หลวงพ่อแฉล้ม วิริโย วัดพุทธประดิษฐ์ สารคาม

คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6

โดยเชิด ขันตี ณ พล

หลวงพ่อแฉล้ม วิริโย วัดพุทธประดิษฐ์ สารคาม – พระครูประดิษฐ์วิริยาภรณ์” หรือ “หลวงพ่อแฉล้ม วิริโย” เจ้าอาวาสวัดพุทธประดิษฐ์ อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม และเจ้าคณะอำเภอชื่นชม พระสงฆ์ที่ชาวมหาสารคามให้ความเลื่อมใสศรัทธา

หลวงพ่อแฉล้ม วิริโย

หลวงพ่อแฉล้ม วิริโย

ใช้ความรู้ความสามารถช่วยเหลือสังคม จัดตั้งศูนย์สงเคราะห์ผู้ติดยาเสพติดขึ้นที่วัด ให้ผู้ที่ต้องการเลิกยาเสพติด ด้วยการใช้สมุนไพรและการเสกเป่าบำบัดมายาวนานหลายสิบปี

ปัจจุบัน สิริอายุ 66 ปี พรรษา 46

มีนามเดิม แฉล้ม อุปนันท์ เกิดเมื่อปี พ..2496 ที่บ้านโพน ต.โพนทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม

อายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดพุทธประดิษฐ์ โดยมี พระครูสถิตวุฒิกร เจ้าคณะอำเภอเชียงยืน เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา วิริโย แปลว่า ผู้มีความเพียร

เดินทางไปศึกษาสำนักเรียนวัดบ้านบึงสำราญ จ.อุดรธานี เป็นเวลา 3 พรรษา และสอบได้นักธรรมเอก ในปี พ..2519 ก่อนเดินทางกลับมาจำพรรษาที่วัดพุทธประดิษฐ์ บ้านเกิด

จากผลงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา งานปกครองคณะสงฆ์ งานส่งเสริมการศึกษา ตลอดจนงานพัฒนาสาธารณูปการ ทำให้วัดพุทธประดิษฐ์กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งหนึ่งของ อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม

ด้วยการปฏิบัติหน้าที่งานปกครองคณะสงฆ์ในความรับผิดชอบ ไม่เคยบกพร่องแต่ประการใด พ..2529 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดพุทธประดิษฐ์ ต่อมาได้เป็นเจ้าคณะตำบลหนองซอน

..2532 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นตรี ในราชทินนามที่ พระครูประดิษฐ์วิริยาภรณ์ พ..2534 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นโท

กระทั่ง พ..2547 ได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นเอก ในราชทินนามเดิม หลวงพ่อแฉล้ม ได้อุทิศตนสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ติดยา เสพติด โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่พ..2536 หลวงพ่อได้ไปศึกษาวิชาการใช้สมุนไพรจากพระสงฆ์รูปหนึ่งที่ จ.ศรีสะเกษ

ต่อมา ได้เปิดศูนย์รับรักษาผู้ติดยาเสพติดที่วัดพุทธประดิษฐ์ ทำให้ผู้ติดยาจากทั่วประเทศ รวมไปถึงต่างประเทศ เดินทางมาขอบรับการรักษากันอย่างเนืองแน่น จนถึงปี พ..2547 มีผู้เข้ารับการรักษาเป็นจำนวนทั้งสิ้นกว่า 24,000 คน

หลวงพ่อแฉล้ม ใช้วิธีการรักษาโดยให้กินสมุนไพรผสมกับน้ำพระพุทธมนต์ กลายเป็นยาออกฤทธิ์ให้ผู้ติดยาเสพติด เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียนจนอาการค่อยทุเลาลง

หลวงพ่อแฉล้ม เล่าว่า ช่วงแรกที่เปิดรักษาคนไข้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ติดยาบ้า แต่ภายหลังรัฐบาลประกาศสงครามปราบปราม ทำให้สถิติผู้ติดยาบ้าที่มารักษาค่อยหมดไป ปัจจุบันญาติโยมที่มารักษาจะเลิกเหล้าเป็นส่วนใหญ่

นอกเหนือไปจากการรักษาด้วยยาสมุนไพรและน้ำพระพุทธมนต์ คนไข้จะต้องกล่าวสาบานต่อหน้าหลวงพ่อใหญ่พระประธานศักดิ์สิทธิ์อายุนับพันปีของวัด ว่าจะเลิกเด็ดขาดและไม่หวนกลับไปหาเสพสิ่งเสพติดอีกต่อไป

โดยหลวงพ่อจะเทศนาให้เห็นถึงพิษภัยของยาเสพติด ที่จะทำร้ายตัวเอง ส่งผลกระทบต่อสังคมส่วนรวมในวงกว้าง

สำหรับตัวเลขผู้มารับการรักษา บรรดาญาติโยมได้แจ้งตอบกลับมาว่า กว่าร้อยละ 90 เลิกเสพยาได้อย่างสิ้นเชิง ส่วนคนไข้ที่หวนกลับไปเสพยาอีกครั้ง ปรากฏว่ามีหลายรายผิดคำสาบานที่ให้ไว้กับหลวงพ่อใหญ่ ทำให้เกิดความกระวนกระวาย อยู่ไม่เป็นสุข ต้องขมาลาโทษต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และขอกลับมารับการรักษาใหม่อีกครั้ง

ส่วนปัจจัยที่ได้จากการรักษาคนไข้ นำปัจจัยไปใช้ประโยชน์ส่วนรวม

ในการพัฒนาศาสนสถานภายในวัดให้เจริญรุ่งเรืองขึ้น อาทิ อุโบสถ กุฏิ หอระฆัง ศาลาการเปรียญ รวมไปถึงศูนย์รับรักษาผู้ติดยาเสพติดที่วัดพุทธประดิษฐ์ เป็นต้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน