วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานผ้าไตร จำนวน 1 ไตร และผ้าไตร จำนวน 298 ไตร โดยเสด็จพระราชกุศล เพื่อเชิญไปถวายพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ สวดมาติกา และรับทักษิณานุปทาน ในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันมรณภาพ ปีที่ 13 ณ ศาลาบำเพ็ญกุศล วัดสระเกศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ

สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว)
โดยมีพลอากาศตรีสุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการสำนักพระราชวัง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย) วัดเทพศิรินทราวาส เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปัญโญ) วัดไตรมิตรวิทยาราม, สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมังกโร) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม, สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อัคคชิโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม, สมเด็จพระพุทธพจนวชิรมุนี (มนตรี คณิสสโร) วัดเครือวัลย์, สมเด็จพระมหาวชิรมุนีวงศ์ (บุญเรือง ปุญญโชโต) วัดพระศรี มหาธาตุ, สมเด็จพระญาณวชิโรดม วัดปทุมวนาราม, สมเด็จพระมหาวชิราธิบดี (พีร์ สุชาโต) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์, สมเด็จพระสุทรรศนวชิรมุนี (เชิด จิตตคุตโต) วัดสุทัศนเทพวราราม, สมเด็จพระพุทธวชิรากร (สุนทร สุนทราโภ) วัดราชผาติการาม, สมเด็จพระมหาวชิรคุณดิลก (เอื้อน หาสธัมโม) วัดสามพระยา, สมเด็จพระวชิรรัตนโมลี (สุชาติ ธัมมรตโน) วัดปากน้ำภาษีเจริญ, สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ (ธงชัย สุขญาโณ) วัดสระเกศฯ ร่วมพิธี

พิธีบำเพ็ญกุศลครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตา และน้อมรำลึกถึงคุณูปการของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ผู้อุทิศพระวรกายและกำลังสติปัญญาในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา สืบสานกิจการคณะสงฆ์ สร้างคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาและสังคมมาโดยตลอด

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เคยดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม, เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
มีนามเดิม เกี่ยว โชคชัย เกิดวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค.2471 ณ บ้านเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี บิดา-มารดาชื่อ นายอุ้ยเลี้ยน แซ่โหย่ (เลื่อน โชคชัย) และนางยี (ยี โชคชัย) ครอบครัวทำสวนมะพร้าว

ช่วงวัยเยาว์ เด็กชายเกี่ยวมีอาการป่วยไข้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน บิดามารดาจึงบนบานว่าหากหายจากป่วยไข้จะให้บวชเป็นเณร ดังนั้น เมื่อหายป่วยจึงบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2484 ที่วัดสว่างอารมณ์ ต.บ่อผุด โดยมีเจ้าอธิการพัฒน์ เป็นพระอุปัชฌาย์

ความตั้งใจเดิมคือ บวชแก้บน 7 วัน แล้วจะสึกไปเรียนต่อ แต่เมื่อบวชแล้วก็ไม่คิดสึก โยมบิดามารดาจึงพาไปฝากหลวงพ่อพริ้ง (พระครูอรุณกิจโกศล) เจ้าอาวาสวัดแจ้ง ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย ต่อมาหลวงพ่อพริ้งนำไปฝากอาจารย์เกตุ วัดสระเกศ แต่ไม่นาน กรุงเทพฯ ประสบภัยสงครามโลกครั้งที่สอง หลวงพ่อจึงรับตัวพาไปฝากอาจารย์มหากลั่น ต.พุมเรียง อ.ไชยา

กระทั่งสงครามสงบจึงพากลับไปที่วัดสระเกศ ฝากไว้กับพระครูปลัดเทียบ (ต่อมาได้รับสถาปนาเป็นพระธรรมเจดีย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ)
ท่านศึกษาธรรมะจนสอบได้นักธรรมชั้นเอก และสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยคตั้งแต่ยังเป็นสามเณร

เข้าพิธีอุปสมบท วันที่ 1 พ.ค.2492 ที่วัดสระเกศ โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมวโรดม ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ.2497 สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค
เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้รับพระมหา กรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานแต่งตั้งเลื่อนและสถาปนาสมณศักดิ์ พ.ศ.2533 ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์

เนื่องจากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก) มีพระอาการประชวร และเสด็จเข้าประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2545 ทำให้เข้าร่วมงานพระศาสนาไม่สะดวก มหาเถรสมาคมจึงได้แต่งตั้งให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชในต้นปี พ.ศ.2547

มีผลงานเขียนหนังสือหลายเล่ม อาทิ ธรรมะสำหรับผู้นับถือพระพุทธศาสนา, ดีเพราะมีดี, ทศพิธราชธรรม, การนับถือพระพุทธศาสนา เป็นต้น

มรณภาพด้วยภาวะไตวายเรื้อรังและติดเชื้อในกระแสเลือดที่โรงพยาบาลสมิติเวช เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2556 เวลา 08.41 น. สิริอายุ 85 ปี พรรษา 64