วัดบูรพารามพุทธาภิเษก ‘หลวงพ่อพระพุทธมั่งคั่ง’
วัดบูรพารามพุทธาภิเษก – “วัดบูรพาราม” หรือ “วัดส่องใต้” ตั้งอยู่เลขที่ 2215 ชุมชนส่องใต้ ถนนนครสวรรค์ ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่กว่า 8 ไร่
ได้รับวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 22 ต.ค. พ.ศ.2513
ปัจจุบัน พระครูสุตบูรพาภิมณฑ์ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบูรพาราม

สำหรับวัดบูรพาราม (ส่องใต้) นับเป็นวัดที่เก่าแก่อีกวัดหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม ก่อตั้งมาพร้อมกับการตั้งชุมชนบ้านส่อง เมื่อกว่าร้อยปีที่ผ่านมา

สิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่คู่กับวัดแห่งนี้ คือ “หลวงพ่อพระพุทธมั่งคั่ง” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 14 นิ้ว สูง 22 นิ้ว รวมฐานจะสูง 37 นิ้ว เป็นศิลปะลาว สกุลช่างหลวงพระบาง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอาณาจักรล้านช้าง อายุราวพุทธศตวรรษที่ 21-23 สมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ขณะเป็นกษัตริย์ครองเมืองหลวงพระบาง ต่อมาถูกพม่ายกทัพมาตีเมืองหลวงพระบาง พระองค์ได้อพยพผู้คนลงมาตั้งเมืองใหม่ ชื่อ เวียงจันทน์บุรีศรีสัตนาค การอพยพครั้งนี้ได้มีการนำหลวงพ่อพระพุทธมั่งคั่ง รวมทั้งพระพุทธรูปอื่นมาด้วย
ราวปี พ.ศ.2233 หลังการสวรรคตของพระเจ้าสุริยวงษา เกิดจลาจลชิงราชสมบัติเมืองเวียงจันทน์ ขุนนางผู้ใหญ่ยึดอำนาจได้สำเร็จ ทำให้พระนางสุมังคละ ราชธิดาของพระเจ้าสุริยวงษาหนีออกไปขอความช่วยเหลือจากหลวงพ่อวัดโพนสะเม็ก ซึ่งชาวเวียงจันทน์ให้ความเคารพศรัทธาอย่างยิ่ง
หลวงพ่อวัดโพนสะเม็กพิจารณาเห็นว่าเป็นคราวเคราะห์กรรมของบ้านเมือง จึงได้พาพระนางสุมังคละและญาติโยมทั้งบริวารอพยพออกจากเวียงจันทน์พร้อมพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จำนวนหนึ่ง ซึ่งมีหลวงพ่อพระพุทธมั่งคั่งรวมอยู่ด้วย ลงมาตามลุ่มน้ำโขงและตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นครจำปาสัก
ต่อมาได้แบ่งผู้คนออกไปตั้งเป็นชุมชนสำคัญๆ อาทิ อาจารย์แก้ว หรือ เจ้าแก้วมงคล ไปตั้งเมืองที่บ้านทุ่ง ต่อมากลายเป็นเมืองสุวรรณภูมิ (ปัจจุบันคือ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด) เมื่อประชากรมากขึ้นได้แยกย้ายกันออกไปตั้งเป็นเมืองร้อยเอ็ด เมืองมหาสารคาม เป็นต้น

