พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เปิดกรุพระถ้ำเสือวัดเขาดีสลัก
คอลัมน์ พระเครื่องคนดัง
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เปิดกรุพระถ้ำเสือวัดเขาดีสลัก – “บิ๊กแจ๊ด” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. และผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (นายก อบจ.ปทุมธานี) เปิดกรุพระเครื่องสิ่งที่บูชาคล้องคอติดตัวไปไหนมาไหนตลอดจนทุกวันนี้
นั่นคือ “พระถ้ำเสือวัดเขาดีสลัก จ.สุพรรณบุรี”
พล.ต.ท.คำรณวิทย์บอกเล่าย้อนไปเมื่อครั้งเป็นสารวัตรสืบสวนเมืองสุพรรณบุรี ว่า “เมื่อก่อนมีโจรเยอะ และผมไม่ได้แขวนพระห้อยคอ ช่วงนั้นเป็นสารวัตรใหญ่ดอนเจดีย์ มีคดีที่ลูกน้องเราซึ่งเป็นตำรวจ ยิงคนร้ายตายคาบ้าน ผมไปดูที่เกิดเหตุ บอกไม่ต้องห่วง กูช่วยมึง เพราะมึงมันไม่ผิด ยิงป้องกันตัว”
“ภายหลังลูกน้องคนนี้ รอดคดีก็มาหาช่วยงานที่ สภ.ดอนเจดีย์ ก่อนที่ผมจะย้ายมาอยู่ประตูน้ำจุฬาฯ วันหนึ่ง ลูกน้องคนนี้เข้ามาหาผม พาไปบ้าน ไปขุดดินเอาปี๊บที่ฝังดินไว้ขึ้น พระถ้ำเสือเต็มไปหมด มีทั้งองค์เล็ก องค์ใหญ่ หลายร้อยองค์ นำมาให้ผมหมด ผมถามได้มาอย่างไร ลูกน้องเล่าว่า ช่วงปีที่บวชอยู่ที่วัดเขาดีสลัก ทั้งวัดมีพระอยู่สองรูป เคยเดินขึ้นไปบนเขาและไปเจอถ้ำ หน้าปากถ้ำมีขี้ค้างคาว” ปัจจุบันเรียก “วัดเขาถ้ำเสือ”
“ลูกน้องเล่าต่อว่า ตอนนั้น โกยเอาขี้ค้างคาวไปขายทำปุ๋ย โกยอยู่เป็นปีโกยจนไปเจอแผ่นปิดโพรงอยู่ จึงเอาตะเกียงน้ำมันส่องดูพบว่าเป็นแผ่นลงอักขระแกะลวดลาย แกะออกแล้วกระทุ้งพื้นจนทะลุด้านล่างเป็นโพรงมีกรุพระถ้ำเสืออยู่มากมาย จึงนำปี๊บใส่ขนมโกยใส่แล้วเอาไปฝังดินไว้ ฝังมานาน 20 กว่าปี ฝังจนปี๊บผุ ส่วนแผ่นอักขระนั้นไปอยู่บนยอดเขาวัดถ้ำเสือ ซึ่งต่อมา นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี อัญเชิญไปประดิษฐานเป็นรอยพระพุทธบาทที่เก่าแก่ที่สุด ให้ประชาชนได้กราบสักการบูชา”
สำหรับ “พระถ้ำเสือ บิ๊กแจ๊ดกล่าวว่า ไม่มีพระเกจิอาจารย์รูปใดสร้างหรือทำไว้ แต่เป็นฤาษีสมัยก่อนสร้าง เคยได้รับคำแนะนำจากพี่ช้าง (ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) วิเคราะห์ว่า วัดเขาดีสลัก เป็นต้นตำรับพระพุทธศาสนา สมัยที่พ่อปู่พรหมนิมิต รวบรวมฤาษีทั้งหมดที่อยู่ตามป่าตามเขา ร่วมทำพิธีแกะสลักรอยพระพุทธบาทขึ้นมาเป็นพันกว่าปี และสร้างพระถ้ำเสือบรรจุไว้ใต้ถ้ำ หลังประกอบพิธี มีบางส่วนที่ฤๅษีเอาพระถ้ำเสือกลับไปด้วย”
“พระถ้ำเสือเมื่อถูกอากาศ สภาพเนื้อดินเผาที่ปั้น ก็จะมีสีที่แตกต่างกัน ตอนนี้บอกได้เลย ถ้าผมจะไปไหนจะต้องมีพระถ้ำเสือแขวนติดคอไปด้วยสร้างความมั่นใจ ที่บ้านยังมีพระที่สะสมไว้มีทั้งพระผงสุพรรณ พระเบญจภาคี พระซุ้มกอ”
“ผมเชื่อในพุทธคุณพระถ้ำเสือและก็พอมีเก็บสะสมไว้อยู่บ้าง มีหลายพิมพ์ พระถ้ำเสือกรุวัดเขาดีสลัก จ.สุพรรณบุรี นอกจากนี้ ที่คล้องคออีกหนึ่งองค์ คือ พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ ได้มาจากนายพิศาล เตชะวิภาค หรือ ต้อย เมืองนนท์ เซียนพระรุ่นใหญ่ รองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ฝ่ายบริหาร ซึ่งผมสั่งทำตลับพระเลี่ยมทองพิเศษ เปิดหน้า-เปิดหลังได้ เพื่อป้องกันคราบเหงื่อที่จะทำให้ผิวองค์พระสึกกร่อน ปกติจะมีพระเครื่องหลายองค์และหลายชุด แต่สร้อยห้อยคอ พระเครื่องจะต้องมีพระถ้ำเสือห้อยคออยู่ทุกพวง”
“การที่พกพาพระเครื่องติดตัวไว้ตลอดเวลาเพราะมีความเลื่อมใสศรัทธา และยังเป็นการช่วยเตือนสติตนเองให้ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท พุทธศาสนาสอนให้มนุษย์ทุกคนเป็นคนดี ประกอบแต่กรรมดี มีเมตตา เมื่อเราทำดีก็ต้องได้ดีกลับมา หากทำชั่วก็ต้องได้ชั่ว ผมเชื่อว่าหากเราทำดีแล้วพุทธคุณย่อมคุ้มครองแม้เข้าตาจนก็ยังแคล้วคลาดปลอดภัยเอาตัวรอดได้” พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวทิ้งท้าย