“หลวงพ่อเล็ก ปุสสเทโว” หรือ “พระครูสุตสาร” อดีตเจ้าอาวาสวัดตรีจินดาวัฒนารามหรือวัดสามจีน ต.บางกุ้ง อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ชาวบ้านลุ่มน้ำแม่กลองต่างให้ความเลื่อมใสศรัทธา

เป็นศิษย์หลวงพ่อเพชร ปุญญวชิโร วัดไทรโยค พระเกจิดังผู้สร้างพระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก
มีนามเดิม เล็ก รัตนไพศาล (แซ่ตัน) เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 พ.ย.2443 ตรงกับวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 12 ปีชวด บิดา-มารดาชื่อ นายฮวด-นางจี่ รัตนไพศาล ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.กระดังงา อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 6 คน

ช่วงเยาว์วัย ศึกษาที่โรงเรียนวัดสามจีน เรียนหนังสือใหญ่หรือที่ในสมัยปัจจุบันเรียกว่าภาษาขอม และเรียนต่อวิชามูลกัจจายนะที่วัดเกาะใหญ่ จนเมื่ออายุ 16 ปี บรรพชาอยู่ที่วัดเกาะแก้ว
อายุ 18 ปี สึกไปช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพค้าขาย

พ.ศ.2463 อายุครบ 20 ปี จึงเข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดสามจีน (วัดตรีจินดาวัฒนาราม) ต.บางกุ้ง อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม มีหลวงพ่อเพชร ปุญญวชิโร วัดไทรโยค เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อเหมือน วัดกลางเหนือ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูเลี้ยง วัดเกาะใหญ่ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
จำพรรษาอยู่ที่วัดสามจีนเป็นระยะเวลา 2 พรรษา จึงได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดใหม่ยายแป้น ธนบุรี เพื่อไปศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดมหาธาตุฯ ท่าพระจันทร์ จนได้นักธรรมชั้นตรี

เมื่อปี พ.ศ.2466 จากนั้นจึงรับอาราธนาไปเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ที่วัดหวายเหนียว จ.กาญจนบุรี ซึ่งขณะนั้นมีหลวงพ่อปิ๋ว เป็นเจ้าอาวาส
พ.ศ.2469 กลับมาเปิดสอนพระปริยัติธรรมขึ้นที่วัดสามจีน ซึ่งในระหว่างที่กลับมาที่วัดสามจีนนี้เอง จึงได้เริ่มออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ เป็นการบำเพ็ญตามสมณวิสัยของบรรพชิต โดยเดินทางไปตามป่าราชบุรี กาญจนบุรี ตาก เชียงราย ติดต่อไปจนถึงปี พ.ศ.2471 จึงกลับวัด

ในตอนนั้นหลวงพ่อเพชรพระอุปัชฌาย์เริ่มอาพาธ และถึงมรณภาพในปี พ.ศ.2472 ชาวบ้านและคณะกรรมการวัดจึงได้อาราธนาให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2474
เมื่อขึ้นเป็นเจ้าอาวาสพัฒนาวัดอย่างสุดความสามารถ รวมถึงการเล็งเห็นความสำคัญด้านการศึกษาของบุตรหลานรอบวัด
พ.ศ.2479 หลังเปิดการเรียนการสอนมาได้ 4 ปี จึงขอเปิดเป็นโรงเรียนประชาบาล (เฉลิมรัฐราษฎร์นุกูล)
พ.ศ.2483 เปลี่ยนนามวัดสามจีนเป็นวัดตรีจินดาวัฒนาราม รวมทั้งยังซ่อมอุโบสถและหอสวดมนต์ รวมทั้งสร้างสะพานข้ามคลองไทรโยค สร้างสะพานข้ามคลองวัดกลาง สร้างสะพานข้ามคลองบางน้อยตรงข้ามวัดเกาะแก้ว
อัญเชิญพระประธานปูนปั้น ขนาดหน้าตัก 2.77 เมตร จากวัดกลางใต้ประดิษฐานไว้ที่วิหาร และภายหลังจึงอัญเชิญมาเป็นพระประธานในอุโบสถ
พ.ศ.2488 สร้างหอพระไตรปิฎกชื่อ “หอพระไตรปิฎกเพชรรัตนไพศาลประชากุล” โดยซื้อบ้านของประชาชนมาสร้าง
พ.ศ.2498 อำนวยการสร้างอุโบสถหลังใหม่แทนที่หลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม ในพื้นที่ที่ซื้อใหม่ เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2499 และผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2500
มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2512 เวลา 04.00 น. บันทึกไว้ว่า ท่านให้พระที่พยาบาลพยุงให้นั่งแล้วถามว่า “สว่างหรือยัง” พระตอบว่า “ตี 5 แล้ว” จากนั้นก็มรณภาพอย่างสงบ
สิริอายุ 70 ปี พรรษา 50
สำหรับหลวงพ่อเล็กเป็นผู้สร้างเหรียญนาคเกี้ยวอันโด่งดัง โดยนำเอายันต์นาคเกี้ยวซึ่งเป็นยันต์ประจำวัดที่หลวงพ่อเพชร วัดไทรโยค ค้นพบในถ้ำที่รัฐไทยใหญ่ และคัดลอกมาในสมัยที่หลวงพ่อเพชรออกเดินธุดงค์
นอกจากนี้เหรียญรูปเหมือนก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน
สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2510 เป็นเหรียญที่สร้างไว้แจกให้ศิษยานุศิษย์ ถือเป็นเหรียญรุ่นแรกและรุ่นเดียวที่ปรากฏหน้าในเหรียญ มีการสร้างด้วยเนื้ออัลปาก้าและเนื้อทองแดง จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปอาร์มแบบมีหูในตัว ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนครึ่งองค์ห่มจีวรคลุมไหล่ มีอักขระภาษาไทยเขียนคำว่า “พระครูสุตฺตสาร (เล็ก) ปุสฺสเทว วัดตรีจินดาวัฒนาราม สมุทรสงคราม” ที่คัดลอกมาจากถ้ำในรัฐไทยใหญ่ โดยหลวงพ่อเพชรธุดงค์ไปพบเข้า
ด้านหลังมีอักขรยันต์สาม ใต้ยันต์มีอักขระภาษาไทยเขียนคำว่า “ศิษย์สร้างบูชาคุณหลวงพ่อ ๒๕๑๐” ซึ่งคือปีที่สร้าง
จัดเป็นอีกเหรียญที่หายาก