วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2569 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต

มีพระบัญชาโปรดให้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อัคคชิโน) กรรมการมหาเถรสมาคม เลขาธิการคณะธรรมยุต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตสีมาราม เดินทางพร้อมด้วยคณะสงฆ์ธรรมยุตไทย ประกอบด้วย พระราชวัชรภัทราจารย์ (อภิญญา อภิญโญ) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระอนุจร, พระชินวงศวชิรเวที (เตชินท์ อินทเตโช) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระอนุจร, พระพิสณห์วชิรากร (ณรงค์ ชยาลังกาโร) วัดมกุฏกษัตริยาราม พระอนุจร และพระภาวนาวชิรรังษี (ทรงศักดิ์ วุฒิโก) วัดอาวุธวิกสิตาราม พระอนุจร ไปปฏิบัติศาสนกิจแทนพระองค์ในพิธีเปิดอุโบสถและผูกพัทธสีมาวัดบังก้าธรรมาราม เมืองปังกัลปินัง หมู่เกาะบังกาเบอลีตุง สาธารณรัฐอินโดนีเซีย


คณะสงฆ์ไทยในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย สถาปนาวัดบังก้าธรรมารามขึ้นบนหมู่เกาะบังกาเบอลีตุง สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เมื่อพุทธศักราช 2553 เพื่อเป็นศูนย์กลางชุมชนชาวพุทธในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งมีศรัทธาปสาทะมั่นคงในพระพุทธศาสนาเถรวาทไทย ตามที่คณะพระธรรมทูตไทยได้อุตสาหะเดินทางมาประดิษฐานพระพุทธศาสนาเถรวาทไทยในอินโดนีเซีย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2512 เป็นปฐมฤกษ์

จนกระทั่งมีการบรรพชาอุปสมบทชาวอินโดนีเซียครั้งแรก เมื่อพุทธศักราช 2519 นับเป็นปฐมบทที่ก่อกำเนิดคณะสงฆ์เถรวาทในอินโดนีเซีย เกิดมีชุมชนพุทธบริษัททวีจำนวนขึ้นอย่างมั่นคงและเข้มแข็ง แพร่หลายทั่วสาธารณรัฐอินโดนีเซียในปัจจุบัน ซึ่งสามารถอยู่ร่วมกับศาสนิกชนต่างๆ ได้อย่างสามัคคี

คหบดีและชุมชนชาวอินโดนีเซียได้มีจิตศรัทธาร่วมกันสร้างอุโบสถวัดบังก้าธรรมาราม จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมทั้งอาราธนาคณะสงฆ์ธรรมยุตไทย ให้เดินทางมาประกอบพิธีผูกพัทธสีมาตามพระวินัยบัญญัติ สำเร็จเป็นวัดไทยที่มีอุโบสถพัทธสีมาแห่งที่ 2 ของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

การนี้ นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วย นายชัชพล ไชยพร ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาพระพุทธศาสนา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ร่วมเดินทางไปเป็นสักขีในพิธีเปิดอุโบสถ พร้อมทั้งถวายกำลังใจแด่คณะสงฆ์ไทยในอินโดนีเซีย ตลอดจนเจริญสัมพันธไมตรีกับคณะผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงการศาสนาแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระ 50 ปีคณะสงฆ์เถรวาทในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย พุทธศักราช 2569