ประมาณปี พ.ศ.2345 ได้มีชาวบ้านจากบ้านหนองบัวและหมู่บ้านใกล้เคียงแถบเมืองสุวรรณภูมิ ประมาณ 18 ครอบครัว มีพระสงฆ์ชื่อหลวงพ่อใต้ พร้อมอัญเชิญหลวงพ่อพระพุทธมั่งคั่งมาด้วยอพยพหนีความแห้งแล้ง ย้ายทำมาหากินที่อุดมสมบูรณ์
จนมาถึงบริเวณเนินสูงใกล้ห้วยคะคางจึงตั้งชุมชนขึ้นที่นี่ ซึ่งบริเวณนั้นมีต้นคอแมด จึงเรียกชื่อ บ้านแมด แต่ต่อมาได้เกิดโรคระบาด ผู้คนล้มตายจำนวนมาก จึงได้อพยพมาตั้งอยู่ที่แห่งใหม่ซึ่งเป็นบ้านส่อง หรือชุมชนส่องเหนือชุมชนส่องใต้ เขตเทศบาลเมืองมหาสารคามในปัจจุบัน
พระครูสุตบูรพาภิมณฑ์เล่าว่า หลวงพ่อพระพุทธมั่งคั่งประดิษฐานอยู่ที่วัดบูรพารามแห่งนี้ ช่วงแรกไม่ได้ชื่อว่าหลวงพ่อพระพุทธมั่งคั่ง เดิมชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อขี้ครั่ง เนื่องจากสีผิวขององค์หลวงพ่อจะออกดำคล้ายสีครั่ง ต่อในปีพ.ศ.2559 ได้มีการขอให้ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหาสารคามศึกษาพุทธศิลป์ของพระพุทธรูปองค์นี้ ทางญาติโยมชาวบ้านส่องใต้และรวมทั้งคณะสงฆ์เห็นว่าควรตั้งชื่อพระพุทธรูปองค์นี้ใหม่เพื่อความเป็นมงคลว่า “หลวงพ่อพระพุทธมั่งคั่ง” หมายถึงความมั่งคั่งมั่งมีศรีสุข
ในปี พ.ศ.2558 วัดบูรพาราม (ส่องใต้) ก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ทดแทนหลังเก่า ขณะนี้การก่อสร้างพระอุโบสถแล้วเสร็จไปกว่าร้อยละ 90 สิ้นค่าก่อสร้างกว่า 15 ล้านบาท

เพื่อให้การก่อสร้างอุโบสถสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ วัดพร้อมญาติโยมชุมชนส่องใต้ จึงได้จัดงานเททองหล่อหลวงพ่อพระพุทธมั่งคั่ง หน้าตัก 109 นิ้ว และพิธีพุทธาภิเษก เพื่อประดิษฐานเป็นพระประธานภายในอุโบสถหลังใหม่ โดยจำลองพุทธศิลป์จากหลวงพ่อพระพุทธมั่งคั่ง
นอกจากนี้ ยังได้สร้างพระบูชาพระพุทธมั่งคั่งขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว 5 นิ้ว และ 2 นิ้ว เพื่อเปิดให้พุทธศาสนิกชนได้เช่าบูชานำรายได้สมทบทุนก่อสร้างพระอุโบสถให้แล้วเสร็จ

พิธีเททองหล่อพระประธานหลวงพ่อพระพุทธมั่งคั่ง และพิธีพุทธาภิเษก จัดขึ้นที่ลานด้านหน้าอุโบสถวัดบูรพาราม (ส่องใต้) เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2562 ที่ผ่านมา พิธีเริ่มในช่วงเช้า พระเทพสารคามมุนี อดีตเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม ประธานฝ่ายสงฆ์ จุดเทียนชัย พระครูสารกิจประยุติ หรือ หลวงตากาบ รองเจ้าคณะอำเภอเมืองมหาสารคาม ดับเทียนชัย ส่วนประธานฝ่ายฆราวาสประกอบด้วย นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ และนพ.ไพบูลย์ อัศวธนบดี
ผู้ที่มีความประสงค์ร่วมทำบุญเช่าบูชาหลวงพ่อพระพุทธมั่งคั่ง สมทบทุนก่อสร้างพระอุโบสถวัดบูรพาราม (ส่องใต้)
สอบถามที่เจ้าอาวาส โทร.08-7235-1793, 08-8548-8858, 08-6232-7913