ลุยตรวจ คลินิกย่านปทุมวัน ปมพบอินฟลูต่างชาติเสียชีวิต หลังจาก ‘ฉีดอวัยวะเพศ’ ด้านคลินิกแจงผู้ป่วยเข้ามารับการฉีด 5 ครั้ง มีการเซ็นยินยอมการรักษาทุกครั้งก่อน

7 ก.ย. 69 – ความคืบหน้า อินฟลูเอนเซอร์ชาวอังกฤษ เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้วเกิดเสียชีวิตอย่างกะทันหัน หลังเข้ารับการฉีดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย ณ คลินิกแห่งหนึ่ง ย่านปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

ล่าสุด นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นต่อสถานพยาบาลไทย ดังนั้น เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้รับบริการทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ว่าจะได้รับบริการที่มีคุณภาพ มาตรฐาน จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง

เบื้องต้นพบข้อมูลว่า วันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท เข้ารับผู้ป่วยที่มีอาการหมดสติ โดยภรรยาผู้ป่วยให้ข้อมูลทีมแพทย์ ว่าผู้ป่วยเพิ่งไปรับบริการฉีดสารเติมเต็มมา หลังจากฉีดเสร็จได้เดินทางไปนวดต่อ เนื่องจากสงสัยภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ทางโรงพยาบาลจึงเตรียมตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดด้วยเครื่องเอกซเรย์ร่วมกับการฉีดสารทึบรังสี ซึ่งในระหว่างนั้นผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว และไม่มีชีพจร ทีมแพทย์จึงเริ่มทำการ CPR แต่ไม่มีการตอบสนอง จึงยืนยันการเสียชีวิตของผู้ป่วย

ด้าน นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ลงตรวจคลินิกที่ผู้เสียชีวิตเข้ารับบริการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) โดยมีผู้บริหารของคลินิก เป็นผู้ให้ข้อเท็จจริงว่า ผู้ป่วยเป็นคนไข้ประจำตั้งแต่ปี 67 โดยเคยเข้ารับบริการฉีดขยายขนาดอวัยวะเพศชาย จำนวน 5 ครั้ง

ครั้งที่ 1-4 ระหว่าง ปี 2567-68 ส่วนในครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 69 ผู้ป่วยเข้ามารับบริการฉีดสารเติมเต็มบริเวณอวัยวะเพศ ปริมาณ 40 cc ซึ่งแพทย์แนะนำให้ผู้ป่วยแบ่งการฉีดสารเป็นจำนวน 2 รอบ แต่ผู้ป่วยประสงค์จะฉีดในครั้งเดียว

โดยการเข้ารับบริการทุกครั้ง คลินิกจะแนะนำวิธีการดูแลหลังการทำหัตถการ และติดตามอาการหลังฉีดกับผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยไม่ได้แจ้งปัญหาใด ๆ เกี่ยวกับการทำหัตถการ อีกทั้งผู้ป่วยมีการเซ็นยินยอมการรักษาทุกครั้งก่อนเข้ารับบริการ

หลักจากบันทึกถ้อยคำเสร็จสิ้นแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานของคลินิก พร้อมรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และส่งแพทยสภาวินิจฉัยมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายต่อไป

อ้างอิง : สำนักสื่อสารและประชาสัมพันธ์ สบส.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน