“หลวงพ่อหร่ำ เกสโร” วัดกร่าง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง

มีนามเดิมว่า หร่ำ เกิดที่บ้านบางกระบือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2415 ตรงกับวันจันทร์ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 7 ปีวอก เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวน 6 คน บิดา-มารดาชื่อ นายแอบ และ นางเผือน

ในช่วงวัยเยาว์ ศึกษาภาษาไทยและภาษาบาลีกับหลวงพ่อนอม ที่วัดกร่าง หลังจากนั้น อายุ 17 ปี บรรพชาประจำอยู่ที่วัดดังกล่าว

อายุครบ 20 ปี อุปสมบท มีพระอธิการหิน วัดสวนมะม่วง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการนอม วัดกร่าง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า เกสโร

อยู่จำพรรษาที่วัดกร่าง ศึกษาพระปริยัติธรรมและด้านวิปัสสนากัมมัฏฐานจากหลวงพ่อนอม ซึ่งเป็นพระผู้เชี่ยวชาญ อีกทั้งได้รับถ่ายทอดวิชาทั้งภาษาไทยและภาษาบาลี ตลอดจนเวทมนต์วิทยาคมจนหมดสิ้น

สำหรับ พระอธิการนอมนั้นเป็นพระเชื้อสายมอญและเป็นที่นับถือเคารพและศรัทธาจากหลวงพ่อกลั่น ธัมมโชโต วัดพระญาติ จ.พระนครศรีอยุธยา และหลวงพ่อจง พุทธสโร วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา เคยเดินทางมาศึกษาวิชาด้วยเสมอ

เวลาหลวงพ่อกลั่น เข้ามากรุงเทพฯ จะต้องแวะวัดกร่าง เพื่อสนทนาธรรมด้วยเสมอ

บั้นปลายชีวิตไว้ใจให้หลวงพ่อหร่ำ ลงตะกรุดโทนและถวายให้ปลุกเสกกำกับ พร้อมกับบอกญาติโยมว่า “ถ้าต้องการได้ตะกรุดโทนล่ะก็ ไม่ต้องมาหาฉัน เพราะฉันหูตาไม่ดีแล้ว ให้ท่านหร่ำเขาลงและปลุกเสกให้ ส่วนถ้าจะให้ฉันปลุกเสก ก็ค่อยเอามาให้ตอนหลังก็ได้ ท่านหร่ำเขาก็เสกได้เหมือนฉันนั่นแหละ”

ครั้นมรณภาพ หลวงพ่อกันต์ที่เป็นคู่สวดก็ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสแทน แต่ไม่นานก็ลาสิกขาไป ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันอาราธนาหลวงพ่อหร่ำ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบแทน

เป็นพระที่ชาวบ้านเคารพเลื่อมใสศรัทธา ใครเป็นอะไร เจ็บไข้ได้ป่วยก็ไปให้ช่วยรักษา โดยใช้สมุนไพรต่างๆ ซึ่งมีความชำนาญยิ่ง นอกจากนี้ก็ยังมีผู้ให้ช่วยทำน้ำพระพุทธมนต์ประพรมอาบรด เสริมความเป็นสิริมงคล

ด้านวัตถุมงคลสร้างไว้หลายอย่าง เช่น ตะกรุดโทนที่เด่นในเรื่องมหาอุด, ผ้ายันต์ รูปถ่ายขาว-ดำ, พระเนื้อดินเผาพิมพ์พระขุนแผนใบพุทรา, พระพิมพ์เม็ดบัว, พระพิมพ์เม็ดน้อยหน่า ฯลฯ

มีเรื่องเล่าขานเมื่อครั้งยังมีชีวิต ในครั้งนั้นมี 3 โจรพี่น้องออกหากินด้วยการปล้นชาวบ้าน แต่ไม่มีใครจับได้ ยิงก็ไม่ถูก ร่ำลือกันว่าเป็นเพราะ 3 โจรร้ายมีเหรียญหลวงพ่อหร่ำรุ่นหนึ่ง มีอยู่เพียงเหรียญเดียว 3 โจรนับถือหลวงพ่อมาก จึงตกลงกันตัดแบ่งเหรียญ เพื่อใช้คุ้มครองตนเป็นสามส่วน ส่วนบนพี่คนโตได้ไปบูชา ส่วนกลางคนกลางได้ไป ส่วนล่างน้องคนเล็กได้ไป

วันหนึ่งพวกโจรคิดถึงจึงนั่งเรือมาหาตอนค่ำ เพราะกลัวคนเห็น แต่เมื่อพวกโจรเทียบเรือขึ้นมาก็เจอนั่งท่านอยู่เหมือนกับจะรอคอย พวกโจรทั้งสามเจอก็ก้มลงกราบยังไม่ทันพูดอะไร

หลวงพ่อพูดขึ้นมาว่า “พวกมึงนับถือข้าอย่างไร เอาข้าไปตัดเป็นท่อนๆ” สามโจรพี่น้องสะดุ้ง เพราะเรื่องตัดเหรียญแบ่งกันใช้ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้

จากนั้นจึงเทศน์อบรมสั่งสอนจนสำนึกให้สาบานต่อหน้าว่าจะเลิกอาชีพโจร ตั้งใจทำมาหากิน ซึ่งโจรสามพี่น้องก็ทำตาม จึงให้คืนเหรียญที่ถูกตัดเป็นสามส่วน และให้เหรียญใหม่แทนไปคนละเหรียญ

เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2504 มรณภาพด้วยโรคชรา สิริอายุ 89 ปี พรรษา 68

วัตถุมงคลที่เป็นสุดยอดปรารถนา อาทิ ตะกรุด ผ้ายันต์ รูปกระดาษ พระเนื้อดินเผา พระพิมพ์เม็ดน้อยหน่า เป็นต้น

แต่ที่โดดเด่นเป็นที่เลื่องลือ คือ “พระขุนแผนใบพุทรา”

จัดสร้างขึ้นด้วยเนื้อดินผสมผงและว่านมหาเสน่ห์ มีทั้งส่วนผสมของพระกรุต่างๆ แต่เนื้อพระค่อนข้างแห้งและหยาบ ปรากฏแร่เม็ดสีแดงบ้าง สีขาวขุ่นแบบพระบ้านกร่าง จ.สุพรรณบุรี

สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.2460 แม้จะหย่อนความงามเพราะเป็นฝีมือช่างชาวบ้าน ช่วยกันแกะแม่พิมพ์จากหินมีดโกน จากนั้นนำเข้าพิธีปลุกเสกหลายพรรษา แล้วนำมาบรรจุกรุในพระเจดีย์ด้านหน้าพระวิหาร

เป็นเลิศ ดีครบทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ ชาวสามโคกทราบเป็นอย่างดี เรียกขานกันว่า “ขุนแผนแห่งเมืองปทุมฯ” ชาวบ้านแถบนั้น ใครมีในครอบครองต่างหวงแหน จึงไม่ค่อยได้พบเห็นกัน

กลายเป็นวัตถุมงคลที่ชาวบ้านต่างเสาะแสวงหา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน