“พระครูสุวรรณเสลาภรณ์” หรือ “หลวงพ่อสาย อัคควังโส” วัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พระเกจิชื่อดังที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา เป็นศิษย์ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จังหวัดนครสวรรค์

มีนามเดิมว่า สาย ไกวัลศิลป์ เกิดวันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค.2457 ที่ ต.หลานหลวง เขตนางเลิ้ง กรุงเทพฯ บิดา-มารดา ชื่อ นายเพิ่ม และ นางจันทร์ โกวัลศิลป์

ข่าวสดพระเครื่อง

ช่วงวัยเยาว์ บิดา-มารดาส่งเสียให้เรียนจนจบชั้น ม.8 และเข้ารับราชการในการรถไฟ จนเมื่อปี พ.ศ.2457 ขณะนั้นอายุย่าง 32 ปี ขณะที่ยังรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่การรถไฟ ป่วยเป็นฝีประคำขึ้นรอบคอ ได้รักษาตัวโดยหมอแผนโบราณและเเพทย์แผนปัจจุบันแต่ก็ไม่หาย

จึงเข้ากราบมอบตัวเป็นศิษย์ของ พระครูนิวาสธรรมขันธ์ (หลวงพ่อเดิม พุทธสโร) เจ้าอาวาสวัดหนองโพธิ์ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ท่านเมตตารักษาจนหายขาด อันเป็นเหตุให้เกิดความศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา จึงขอบวชเป็นพระภิกษุ

เข้ารับการอุปสมบท เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2488 ที่พัทธสีมาวัดเขาทอง ต.เขาทอง อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ มีพระครูนิรันตสีลคุณ เจ้าอาวาสวัดเขาทอง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์น้อย วัดหนองโพ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ไชย วัดเขาทอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า อัคควังโส

ข่าวสดพระเครื่อง

จากนั้นย้ายมาจำพรรษาและศึกษาพระปริยัติธรรมจากหลวงพ่อเดิม ที่วัดหนองบัว เป็นเวลา 5 พรรษา จนเมื่อหลวงพ่อเดิมมรณภาพในปี พ.ศ.2494 จึงออกเดินธุดงค์ตั้งเเต่บัดนั้นเป็นต้นมา

สำหรับ วัดท่าขนุน ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ในสมัยนั้นมี หลวงปู่พุก อุตตมปาโล ซึ่งพื้นเพเดิมเป็นชาวมอญ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี บุกเบิกสร้างวัดและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสรูปที่ 1 ของวัดท่าขนุน จนท่านมรณภาพในปี พ.ศ.2472

ต่อมาหลวงปู่เต๊อะเน็ง โอภาโส พื้นเพเป็นชาวพม่า ได้รับเป็นเจ้าอาวาสปกครองดูแลวัดท่าขนุนจนถึงปี พ.ศ.2494 ก่อนเดินทางกลับไปพม่า โดยไม่ได้กลับมาอีก คณะสงฆ์ส่งพระภิกษุจากในเมืองกาญจนบุรีมาช่วยดูแลวัดให้ แต่อยู่ได้ไม่นานก็หนีกลับไปเพราะทนไข้ป่าไม่ไหว วัดท่าขนุนจึงกลายเป็นวัดร้างอยู่ระยะหนึ่ง

กระทั่งวันที่ 26 ธ.ค.2495 หลวงพ่อสาย เดินธุดงค์มาจากนครสวรรค์ ปักกลดปฏิบัติธรรมอยู่ที่บริเวณวัดท่าขนุน ชาวบ้านเห็นวัตรปฏิบัติอันน่าเลื่อมใส จึงให้การอุปัฏฐากเป็นอย่างดี จนถึงวันที่ 25 ก.พ.2496 จึงได้ลาชาวบ้านเดินธุดงค์เข้าไปในประเทศพม่า

ครั้นวันที่ 25 ก.ค.2496 เดินธุดงค์กลับจากพม่ามาถึงวัดท่าขนุน และอยู่จำพรรษาอยู่จนถึงวันที่ 6 พ.ย.2496 ชาวบ้านซึ่งนำโดยนายบุญธรรม นกเล็ก นิมนต์ให้อยู่ต่อเป็นเจ้าอาวาส

ข่าวสดพระเครื่อง

หลังออกพรรษา พ.ศ.2497 นายบุญธรรมจึงนำศรัทธาชาวบ้านเดินทางไปนครสวรรค์ เพื่อขอตัวหลวงปู่สายมาเป็นเจ้าอาวาส วัดท่าขนุน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงเดินทางกลับมาพร้อมกับคณะศรัทธาชาวบ้าน ถึงวัดท่าขนุน เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2497 และเริ่มบูรณะวัดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ต่อมาได้รับการแต่งตั้งจากพระวิสุทธิรังษี (ดี พุทธโชติ) วัดเหนือ เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ขณะนั้น ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ตามหนังสือแต่งตั้งเลขที่ 1/2498 ลงวันที่ 1 ม.ค.2498

ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2498 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระกรรมวาจาจารย์ พ.ศ.2503 ได้รับเเต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2511 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าคณะตำบล พ.ศ.2514 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2511 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสุวรรณเสลาภรณ์

ท่านร่วมกับชาวบ้านที่ศรัทธาช่วยกันพัฒนาวัดท่าขนุนเรื่อยมาจนกลับมาเป็นวัดโดยสมบูรณ์อีกวาระหนึ่ง จนได้รับรางวัลวัดพัฒนาตัวอย่างในปี พ.ศ.2516 อีกด้วย

มรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2535 สิริอายุ 78 ปี พรรษา 47

สร้างวัตถุมงคลเอาไว้หลายชนิดในวาระและโอกาสต่างๆ

ที่ได้รับความนิยมสูง คือ เหรียญรุ่นแรก สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2513 ที่ระลึกงานฉลองสมณศักดิ์

ข่าวสดพระเครื่อง

ลักษณะเป็นทรงรูปไข่ แบบมีหูในตัว สร้างเป็นเนื้อทองแดง และเนื้อทองแดงกระไหล่ทอง แบ่งออกเป็น 2 บล็อก คือ บล็อกนิยม และบล็อกเสริม สร้างประมาณ 1,000 เหรียญ

ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนครึ่งองค์ห่มจีวรคลุมไหล่ มีอักขระภาษาไทย เขียนคำว่า ที่ระลึกงานฉลองสมณศักดิ์ พระครูสุวรรณเสลาภรณ์ (สาย)

ด้านหลังมีอักขรยันต์พระเจ้าห้าพระองค์ และมีอักขระภาษาไทย เขียนว่า “วัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓”

ปัจจุบันหายาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน