เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในปี พ.ศ.2568
นางฐาปนา รักติประกร รองราชเลขานุการ ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี มีดำริน้อมเกล้าสร้างพระนาคปรกองค์ใหญ่สูง 6.10 เมตร ประดิษฐานที่สระมุจลินท์ (สระพังทอง) วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

โดยมีความเชื่อว่าสระน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นประตูสู่เมืองบาดาล หลังจากที่พุทธศาสนิกชนต่างพร้อมใจในโครงการบูรณะสระแห่งนี้ ด้วยการสร้างสะพานเชื่อมไปสู่เกาะกลางน้ำ สร้างซุ้มประตู ลานสักการะ รื้อถอนและสร้างขอบสระโดยรอบ ทำกันดินเรียงหินผนัง ทำถนนโดยรอบสระ ปลูกต้นไม้ ปรับภูมิทัศน์ ติดตั้งระบบน้ำ ระบบไฟ
วันที่ 6 เม.ย.2569 ซึ่งตรงกับวันจักรี ประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกพระนาคปรกองค์ใหญ่ ซึ่งได้รับพระราชทานนามว่า “พระพุทธอุรังคธาตุพนม นาคามหาจักรีสิรินธร” มีความสูง 6.10 เมตร บังลังก์นาคกว้าง 2.99 เมตร ประดิษฐานบนเกาะกลางสระน้ำดังกล่าว

ทั้งนี้ เพื่อน้อมถวายแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงน้อมถวายเป็นพุทธบูชา พระอุรังคธาตุ ณ พระธาตุพนม
พิธีดังกล่าวมีขึ้น ณ มลฑลพิธีลานหน้าองค์พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เวลา 12.00 น. พิธีบวงสรวงบูชาฤกษ์ นางฐาปนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระธรรมวชิรโสภณ (สำลี ปัญญาวโร) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

นางฐาปนา ประธานฝ่ายฆราวาส จุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดเทียนบวงสรวงบูชาฤกษ์ และจุดเทียนในขันน้ำมนต์ คณะพราหมณ์นำโดย พราหมณ์หมง อภัยโส ประกอบพิธีบวงสรวงเทวดาฟ้าดิน เหล่าเทพยดา
มีผู้ร่วมพิธี อาทิ ว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พล.ต.ฉัฐชัย มีชั้นช่วง ผบ.มทบ.210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย และประธานมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ เป็นต้น ได้ร่วมกันจุดเทียนมงคล พร้อมโปรยข้าวตอกดอกไม้บนโต๊ะบวงสรวงบูชาฤกษ์ ท่ามกลางข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน และพุทธศาสนิกชนนุ่งขาวมาร่วมพิธีกว่า 500 คน

ภายหลังจากพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 11 รูปสวดเจริญพระพุทธมนต์ เจ้าภาพถวายจตุปัจจัย พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์อนุโมทนา เวลา 14.09 น. จึงประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกตามราชประเพณีโบราณ “พระพุทธอุรังคธาตุพนม นาคามหาจักรีสิรินธร” โดยมีพระเทพวัชรโสภณ หรือหลวงปู่ศิลา สิริจันโท เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหิน จ.กาฬสินธุ์ พระเกจิชื่อดังจุดเทียนชัย
ต่อจากนั้นพระพิธีธรรม 4 รูปสวดคาถาพุทธาภิเษก มีพระเถราจารย์ อาทิ พระธรรมวชิรโสภณ (สำลี ปัญญาวโร), พระเทพวัชรโสภณ (หลวงปู่ศิลา สิริจันโท), พระเทพวัชรวิทยาคม (พระอาจารย์ต้อม อนุสรณ์ ปภสฺสโร) วัดท่าสะแบง จ.ร้อยเอ็ด, พระราชวัชราจารโสภณ (หลวงปู่เวิน คุเณสโก) เจ้าอาวาสวัดบูรพาโคกเครือ จ.กาฬสินธุ์, พระราชศีลโสสภิต (หลวงปู่หนูอินทร์ กิตติสาโร) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธมงคล จ.กาฬสินธุ์ พระราชวัชรญาณมุนี วิ. (เทียนชัย ชยทีโป) วัดเทพสรธรรมาราม จ.ปทุมธานี, พระราชวชิรปัญญาภรณ์ วิ. (พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ) วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น) จ.มหาสารคาม

พระมงคลวัชรปโชติ (หลวงปู่อิ้น ธมฺมโชโต) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสงขลา เจ้าอาวาสวัดนิคมเทพา อ.เทพา จ.สงขลา, พระครูสุภัทรกาญจนกิจ (หลวงปู่สนองชาติ ฐิตจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดเย็นสนิทธรรมาราม จ.กาญจนบุรี, พระครูอัมพวนาภิบาล (หลวงพ่อหนู สุวัณโณ) เจ้าอาวาสวัดอัมพวนาราม จ.ร้อยเอ็ด, พระครูรัตนสิกขการ (พระอาจารย์ประสูติ ปิยธัมโม) เจ้าอาวาสวัดถ้ำพระพุทธโกษีย์ (วัดในเตา) จ.ตรัง, หลวงพ่อขันติ ขันติธโร เจ้าอาวาสวัดสิริพัฒนาราม อ.แม่จัน จ.เชียงราย นั่งปรกอธิษฐานจิต
พระธรรมวชิรโสภณดับเทียนชัย กรวดน้ำรับศีลรับพร สวดเจริญชัยมงคลคาถา และสวดชยันโต จึงเป็นอันเสร็จพิธี
สระพังทอง หรือ สระมุจลินท์ ประดิษฐานพระนาคปรกองค์ใหญ่นามพระราชทานดังกล่าว ตั้งอยู่ทางทิศใต้ขององค์พระธาตุพนม ภายในวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์โบราณอายุกว่า 1,000 ปี เชื่อกันว่าสระน้ำแห่งนี้เกิดขึ้นจากการขุดดินมาทำอิฐก่อสร้างพระธาตุพนม โดยเชื่อกันว่าเป็นที่อยู่อาศัยของพญานาคทั้ง 7 ผู้พิทักษ์องค์พระธาตุพนม และเป็นบ่อน้ำที่ใช้ในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ
ส่วนพระพุทธรูปมหาบารมี ประดิษฐานในพระนาคปรกองค์ใหญ่ตามนามพระราชทานดังกล่าว แบบร่วมสมัยกับองค์พระธาตุพนม มีพญานาค 7 เศียรอยู่ด้านหลัง เป็นพระพุทธรูปสมัยองค์พระธาตุพนมล้มเมื่อปี พ.ศ.2518 ซึ่งคล้ายกับพระพุทธมารวิชัยประดิษฐานหอพระแก้ว หน้าองค์พระธาตุพนมในปัจจุบัน สมัยเจ้าอนุวงศ์สร้างถวาย มีพุทธลักษณะที่สวยงาม
หลวงปู่ศิลา และหลวงปู่เวิน ประกอบพิธีเบิกเนตร ก่อนหน้านี้ ก่อนประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกดังกล่าว
กว่า 2 ปีแห่งความตั้งใจสร้างน้อมถวาย ถือเป็นมหาบุญมหาบารมี คู่พระอุรังคธาตุพนม เป็นที่สักการะของพุทธศาสนิกชน อยู่คู่พระศาสนาไปจนตราบนานเท่านาน
ชนะ วสุรักคะ