วันเสาร์ที่ 24 ต.ค.2569 น้อมรำลึกครบรอบ 51 ปี มรณกาล “หลวงพ่อศรีโท สีลวัณโณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านโพธิ์ และอดีตเจ้าคณะตำบลหนองแสง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม อดีตพระเกจิที่มีวัตรปฏิบัติดีเสมอต้นเสมอปลาย ได้รับความเคารพศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนทั้งในและนอกพื้นที่ อ.วาปีปทุม มาอย่างยาวนาน
อัตโนประวัติ หลวงพ่อศรีโท จากการสอบถามจากทางวัดบ้านโพธิ์ มีน้อยมากเพราะไม่มีการบันทึกไว้พอทราบโดยสังเขปดังนี้ ท่านเป็นคนบ้านโพธิ์โดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 16 ก.ค.2456 ครอบครัวประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา
หลังจบการศึกษาระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนในหมู่บ้าน ท่านก็ออกมาช่วยงานในครอบครัวด้วยความขยันขันแข็ง
ย่างเข้าวัยหนุ่ม ปี 2476 อายุครบบวชเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ อุปสมบทที่อุโบสถวัดบ้านโพธิ์ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม

มุมานะศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยจนสอบได้นักธรรมชั้นเอก จากสำนักเรียนในอำเภอวาปีปทุม นอกจากนี้ ยังให้ความสนใจด้านวิทยาคม จึงฝากตัวเป็นศิษย์ร่ำเรียนวิทยาคมจากหลวงปู่สา ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านโพธิ์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพระเกจิชื่อดังรูปหนึ่งในเขต อ.วาปีปทุม สมัยนั้น ซึ่งหลวงปู่สาก็เมตตาถ่ายทอดวิทยาคมให้จนหมดสิ้นไม่มีปิดบัง รวมทั้งศึกษาเรียนรู้อักขระขอม ตัวธรรมลาว ทำให้หลวงพ่อศรีโทมีความรู้ด้านอักขระโบราณอีกแขนงหนึ่ง
หลังจำพรรษาอยู่วัดบ้านโพธิ์หลายปี หลวงปู่สา พระอาจารย์ที่ท่านเคารพก็มรณภาพ ช่วงเดียวกันนั้นญาติโยมชาวบ้านโพธิ์ที่ไปทำมาหากินอยู่ที่วัดบ้านหนองเม่น อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เห็นว่าท่านเป็นพระหนุ่มวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จึงนิมนต์ท่านให้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านหนองเม่น พระศรีโทก็รับนิมนต์เดินทางไปจำพรรษาปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดแห่งนี้ ด้วยความที่ท่านให้ความสนใจด้านไสยเวท ช่วงนั้นท่านจึงได้ร่ำเรียนวิทยาคมเพิ่มเติมจากพระเกจิอาจารย์ในพื้นที่ หลายรูป ซึ่งล้วนแต่เป็นพระเกจิที่เชี่ยวชาญไสยเวทสายเขมร
จนถึงปี พ.ศ.2490 เจ้าอาวาสวัดบ้านโพธิ์มรณภาพ ญาติโยมชาวบ้านโพธิ์จึงนิมนต์ท่านให้กลับมาจำพรรษาอยู่วัดที่วัดบ้านโพธิ์ ซึ่งเป็นบ้านเกิด ซึ่งท่านก็รับนิมนต์จำพรรษาปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดแห่งนี้ตราบจนวาระสุดท้ายของท่าน
วัตรปฏิบัติหลวงพ่อศรีโทที่ท่านปฏิบัติต่อเนื่องกันทุกปี ขณะที่พลานามัยยังสมบูรณ์ดีคือ การออกเดินธุดงควัตรไปตามป่าเขาแถบชายแดนเขมร ช่วงหลังเทศกาลออกพรรษาหากปีใดที่วัดไม่มีงานอะไรท่านจะไปทุกปี
ด้วยความที่ท่านมีวิทยาคมที่แก่กล้าวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเสมอต้นเสมอปลาย ชื่อเสียงของท่านเริ่มขจรไกลออกไปในต่างพื้นที่ ในแต่ละวันจะมีญาติโยมเดินทางมารับฟังธรรม และประพรมน้ำพุทธมนต์ที่เข้มขลังจากหลวงพ่อศรีโทอย่างล้นหลาม หากท่านประกอบพิธีอธิษฐานจิตวัตถุมงคลท่านจะทำอย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน สำหรับหลักธรรมคำสอนที่ท่านพร่ำสอนญาติโยมมาโดยตลอดคือ การให้รักษาศีล 5 หากประพฤติตนอยู่ในกรอบศีล 5 ได้จะทำให้ชีวิตพานพบแต่ความเจริญรุ่งเรืองในทุกๆ ด้าน
ช่วงนั้นหลวงพ่อศรีโทมีความสนิทสนมเป็นอย่างมากกับพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของมหาสารคาม อาทิ หลวงปู่ซุน วัดบ้านเสือโก้ก อ.วาปีปทุม, หลวงปู่ทวง วัดบ้านยาง อ.บรบือ ได้เดินทางไปหาสู่กันเป็นประจำให้ความเคารพนับถือในฐานะที่เป็นพระเกจิผู้ทรงอภิญญา
นอกจากหลวงพ่อศรีโทจะเป็นพระเกจิที่มีวิทยาคมที่เข้มขลังแล้ว ท่านยังให้ความสนทางด้านการศึกษาสงฆ์ ท่านจึงเปิดสำนักเรียน ท่านทำหน้าที่เป็นครูสอน ในช่วงนั้นสำนักเรียนวัดบ้านโพธิ์มีชื่อเสียงมาก มีพระภิกษุ สามเณร ทั้งในและนอกพื้นที่เดินทางมาจำพรรษาศึกษาพระธรรมวินัยที่วัดแห่งนี้จำนวนมาก
ตลอดเวลาที่ท่านปกครองวัดบ้านโพธิ์ ท่านยึดหลักเมตตาธรรมเป็นที่ตั้ง และปฏิบัติศาสนกิจตามหลักพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ในเวลาต่อมา หลวงพ่อศรีโทจึงได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านโพธิ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ และเป็นเจ้าคณะตำบลหนองแสง
ด้วยความไม่เที่ยงของสังขาร หลวงพ่อศรีโทอาพาธบ่อยครั้ง ในที่สุดก็มรณภาพด้วยความสงบ เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2518 สิริอายุ 63 ปี พรรษา 43
ถึงแม้วันนี้ท่านจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่คุณงามความดีของท่านจะยังคงปรากฏอยู่ในใจของญาติโยมชาวมหาสารคาม ตราบนานเท่านาน