วันเสาร์ที่ 6 มิ.ย.259 น้อมรำลึกครบรอบ 89 ปี ชาตกาล “หลวงปู่เลื่อน สิริธัมโม” หรือ “พระวุฒิสารโสภณ” เป็นพระสายปฏิบัติอีกรูป เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวมหาสารคาม
เป็นศิษย์สายพระกัมมัฏฐานที่ได้ศึกษาแนวทางปฏิบัติจากหลวงปู่บุญมี อินทเชฏ ฐโก แห่งวัดแก่งโกสุม อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นพระป่าร่วมสมัย พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร
เคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดประชาบำรุง ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม (ธ)
เกิดในสกุล พาละเอ็น เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2480 ที่บ้านหัวขวาง ต.หัวขวาง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ครอบครัวประกอบอาชีพทำไร่ทำนา
เป็นคนเรียนหนังสือเก่ง หลังจบการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 6 จากโรงเรียนพร้อมจิตรวิทยา อ.โกสุมพิสัย ได้ไปศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ เรียนผู้ช่วยแพทย์ที่ศิริราชพยาบาล รวม 2 ปี หลังจากนั้นได้กลับบ้านเกิด เข้ารับราชการประจำอยู่ที่สุขศาลา อ.โกสุมพิสัย

อายุ 26 ปี บิดา-มารดาเห็นว่าบุตรชายอายุมากแล้ว แต่ยังไม่ได้บวชเรียนตามประเพณีไทย เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดเกาะแก้วโกสุม อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม โดยมี พระครูเชฏฐคุณาจาร หรือ หลวงปู่บุญมี อินทเชฏฐโก เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์มหาศรี ขันตยาคโม วัดศรีจันทร์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สมุห์ชัยสิทธิ์ ธัมมาวุโธ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
มุมานะศึกษาพระปริยัติธรรม สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก จากสำนักเรียนวัดแก่งโกสุม นอกจากนี้ ยังให้ความสนใจทางด้านวิทยาคม
ในยุคนั้นชื่อเสียงของหลวงปู่บุญมี พระอุปัชฌาย์ของท่านมีชื่อเสียงโด่งดัง ในฐานะพระเกจิเรืองวิทยาคม จึงขอฝากตัวเป็นศิษย์ ทั้งนี้ หลวงปู่บุญมีได้เมตตาถ่ายทอดวิทยาคม อาทิ แคล้วคลาด คงกระพันและกันบ้านกันเมือง
พ.ศ.2512 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะแก้วโกสุม อ.โกสุมพิสัย เป็นพระปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ มีเมตตาธรรมสูง มุ่งเจริญรอยตามหลวงปู่บุญมี คือ การวิปัสสนากัมมัฏฐาน
ด้วยวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเสมอต้น เสมอปลาย ทำให้มีชื่อเสียงอยู่ในศรัทธาของชาวมหาสารคามอย่างรวดเร็ว ในแต่ละวันมีญาติโยมจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบนมัสการรับฟังธรรมอย่างล้นหลาม เพื่อขอประพรมน้ำพุทธมนต์ รวมทั้งวัตถุมงคลเหรียญรูปเหมือนที่มีพุทธคุณรอบด้าน
สำหรับปัจจัยที่ได้รับการบริจาคจากศรัทธา นำมาพัฒนาสร้างความเจริญให้กับวัดแห่งนี้ อาทิ อุโบสถ กำแพงแก้ว กุฏิ ศาลาการเปรียญ เป็นต้น
พร่ำสอนให้ญาติโยมยึดคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ให้หมั่นประกอบแต่กรรมดี อย่าดำรงชีวิตอยู่ด้วยความประมาท กินพอประมาณ นอนพอประมาณ ยึดหลักความพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องรู้จักการให้อภัยทานต่อสรรพสัตว์ที่เกิดแก่เจ็บตายร่วมโลก ด้วยในโลกนี้ล้วนอนิจจังไม่มีอะไรแน่นอน อย่ายึดติด ปฏิบัติให้มากแล้วชีวิตจะประสบแต่ความเจริญรุ่งเรือง
นอกจากนี้ ยังมีความสามารถหลากหลายด้าน อาทิ ความสามารถด้านงานช่าง งานด้านพยาบาล และผ่านการถวายความรู้หลักสูตรพัฒนาชุมชนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เทศนาได้ทั้งภาษากลางและภาษาท้องถิ่น
อีกทั้งให้ความสำคัญทางด้านการศึกษาสงฆ์ บริจาคปัจจัยให้การสนับสนุนทุนการศึกษาแก่สำนักเรียนวัดเกาะแก้วทุกปี และให้การอุปถัมภ์โรงเรียนประชาบาลในพื้นที่
สำหรับงานด้านปกครอง พ.ศ.2533 ได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งเป็นพระอุปัชฌาย์ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดแก่งโกสุม เจ้าคณะตำบลตลาดอำเภอเมืองมหาสารคาม เจ้าอาวาสวัดเกาะแก้วโกสุม เจ้าอาวาสวัดประชาบำรุง เจ้าคณะอำเภอโกสุมพิสัย-เชียงยืน (ธ) และ พ.ศ.2551 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม (ธ)
พ.ศ.2554 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม (ธ) ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2518 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูเจ้าคณะตำบลชั้นตรีที่ พระครูเชฏฐคุณาจาร พ.ศ.2528 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูเจ้าคณะอำเภอชั้นโท พ.ศ.2533 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูเจ้าคณะอำเภอชั้นเอก
พ.ศ.2537 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูเจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษในราชทินนามเดิม พ.ศ.2552 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญในราชทินนามที่ พระวุฒิสารโสภณ
ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2559 สิริอายุ 80 ปี พรรษา 54