วันที่ 14 ก.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาพระพรหมวชิรมงคลขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะ
มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระญาณวชิรมงคล โสภณปริยัติวิธานวรกิจ วิจิตรปาพจนวรานุศาสน์ พิลาสวิปัสสนาญาณปรีชา ไพศาลศาสนกิจดิลก ตรีปิฎกวราลงกรณ์ ธรรมยุติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดราชาธิวาสวิหารราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.2569 ประกาศ ณ วันที่ 14 ก.ค.2569
ปัจจุบัน สมเด็จพระญาณวชิรมงคล (ลือชัย คุณวุฑโฒ) สิริอายุ 96 ปี พรรษา 76 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ
มีนามเดิม ลือชัย ไสยวรรณโณ เกิดเมื่อวันที่ 7 ก.ค.2473 ที่บ้านทำนบ ต.ทำนบ อ.เมือง จ.สงขลา บิดา-มารดาชื่อ นายหวานและนางยก ไสยวรรณโณ
เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 5 ก.ค.2493 ที่วัดห้วยพุด ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา พระอุปัชฌาย์ ได้แก่ พระครูโสภนศีลาจาร (แดง โสภณเถระ) พระครูจันทวิมล (คิ่น จันทคุตโต) เป็นพระกรรมวาจาจารย์
มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2495 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก ที่สำนักเรียนวัดมัชฌิมาวาส จ.สงขลา
พ.ศ.2499 ชักชวนหลวงปู่พระมหาจิต จิตตวโร (อดีตเจ้าอาวาสวัดควนจง) ออกไปภาวนาที่ป่าช้าปลักกริม วัดพุทธิการาม จ.สงขลา ได้ฟังธรรมะท่านพ่อลี ธัมมธโร เกิดศรัทธาแล้วถวายตัวเป็นศิษย์ด้วยกัน
เพียงไม่นานหลวงปู่มหาปิ่น ชลิโต เดินทางมาสมทบ จึงออกท่องกัมมัฏฐานไปด้วย ตั้งใจจะออกปฏิบัติภาวนา ไม่เรียนบาลี ซึ่งขณะนั้นสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค จึงขอกลับไปกราบลาพระอุปัชฌาย์
แต่พระอุปัชฌาย์แนะนำให้ทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน จึงเป็นเหตุให้ท่านต้องขึ้นมาเรียนบาลีที่วัดราชาธิวาส กรุงเทพฯ
ในขณะจำพรรษาอยู่ที่วัดราชาธิวาส ในสมัยพระศาสนโศภน (ปลอด อัตถการี) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส มีการสอนพระกัมมัฏฐานที่วัด ซึ่งก็ได้เข้าร่วมปฏิบัติกัมมัฏฐานมาโดยตลอด
กาลต่อมาได้รับมอบหมายจากพระสุธรรมาธิบดี (เพิ่ม อาภาโค) ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ให้เป็นผู้รับผิดชอบด้านการศึกษา เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและบาลี รวมทั้งได้รับมอบหมายภารกิจสนองงานเจ้าอาวาสอีกมากมาย

พ.ศ.2530 ครูใหญ่สำนักเรียนวัดราชาธิวาสวิหาร พ.ศ.2536 ผู้ช่วยแม่กองธรรมสนามหลวง
นอกจากนี้ ยังเป็นหัวหน้านำข้อสอบนักธรรมไปเปิดสอบวัดนิโครธาราม ประเทศมาเลเซีย
พ.ศ.2543 เป็นเจ้าสำนักเรียนวัดราชาธิวาสวิหาร และเป็นกรรมการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
สำหรับงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นผู้แสดงธรรม บรรยายธรรม และแสดงปาฐกถาทั้งในวัด ในเขตปกครอง ในหน่วยงานของรัฐ เอกชน สถานศึกษา และสถานีวิทยุกระจายเสียงต่างๆ
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2512 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส พ.ศ.2539 รักษาการเจ้าอาวาสวัดลิเจีย จ.กาญจนบุรี พ.ศ.2539 พระอุปัชฌาย์วิสามัญ พ.ศ.2540 เจ้าคณะแขวงวชิรพยาบาล (ธรรมยุต)
พ.ศ.2543 เจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส พระอารามหลวง
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2515 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระวิสุทธิคณาภรณ์ พ.ศ.2530 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชธรรมานุวัตร พ.ศ.2537 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพปัญญามุนี
พ.ศ.2543 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมกวี
วันที่ 8 ก.ค.2564 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่พระพรหมวชิรมงคล
ล่าสุดวันที่ 14 ก.ค.2569 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระญาณวชิรมงคล
กล่าวได้ว่าเป็นพระเถระมีภูมิรู้ มีภูมิธรรม เป็นผู้นำ เป็นพระสงฆ์ในด้านการปกครอง การศึกษา ในการบริหารท่านกล้าคิด กล้าทํา ทรงไว้ซึ่งสง่าราศีน่าเคารพยำเกรง แต่ในส่วนลึกท่านเป็นคนมีเมตตาปรานี สอดส่องดูแลความเป็นอยู่ของผู้น้อยอย่างดี จึงเป็นที่เคารพนับถือของคณะสงฆ์ผู้ใต้ปกครอง และคณะศิษย์
ในฐานะเจ้าอาวาสได้ทำหน้าที่ในฐานะแห่งนักปกครองที่เอาใจใส่ดูแลความเป็นไปของวัดอย่างดียิ่ง