วันเสาร์ที่ 2 พ.ค.2569 น้อมรำลึกครบรอบ 12 ปี มรณกาล “ครูบาบุญทา ยติกโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดเจดีย์สามยอด อ.ป่าซาง จ.ลำพูน พระเกจิอาจารย์ระดับแนวหน้าของล้านนา

เกิดเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2475 ที่บ้านหนองเกิ๊ด อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ช่วงวัยเยาว์ เรียนจบชั้น ป.4 จากโรงเรียนในหมู่บ้าน เมื่ออายุ 11 ขวบ

จากนั้น ครอบครัวฝากให้เป็นศิษย์ของครูบาส้อ วัดหนองเกิ๊ด ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์รูปสำคัญของ อ.ป่าซางในครั้งนั้น ครูบาส้อ สอนให้ท่านอ่านเขียนตัวอักษรเมืองล้านนา หัดสวดมนต์ หัดเทศน์ธรรม จนชำนาญคล่องแคล่ว

จนเมื่ออายุ 15 ปี จึงเข้าพิธีบรรพชา อยู่เรียนหนังสือและคอยอุปัฏฐากรับใช้ ศึกษาวิทยาคม รวมถึงวิชากัมมัฏฐานกับครูบาส้อ

อริยะโลกที่ 6 - รำลึก 12 ปีมรณกาล ครูบาบุญทา ยติกโร

กระทั่งอายุ 22 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ก่อนย้ายตามครูบาส้อไปปกครองวัดท่าตุ้ม อยู่จำพรรษาที่วัดท่าตุ้ม เริ่มศึกษากับพระอุปัชฌาย์และพระอีกหลายรูป หลังจากนั้นจึงออกเดินธุดงค์ไปทั่วภาคเหนือ

จากนั้นอีก 4 ปี ได้รับนิมนต์ให้ไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหัวข่วง จึงได้อยู่วัดหัวข่วง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นานกว่า 10 พรรษา

ต่อมาเกิดความเบื่อหน่ายจึงลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่องธุดงค์จาริกไปอยู่ที่ อ.เชียงดาว อยู่บำเพ็ญฌานสมาบัติโดยลำพังเพียงรูปเดียวในป่า

กาลต่อมา ทราบข่าวการมรณภาพของครูบาส้อ จึงรีบเดินทางกลับมาเคารพศพ ครั้นเสร็จจากงานศพ ครูบาสม เจ้าอาวาสวัดเจดีย์สามยอด ในฐานะศิษย์พี่ของท่าน นิมนต์ให้ครูบาบุญทามาอยู่จำพรรษาเพื่อช่วยงานพัฒนาวัด

ด้วยความไม่เที่ยงของสังขาร ครูบาสมก็มรณภาพอย่างสงบ ด้วยวัตรปฏิบัติที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากชาวบ้าน ครูบาบุญทาจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดเจดีย์สามยอด สืบมาจนถึงปัจจุบัน

เป็นพระที่มีอุปนิสัยเยือกเย็นสุขุม ลุ่มลึก พูดจาสิ่งใดล้วนคิดไตร่ตรองก่อนทุกครั้ง มีสติตลอดเวลา มีความเมตตาต่อศิษยานุศิษย์เสมอหน้า ขณะเดียวกัน มีความเด็ดขาดมั่นคง เคร่งครัดในวัตรปฏิบัติ สวดมนต์เจริญสมาธิเป็นนิตย์ไม่เคยขาด ชอบอยู่อย่างสงบ ไม่ค่อยยอมรับกิจนิมนต์

ได้มีผู้พยายามสอบถามเรียบเรียงประวัติของครูบาบุญทา แต่ด้วยเป็นคนพูดน้อย และได้ปรารภว่า “เราไม่มีเรื่องราวน่าสนใจหรอก จะเอาไปทำไม” ทำให้ไม่สามารถเรียบเรียงได้ละเอียดนัก

นอกจากนี้ ยังเป็นพระเกจิคณาจารย์ที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย แม้ได้ศึกษาหลักธรรมและวิชาการต่างๆ ตามแนวทางแห่งพุทธองค์และครูบาอาจารย์แห่งล้านนา นับเป็นพระสงฆ์อีกรูปหนึ่งที่มีปฏิปทาอันน่าเคารพศรัทธาเลื่อมใส

ด้านวัตถุมงคล ไม่เคยจัดสร้างอย่างเป็นทางการ มีแต่ผู้จัดสร้างวัตถุมงคลมาขอให้ท่านปลุกเสก กล่าวได้ว่า งานพุทธาภิเษกวัตถุมงคลของวัดต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ ล้วนแต่ต้องมาอาราธนาขอให้ท่านไปนั่งปลุกเสกด้วยทุกครั้ง แต่ท่านเองกลับไม่เคยจัดสร้างวัตถุมงคลของท่านเองสักครั้ง

ทุกครั้งที่ประกอบพิธีอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคลและเครื่องมงคลในสายล้านนา มักจะนำเหรียญวัตถุมงคลตั้งชูไว้ในมือและหันเหรียญไปรอบทิศหลายช่วงเวลาตลอดพิธี สร้างความประหลาดใจแก่ศิษย์ที่รับใช้ใกล้ชิด แม้บริกรรมพระคาถาปลุกเสกวัตถุมงคลอื่นใดที่ผู้มีจิตศรัทธานำมากราบขอบารมี เพียงแค่อึดใจศิษย์หลายคนต่างมั่นใจวัตถุมงคลนั้นๆ แล้ว

หลังจากเสร็จพิธีอธิบายอย่างย่อให้ศิษย์ฟังว่า “เพื่อรับพลังพุทธานุภาพ พรหมานุภาพ และเทวานุภาพ และโพธิสัตว์บารมีจากครูบาอาจารย์ที่ท่านเชิญมาร่วมพิธี ซึ่งอยู่รายล้อมรอบทิศทั่วบริเวณวัด”

ด้วยความที่เป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เมื่อได้รับนิมนต์ไปประกอบพิธียังที่ต่างๆ ท่านจะทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ ตั้งจิตอธิษฐานด้วยบารมีพลังจิตอันแน่วแน่ เพื่อสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี จึงเป็นที่เคารพนับถือและศรัทธาของชาวอำเภอป่าซาง ชาวจังหวัดลำพูน รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงด้วย

ช่วงบั้นปลายชีวิต มีอาการอาพาธ สุขภาพไม่แข็งแรงดังเดิม

กระทั่งเมื่อเวลา 09.35 น. เช้าวันที่ 2 พ.ค.2557 มรณภาพด้วยโรคหัวใจ ที่ตึกไอซียู โรงพยาบาลลำพูน สิริอายุ 81 ปี พรรษา 62

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน