“หลวงพ่อปลื้ม จิตตสัญญโต” หรือ “พระครูสุมนคณารักษ์” อดีตเจ้าอาวาสวัดสวนหงส์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี อีกหนึ่งพระเกจิชื่อดังที่ชาวบางปลาม้าให้ความเลื่อมใสศรัทธา
เกิดในสกุล “ศุภพินิจ” เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ต.ค.2450 ที่บ้านยอด ต.เก้าห้อง อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
อายุ 14 ปี บรรพชาที่วัดน้อย อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ถัดมาอีกหนึ่งปี บรรพชาอีกครั้งที่วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ มีสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) เป็นพระอุปัฌชาย์
อยู่จำพรรษาที่คณะ 1 เล่าเรียนจนสอบได้นักธรรมชั้นตรี ในปี พ.ศ.2469 และสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ในปี พ.ศ.2471

กระทั่งอายุ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดมหาธาตุ มี สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระญาณสมโพธิ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระนิกรมุนี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “จิตตสัญญโต”
ด้วยความที่สนใจใฝ่ในการศึกษา และมีวิริยอุตสาหะ จึงสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยคในปี พ.ศ.2474 จากนั้นได้รับการแต่งตั้งเป็นครูสอนบาลีไวยากรณ์สำนักเรียนวัดมหาธาตุ
สอนอยู่ได้ระยะหนึ่ง ถูกส่งให้ไปช่วยสอนธรรมบาลีที่วัดเจ้าเจ็ดใน จ.พระนครศรีอยุธยา และวัดโคกทอง
ที่พระนครศรีอยุธยา ได้พบกับครูจาบ สุวรรณ ซึ่งเป็นฆราวาส เป็นอาจารย์สอนกัมมัฏฐานอยู่วัดประดู่โรงธรรม (ประดู่ทรงธรรม)
ด้วยที่มีความสนใจในเรื่องของภาวนาจิตอยู่แล้ว จึงได้ขอเรียนวิปัสสนากัมมัฏฐานอยู่ประมาณ 4 ปี แล้วจึงเดินทางไปอยู่ยังวัดต่างๆ เพื่อหาที่วิเวกในการปฏิบัติธรรม

พ.ศ.2484 ไปอยู่วัดกล้วย จ.พระนครศรีอยุธยา
พ.ศ.2485 อยู่วัดถ้ำตะโก เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ประมาณ 4 เดือนแล้ว เข้าไปจำพรรษาที่วัดมหาธาตุ
พ.ศ.2486 จำพรรษาที่สำนักสงฆ์เขาพระ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี แล้วมาวัดขวาง อ.บางปลาม้า ก่อนย้ายไปอยู่วัดปราสาททอง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
พ.ศ.2488 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระวินัยธรจังหวัด มีหน้าที่ตัดสินคดีความในเขต 7
ในวันที่ 27 ก.ค.2491 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนหงส์ และเจ้าคณะตำบลโคกคราม พ.ศ.2494 ได้เป็นพระอุปัชฌาย์
วันที่ 5 ธ.ค.2502 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูสุมนคณารักษ์” เป็นพัดพิเศษ จปร. ซึ่งเป็นพัดแรกของวัดราษฎร์ และเป็นพัดรุ่นสุดท้าย ซึ่งถือว่าเป็นกรณีพิเศษอย่างยิ่ง

วัดสวนหงส์ เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่ง มีชื่อปรากฏอยู่ในนิราศสุพรรณบุรีของบรมครูกลอนสุนทรภู่ สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ.2379
คนโบราณเล่าสืบทอดมาว่า มีเศรษฐีโคกครามสองผัวเมียชื่อ “สวน” และ “หงส์” มีศรัทธาสร้างวัดนี้ขึ้น จึงนำชื่อทั้งสองมาตั้งเป็นชื่อวัด
หลวงพ่อปลื้มเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 4 และสร้างสรรค์ความเจริญให้วัดและชุมชนอย่างเต็มความสามารถ
สมัยนั้น บริเวณวัดเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมถึง ก็ดำเนินการถมดินจนเป็นที่ดอนพร้อมกับปลูกต้นไม้ให้มีความร่มรื่น
สิ่งที่ท่านให้ความสำคัญอันดับแรกคือ การศึกษา พระภิกษุและสามเณรของวัดสวนหงส์ สามารถสอบนักธรรมได้เป็นจำนวนมากในแต่ละปี นอกจากนี้ ยังให้การสนับสนุนช่วยเหลือการศึกษาของลูกหลานชาวบ้านอย่างสม่ำเสมอ อาทิ เป็นประธานสร้างอาคารเรียนประถมศึกษา, เป็นประธานทอดผ้าป่าช่วยเหลือโรงเรียนต่างๆ
ด้วยความไม่เที่ยงของสังขาร จึงเริ่มมีอาการอาพาธและรักษาตัวอยู่นาน 85 วัน ก่อนมรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2545
สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74
เหรียญหลวงพ่อปลื้ม ปี พ.ศ.2540 จัดสร้างขึ้นเนื่องในงานวันครบรอบอายุ 91 ปี เป็นเหรียญทองแดง จำนวนการสร้างไม่ได้จดบันทึกไว้

อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวในพระอุโบสถวัดสวนหงส์
ส่วนหนึ่งให้เช่าบูชาเพื่อนำปัจจัยรายได้ไปปรับปรุงภูมิทัศน์วัดในสมัยนั้น เพราะตั้งอยู่ใกล้ลุ่มริมน้ำท่าจีนและน้ำท่วมขังทุกปี จึงนำรายได้ไปใช้ในการถมดินปรับพื้นที่ให้สูงกว่าระดับพื้นที่เดิม
อีกส่วนหนึ่งแจกเป็นที่ระลึกแก่ผู้มาร่วมงาน
ลักษณะเป็นทรงกลมรูปไข่ มีหูห่วง ด้านหน้าเป็นรูปเหมือน ด้านล่างเขียนว่า “หลวงพ่อปลื้ม” บนไหล่ 2 ด้านของรูปเหมือนเป็นรูปหงส์ทั้ง 2 ด้าน

ด้านหลังมียันต์น้ำเต้าพระเจ้าห้าพระองค์ และมีคำว่า “นะ” เป็นภาษาขอมกำกับอยู่ ด้านบนเขียนว่า “วัดสวนหงส์ ด้านล่างของเหรียญเขียนว่า จ.สุพรรณบุรี” และเลขไทยกำกับว่า ๒๕๔๐
ทุกเหรียญจะมีโค้ดที่ไหล่ด้านซ้ายเป็นตัว “ป” ภาษาขอม ที่ย่อมาจากปลื้ม กำกับไว้ทุกเหรียญ
เหรียญและวัตถุมงคลทุกรุ่นสร้างตั้งแต่สมัยยังมีชีวิตอยู่ทั้งสิ้น
เชื่อกันว่า ใครมีไว้ในครอบครองจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ส่งผลให้เป็นที่นิยมของนักสะสมพระเครื่อง