ เมื่อเดินผ่านหน้าวัดจะถูกผีหลอกเป็นประจำ แต่ท้ายที่สุด หลวงพ่อชุ่มใช้วิทยาคมปราบผีปีศาจทั้งหลายจนหนีกระเจิง สร้างความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชุมชน

เป็นพระถือสันโดษเคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีปฏิปทาปฏิบัติน่าเลื่อมใส ทำวัตรสวดมนต์ ถือครองผ้าบังสุกุลตลอดชีวิต บิณฑบาตเป็นกิจไม่เคยขาด
มรณภาพด้วยโรคชราเมื่อปี พ.ศ.2465 สิริอายุ 62 ปี พรรษา 39
กล่าวสำหรับเหรียญเสมาเป็นอีกเหรียญหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.2463
สร้างประมาณปี พ.ศ.2469 เท่าที่พบมีจำนวนน้อยมาก สร้างด้วยเนื้อทองแดงเพียงอย่างเดียว
ว่ากันว่า หลวงพ่อดี จันทโชติ วัดบ้านยาง จ.ราชบุรี สร้างให้เป็นที่ระลึกในงานศพหลวงพ่อชุ่ม
ลักษณะเป็นทรงเสมา มีหูในตัว ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนนั่งขัดสมาธิเต็มองค์ ประทับนั่งบนอาสนะ องค์หลวงพ่อห่มจีวรลดไหล่ พาดผ้าสังฆาฏิ ด้านล่างมีอักขระภาษาไทย เขียนคำว่า “ท่านพระอธิการชุ่ม วัดท่ามะเดื่อ” ด้านหลังมีอักขรยันต์ต่างๆ
จัดเป็นเหรียญหายากและเป็นที่นิยมของวงการพระเครื่องและชาวราชบุรี