ถือเป็นพระอารามหลวงอีกแห่งหนึ่งที่เป็นหน้าเป็นตาของเมืองไทย “วัดโพธิ์” หรือ “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม” พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 248 ถนนท้ายวัง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ

เป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย อีกทั้งเป็นวัดประจำรัชกาลในรัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี
นอกจากนี้ ยังเปรียบเสมือนเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศสยาม เนื่องจากเป็นที่รวมจารึกสรรพวิชาองค์ความรู้หลายแขนง ทั้งการแพทย์แผนไทย ตำราหมอนวดและฤๅษีดัดตน ตลอดจนวิชาความรู้ด้านต่างๆ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ศึกษาหาความรู้อย่างเสรี เป็นแหล่งเล่าเรียนวิชาความรู้ของมหาชน ไม่เลือกชั้นบรรดาศักดิ์
ทุกวันนี้ วัดพระเชตุพนฯ ยังคงมีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแวะเดินทางมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก ใครที่เคยเข้าไปเยี่ยมชมวัด จะพบว่าจริงๆ แล้ววัดแห่งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

การคมนาคมไปวัดพระเชตุพนฯ สามารถนั่งรถประจำทางหลายสาย อาทิ สาย 1, 3, 6, 9, 12, 25, 32, 44, รถปรับอากาศ ปอ.1, ปอ.12, ปอ.44, ปอ.48, ปอ.507, ปอ.508 เป็นต้น หรือเดินทางด้วย
รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ลงที่สถานีสนามไชย ก็สะดวกเช่นกัน
ทั้งนี้ ขอแนะนำว่าอย่านำรถยนต์ส่วนตัวเข้ามา เนื่องจากถนนในซอยคับแคบ รถวิ่งสวนทางกันอย่างลำบาก รถใหญ่ประเภทรถทัวร์ไม่สามารถวิ่งเข้ามาได้ และมีที่จอดรถอย่างจำกัด
เมื่อลงรถแล้ว เดินตรงเข้าซอยมาประมาณ 40 เมตร เห็นป้ายชื่อวัดไม่ใหญ่ไม่โต บอกให้รู้ว่าใกล้เข้าเขตวัดแล้ว บริเวณด้านหน้าของวัดพอจะมีความพลุกพล่านอยู่บ้าง รถราวิ่งกันขวักไขว่ แม้ชุมชนท่าเตียนจะมีขนาดเล็กใกล้กับวัด มีร้านค้าตั้งแผงค้าขายเรียงรายเต็มไปหมด
เมื่อเดินเข้ามาภายในวัดปากน้ำ สิ่งแรกที่ได้สัมผัสคือความร่มรื่นสะอาดสวยงาม สิ่งที่เราจะพบเห็นคือมีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเข้าไปจุดธูปเทียนกราบไหว้รูปหล่อหลวงพ่อสด หอพระมงคลเทพมุนี สังเกตง่ายๆ จะมีคนเดินเข้าไปมากๆ

ครั้นก้าวเข้าประตูวัดจะเห็นรูปปั้นตุ๊กตาจีนยืนอยู่ 2 ข้าง ซ้าย-ขวาประตู เราจะเข้าไปชมวิหารพระพุทธไสยาสน์กันก่อน สำหรับคนไทยเข้าชมฟรี แต่ชาวต่างชาติจะเสียค่าเข้าชม เมื่อก้าวเข้าไปในวิหารพระพุทธไสยาสน์ก็ต้องตะลึงกับความสวยงามและยิ่งใหญ่ของพระพุทธไสยาสน์ พระพุทธไสยาสน์นั้นเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่กึ่งนอน ก่ออิฐถือปูน ปิดทองทั่วทั้งองค์ พระบาทซ้ายและขวาซ้อนเสมอกัน ที่พระบาทประดับมุกภาพมงคล 108 ประการ

วิหารพระพุทธไสยาสน์สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในคราวที่โปรดฯ ให้ขยายพระอารามออกมาทางทิศเหนือ (เข้ามาซ้อนทับเขตวัดโพธารามเดิม ที่ถูกยุบไปก่อนหน้านี้) โดยพระองค์โปรดให้พระองค์เจ้าลดาวัลย์เป็นแม่กองในการก่อสร้าง โดยได้สร้างพระพุทธไสยาสน์ขึ้นก่อน แล้วจึงสร้างพระวิหารภายหลัง โดยมีขนาดเท่ากับพระอุโบสถ บริเวณผนังของวิหารนั้น ด้านบนมีภาพเขียนสีเรื่อง มหาวงศ์ และผนังระหว่างช่องหน้าต่าง เขียนภาพสีเกี่ยวกับพระสาวิกาเอตทัคคะ 13 ท่าน อุบาสกเอตทัคคะ 10 ท่าน และอุบาสิกาเอตทัคคะ 10 ท่านอยู่ด้วย

ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ก่ออิฐถือปูน ปิดทองทั่วทั้งองค์ และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ โดยมีลักษณะพิเศษได้แก่ พระบาทซ้ายและขวาซ้อนเสมอกัน โดยที่พระบาทประดับมุกภาพมงคล 108 ประการ ตรงกลางเป็นรูปจักรตามตำรามหาปุริสลักขณะ โดยลวดลายของมงคล 108 ประการนั้นเป็นการผสมผสานกันระหว่างคติความเชื่อที่รับมาจากชมพูทวีปและจีน

ทั้งนี้ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามเปิดให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น. สำหรับชาวต่างชาติจะต้องซื้อบัตรเข้าชม ส่วนนักท่องเที่ยวก็ต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย สุภาพสตรีห้ามสวมกางเกงขาสั้นเหนือเข่าเข้าไปเที่ยวชมอย่างเด็ดขาด

เชื่อว่าความงดงามอลังการแห่งวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม จะยังคงตรึงตราตรึงใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศไปอีกนานแสนนาน
สร้างความประทับใจจนอยากจะมีโอกาสกลับมาเยือนอีกเป็นแน่!!