พระสมเด็จทองเหลืองหลวงพ่อแพ : พันธุ์แท้พระเครื่อง
โดย ราม วัชรประดิษฐ์
พระสมเด็จทองเหลืองหลวงพ่อแพ : พันธุ์แท้พระเครื่อง – “พระสมเด็จทองเหลือง หลวงพ่อแพ จำลองแบบ ‘พระสมเด็จ’ ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ผู้ที่ท่านเคารพศรัทธาอย่างสูง นับเป็นพระสมเด็จรุ่นแรกที่ท่านสร้างและเป็นพระยอดนิยมอันดับต้นๆ ของจังหวัด”
พระธรรมมุนี หรือ‘หลวงพ่อแพ เขมังกโร’ อดีตเจ้าอาวาสวัดพิกุลทอง ได้รับการยกย่องให้เป็น “เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำน้อย” แม้จะละสังขารไปเกือบ 20 ปี แต่ก็ยังเป็นที่รำลึกนึกถึงเสมอมา
เป็นชาวสิงห์บุรีโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ.2448 ณ บ้านสวนกล้วย ต.พิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี

จนอายุได้ 16 ปีจึงกลับบ้านเกิดเพื่อบรรพชา ที่วัดพิกุลทอง มี พระอธิการพัน จันทสโร เจ้าอาวาสวัดพิกุลทอง เป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้นเดินทางกลับไปอยู่วัดชนะสงครามตามเดิม จนสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค แต่หลังจากสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค นัยน์ตาเกิดอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง แพทย์จึงแนะนำไม่ให้ใช้สายตาเพ่งอ่านหนังสือเพราะอาจพิการได้ การศึกษาด้านพระปริยัติธรรมของท่าน จึงต้องยุติลง
แต่ด้วยความที่เป็นผู้มีใจใฝ่การศึกษา ท่านจึงหันมาศึกษาด้านสมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน ที่สำนักพระครูภาวนา วัดพระเชตุพนฯ และยังได้เป็นศิษย์รูปหนึ่งของสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) วัดมหาธาตุ ด้วย

เมื่ออายุครบ 21 ปี ในปีพ.ศ.2469 ได้กลับมาอุปสมบท ณ วัดพิกุลทอง โดยมี พระมงคลทิพย์มุนี เจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสิทธิเดช วัดชนะสงคราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ เจ้าอธิการอ่อน วัดจำปาทอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “เขมังกโร” จากนั้นเดินทางกลับไปจำพรรษาที่วัดชนะสงคราม ศึกษาด้านพระปริยัติธรรมขั้นสูง ต่อมาทราบว่าที่ อ.บางระจัน มีพระอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมและวาจาศักดิ์สิทธิ์นัก ชื่อหลวงพ่อศรี เจ้าอาวาสวัดพระปรางค์ ท่านจึงเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาวิชาอาคมจนแตกฉาน และเป็นที่โปรดปรานของพระอาจารย์ยิ่ง
ปีพ.ศ.2473 อาจารย์หยด พวงมะสิต เจ้าอาวาสวัดพิกุลทอง ลาสิกขา ชาวบ้านพิกุลทองและจำปาทองจึงนิมนต์ท่านให้รับตำแหน่งในปี พ.ศ.2474 ซึ่งขณะนั้นอายุเพียง 26 ปี ต่อมาได้รับการแต่งตั้งสมณศักดิ์ เรื่อยมา สมณศักดิ์สุดท้ายได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นกรณีพิเศษ ในโอกาสเสด็จครองราชย์ครบ 50 ปี เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ ‘พระธรรมมุนี’
บำเพ็ญสาธารณประโยชน์อย่างอเนกอนันต์ ได้อุทิศเวลาส่วนใหญ่ ให้แก่ประชาชนผู้เดือดร้อนและตกทุกข์ได้ยาก เปรียบดั่งร่มโพธิ์ ร่มไทร เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของสาธุชนโดยถ้วนทั่ว จวบจนท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 10 ก.พ.2542 สิริอายุ 94 ปี
หลวงพ่อแพเริ่มสร้างพระเครื่องมาตั้งแต่ ปีพ.ศ.2482 ซึ่งล้วนทรงพุทธคุณเป็นที่นิยมสะสมทั้งสิ้น สำหรับ “พระสมเด็จทองเหลือง” นั้น นับเป็นพระสมเด็จรุ่นแรก สร้างขึ้นในปีพ.ศ.2494 ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ ‘พระครูศรีพรหมโสภิต’ โดยจำลองแบบพิมพ์จาก ‘พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม’ ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ซึ่งท่านเคารพนับถืออย่างสูง จัดสร้างเป็นเนื้อทองเหลืองแบบเนื้อขันลงหิน มีลักษณะพิเศษคือ จะปรากฏเกล็ดทองทั่วองค์พระ
พระสมเด็จทองเหลืองมี 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ลึกและพิมพ์ตื้น ลักษณะเป็นพระเครื่องแบบหล่อโบราณ รูปทรงสี่เหลี่ยม ด้านหน้า เป็นรูปจำลององค์พระประธานประทับนั่ง แสดงปางสมาธิ เหนืออาสนะฐานบัว ภายในซุ้มครอบแก้ว มีฐานบัลลังก์รองรับ 2 ชั้น ระหว่างฐานทั้งสองจะมีเส้นฐานแซม พระพักตร์แบบผลมะตูม พระเกตุมาลาเป็นต่อม รัศมีเป็นดอกบัวตูม พระกรรณยาว พระอุระปรากฏเส้นสังฆาฏิชัดเจนและยาวลงมาจดพระหัตถ์ ส่วนด้านหลัง ตรงกลางเป็นยันต์ซ้อนกัน 3 ตัว เรียกว่า “ยันต์พุดซ้อน” ใต้ยันต์เป็นอักขระขอม 3 ตัว อ่านว่า “ช ย”