วันที่ 30 ต.ค.2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชวชิรประชานาถ เป็นพระเทพวชิรประชานาถ ธรรมประกาศพัฒนโกศล โสภณนวกรรมวรกิจ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นเทพ สถิต ณ วัดสมานรัตนาราม จังหวัดฉะเชิงเทรา มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 5 รูป

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.2569 ประกาศ ณ วันที่ 30 ต.ค.2569

ปัจจุบันพระเทพวชิรประชานาถ (ไพรัตน์ ปัญญธโร) สิริอายุ 52 ปี พรรษา 28 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสมานรัตนาราม ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา และเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา (ธ)

มีนามเดิม ไพรัตน์ มหาวิริโยธัย เกิดเมื่อวันที่ 2 พ.ค.2517 อยู่บ้านเลขที่ 19/2 หมู่ 10 ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา บิดา-มารดาชื่อ นายสิทธิชัย และ นางกิมเน้ย มหาวิริโย

ช่วงวัยเยาว์ พ.ศ.2527 สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนวัดก้อนแก้ว

อายุครบ 24 ปี เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 4 ก.ค.2541 ที่วัดสมานรัตนาราม (ใหม่ขุนสมาน) โดยมีพระครูสุทธาภิมุข วัดสมานรัตนาราม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระมหารุ่งโรจน์ ฐิตโรจโน วัดเทพนิมิตร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาสมโภช ธัมมโภชโช วัดอุทกเขปสีมาราม เป็นพระอนุสาวนาจารย์

มุมานะศึกษาพระธรรมวินัย พ.ศ.2544 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ

ด้วยความเป็นพระปฏิบัติ มีความรับผิดชอบสูง จึงได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์ดำรงตำแหน่งทางปกครองมาอย่างต่อเนื่อง

พ.ศ.2546 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสมานรัตนาราม พ.ศ.2553 เป็นรองเจ้าอาวาสวัดสมานรัตนาราม วันที่ 11 พ.ย.2553 เป็นเจ้าอาวาสวัดสมานรัตนาราม พ.ศ.2559 เป็นเจ้าคณะอำเภอท่าตะเกียบ-แปลงยาว (ธ)

 

พ.ศ.2564 เป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา (ธ)

ได้รับการยกย่องในฐานะพระนักพัฒนา มีผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ทั้งในด้านการปกครองคณะสงฆ์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา และการพัฒนาสาธารณสงเคราะห์ เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง สร้างคุณูปการแก่ชาวแปดริ้ว

ด้วยการเป็นผู้นำในการระดมทุนจัดสร้างโรงพยาบาลวัดสมานรัตนาราม (พุทธโสธร 2) อาคารสูง 9 ชั้น ด้วยงบประมาณกว่า 1,200 ล้านบาท เพื่อขยายศักยภาพการรักษาพยาบาลแบบครบวงจร ช่วยให้ผู้ป่วยในพื้นที่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งมูลนิธิวัดสมานรัตนารามเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ ตลอดจนอุปถัมภ์ทุนการศึกษาแก่พระภิกษุ-สามเณร และเยาวชนผู้ด้อยโอกาสมาอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งยังเป็นอาจารย์สอนธรรมศึกษาโรงเรียนวัดสมานรัตนาราม ครูสอนพระปริยัติธรรมวัดสมานรัตนาราม กรรมการสอบธรรมสนามหลวง พระกรรมวาจาจารย์ กรรมการขั้นพื้นฐานสถานศึกษา โรงเรียนวัดสมานรัตนาราม และอาจารย์บรรยายธรรมในการปฏิบัติธรรมอีกด้วย

งานด้านการเผยแผ่ พ.ศ.2543 อุปถัมภ์ตั้งกองทุนนิธิธรรมทานทางการศึกษา และทุนอุปกรณ์ทางการศึกษา พ.ศ.2545 ริเริ่มโครงการปฏิบัติธรรม พ.ศ.2546 อุปถัมภ์ตั้งกองทุนการศึกษา และจ้างครูช่วยสอนประจำโรงเรียนวัดสมานรัตนาราม

ย้อนไปเมื่อช่วงต้นปี พ.ศ.2568 กรณีทารกแรกเกิดถูกนำมาทิ้งไว้ที่หน้าวัดสมานรัตนาราม ได้ให้ความช่วยเหลือเด็กทารก พร้อมทั้งเมตตาตั้งชื่อให้ทารกน้อยที่ถูกนำมาทิ้งว่า “น้องมีบุญ” และยินดีรับเป็นพ่ออุปถัมภ์ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น

กระทั่งต่อมาตาและยายของเด็กได้ติดต่อขอรับหลานไปเลี้ยงดู โดยท่านยื่นทำบันทึกข้อตกลงขอรับเลี้ยงเด็กทารกร่วมกัน พร้อมให้ความช่วยเหลือหากครอบครัวประสบปัญหาความเดือดร้อน

งานด้านการพัฒนา สร้างเขื่อนหน้าวัดตลอดแนวหน้าวัดริมน้ำและปรับภูมิทัศน์หน้าวัด บูรณะศาลาการเปรียญ หลังบูรณะเมรุเปลี่ยนเป็นระบบเตาเผาไร้มลพิษ สร้างกุฏิสงฆ์ บูรณะทาสี-อาคารเรียนโรงเรียนวัดสมานรัตนาราม สร้างศาลาสวดพระอภิธรรม รวมทั้งสร้างองค์พระพิฆเนศวร ปางเสวยวิมุตติสุข องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2554 เป็นพระครูปลัดสุวัฑฒนพรหมจริยคุณ (พระครูปลัดของพระราชาคณะเจ้าคณะรอง) พ.ศ.2558 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระประชาธรรมนาถ

วันที่ 30 มิ.ย.2567 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวชิรประชานาถ

ล่าสุด วันที่ 30 ต.ค.2569 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพวชิรประชานาถ

ทุกวันนี้ยังคงมุ่งมั่นทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เกื้อกูลสังคม บำเพ็ญสาธารณสงเคราะห์ด้วยความรู้ ความสามารถ และความเสียสละอย่างเต็มกำลัง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน