“หลวงพ่อย้อย ปุญญมี” หรือ พระอธิการย้อย อดีตเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน อ.เสาไห้ จ.สระบุรี พระเกจิชื่อดังที่มีวัตรปฏิบัติดีมีชื่อเสียงโด่งดัง
มีนามเดิม ย้อย (ไม่ทราบนามสกุล) เกิดวันที่ 1 ก.ค.2435 ปีมะโรง ที่บ้านโรงเหล้า (บ้านอัมพวัน) หมู่ที่ 3 ต.ศาลารีไทย อ.เสาไห้ จ.สระบุรี บิดา-มารดา ชื่อนายนิ่มและนางแป๋
ช่วงวัยเยาว์สำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 ที่โรงเรียนวัดวังแดงเหนือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา
ก่อนเข้าพิธีบรรพชา ที่วัดอัมพวัน อ.เสาไห้ จ.สระบุรี เมื่อปี พ.ศ.2452 ขณะอายุ 16 ปีเศษ มีพระครูสา วัดวังแดงเหนือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอุปัชฌาย์

หลวงพ่อย้อย ปุญญมี
กระทั่งอายุครบ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดอัมพวัน เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2456 มีพระครูสา วัดวังแดงเหนือ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระใบฎีกาโป๋ วัดวังแดงเหนือ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระใบฎีกานาค วัดสมุหประดิษฐาราม อ.เสาไห้ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ศึกษาวิทยาคมจากตำราต่างๆ โดยมีหลวงพ่อโป๋ วัดวังแดงเหนือ ซึ่งเป็นพระกรรมวาจาจารย์ คอยเป็นพระอาจารย์อบรมสั่งสอน
ในปี พ.ศ.2461 ท่านได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน
เป็นพระภิกษุผู้ทรงศีลบริสุทธิ์ เจริญด้วยเมตตายิ่ง ผู้ที่ได้เข้ามากราบสักการะจะเห็นว่าเวลาฉันภัตตาหารเช้าหรือเพล แทบจะกล่าวได้ว่า ทุกเวลาจะมีสุนัขและแมวล้อมรอบตัวและสำรับกับข้าว แต่ไม่เคยไล่ให้หนีออกไป ฉันอาหารไป ก็ให้อาหารสุนัข-แมวไปด้วยทุกครั้ง

แม้ยุงที่กัดก็ไม่เคยไล่หรือตี มีลูกศิษย์จะตีให้ก็ไม่ยอม บอกแต่เพียงว่าเขาอิ่มแล้วเขาก็ไป
คุณลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ ไม่เคยขัดศรัทธาของลูกศิษย์ มีวิทยาคม แต่ใช้ในทางที่ถูกช่วยเหลือ, ป้องกันภัย ไม่ว่าจะลงกระหม่อม ทำน้ำมนต์อาบให้ หรือปลุกเสกเครื่องรางของขลังไว้ป้องกันตัว
อีกประการหนึ่ง มีประสาทหูเสีย (หูหนวก) จึงมีสมาธิดีกว่าปกติ เพราะไม่สามารถฟังเสียงรบกวนจากบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้วัตถุมงคลมีพุทธคุณเด่น
กล่าวสำหรับวัดอัมพวัน ม.4 ต.ศาลารีไทย อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก ตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอ แต่เยื้องไปตามลำน้ำเล็กน้อย เดิมชื่อว่า “วัดม่วงล้อม” เพราะบริเวณวัดปรากฏว่าเต็มไปด้วยต้นมะม่วงขนาดใหญ่ยืนต้นอยู่เป็นจำนวนมากในบริเวณวัด

โดยสมัยนั้นยังปรากฏวิหารเป็นที่ตั้งของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ถือปูน ขนาดหน้าตักกว้าง 110 เซนติเมตร สูง 145 เซนติเมตร ซึ่งมีหลักฐานปรากฏว่าได้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีอายุความเก่าแก่ประมาณ 400 ปี ในละแวกนี้เดิมมีบ้านเรือนผู้คนมาขอปลูกอาศัยเป็นจำนวนมาก
ต่อมาพระครูติ๊บซึ่งเป็นพระครูเมืองวัดเขาแก้วเข้ามาปฏิสังขรณ์วัดม่วงล้อมใหญ่ สร้างกุฏิสงฆ์ และอุโบสถ แล้วให้นามวัดว่า “วัดอัมพวัน” นับตั้งแต่นั้นมาจวบจนปัจจุบัน โดยมีหลวงตาจั่น เป็นเจ้าอาวาสและเมื่อมรณภาพไปแล้ว จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสแทน
เป็นพระที่มีจิตดี ไม่มีความโกรธ มีบุคลิกที่มีความเมตตายิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ เมตตาต่อสรรพสัตว์น้อยใหญ่ มีความอิ่มเอิบสดชื่นเสมอๆ มีบารมีผ่องใสอยู่ในตัว ประกอบกับการที่มีสมาธิแก่กล้า เข้มขลัง จึงสามารถทำให้วัตถุมงคลบรรลุผลแห่งพุทธคุณด้านเมตตามหานิยมได้อย่างเต็มที่ เมื่อได้ปลุกเสกโดยการปรุงใจตามวิธีการปลุกเสกของตำราโบราณ
ช่วงบั้นปลายชีวิต เกิดล้มป่วยด้วยโรคหัวใจ จึงถูกส่งไปรักษาตัวที่ ร.พ.ศิริราช แต่ด้วยความชราภาพ ในที่สุดมรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2525
สิริอายุ 90 ปี พรรษา 69
วัตถุมงคลจัดสร้างมาหลายรุ่น อาทิ ผ้ายันต์ ตะกรุด เหรียญ ฯลฯ แต่ที่ได้รับความนิยมคือเหรียญเสมา จัดสร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2511

จัดสร้างเป็นเนื้อทองคำ ตามจำนวนสั่งจอง ไม่เกิน 50 เหรียญ เนื้อเงิน 200 เหรียญ เนื้ออัลปาก้า 500 เหรียญ เนื้อทองแดง 3,000 เหรียญ มีทั้งผิวไฟและรมดำ
ประกอบพิธีพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2511 ที่อุโบสถหลังเก่าวัดอัมพวัน โดยพระเกจิคณาจารย์ชื่อดังร่วมนั่งปรก
ลักษณะเป็นทรงเสมา มีหู ด้านหน้าตรงกลางเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อย้อยนั่งขัดสมาธิเต็มองค์ ด้านบนรูปเหมือนเขียนว่า “๒๕๑๑” ขอบรูปใบเสมาเขียนคำว่า “หลวงพ่อย้อย ปุญญมี วัดอัมพวัน อ.เสาไห้ จ.สระบุรี”
ด้านหลังไม่มีขอบ ตรงกลางเป็นพระพุทธรูป ด้านบนเขียนว่า “หลวงพ่อขาว”
ปัจจุบันเป็นเหรียญหายาก