คอลัมน์ อริยะโลกที่6
เชิด ขันตี ณ พล
“หลวงปู่คำผล ธัมมโชโต” หรือ “พระครู วิสุทธิวรคุณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสามัคคีธรรม ต.แพง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม อดีตพระเกจิที่มีวัตรปฏิบัติดี มีชื่อเสียงปรากฏ
เกิดในสกุล เดชมุลตรี เมื่อวันอังคารที่ 20 พ.ค.2452 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีจอ บ้านโพนสว่าง ต.แพง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ครอบครัวทำไร่ทำนา
เมื่อครั้งเยาว์วัย เรียนจบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนโพธิ์ศรีธารามแล้ว จึงออกมาทำไร่ทำนาช่วยครอบครัวอยู่หลายปี
อายุครบบวชในปี พ.ศ.2474 อุปสมบทที่วัดวุฒิวราราม ต.แพง อ.โกสุมพิสัย มีพระครูโพธิ์ วัดสุวรรณาวาส บ้านวังยาว ต.วังยาว อ.โกสุม พิสัย เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สิงห์ วัดวุฒิวราราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์ทำ วัดศรีนวล เป็นพระอนุสาวนาจารย์
หลังอุปสมบท จำพรรษาอยู่ในวัดหมู่บ้าน และมุมานะศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยจนแตกฉานในเวลาอันรวดเร็ว สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก
ต่อมาย้ายไปอยู่จำพรรษาอยู่อีกหลายวัด เช่น วัดบ้านสวาง วัดบ้านสำโรง วัดโคกหมากเหลื่อม เป็นต้น
พ.ศ.2483 ชาวบ้านแพง นิมนต์มาอยู่จำพรรษาที่วัดชัยประสิทธิ์บ้านแพง เนื่องจากเห็นว่าเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมีปฏิปทาที่งดงาม อยู่ในศรัทธาชาวพุทธ
โดยเฉพาะน้ำพระพุทธมนต์และตะกรุดของท่าน มีความเข้มขลังครอบคลุมทุกด้าน ทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาด คงกระพัน
ด้วยหลวงปู่คำผล เป็นพระเกจิอีกรูปหนึ่งที่ได้ไปศึกษาเล่าเรียนวิทยาคมจากหลวงปู่ศรีธรรมศาสน์ แห่งวัดใต้โกสุม พระเกจิผู้โด่งดังแห่งภาคอีสานในยุคนั้น
หลังจากที่หลวงปู่คำผล มาอยู่จำพรรษาที่วัดบ้านเกิดได้เพียงปีเดียว ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัด พร้อมทั้งปฏิบัติหน้าที่เป็นครูสอนปริยัติธรรมประจำสำนักเรียนวัดชัยประสิทธิ์
แต่ด้วยอุปนิสัยของท่านรักในความสงบ ชมชอบการปฏิบัติกรรมฐาน พ.ศ.2495-2496 หลวงปู่คำผลได้ลงไปฝึกอบรมวิปัสสนากรรมฐานที่วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ
หลังจากเดินทางกลับถึงบ้านแพง ท่าน จึงตัดสินใจตั้งสำนักวิปัสสนา ณ บริเวณ ป่าโคกด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้าน และเจริญรุ่งเรืองในเวลาอันรวดเร็ว ภายหลังได้รับวิสุงคามสีมาเป็นวัดป่าสามัคคีธรรม
พ.ศ.2484 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลแพง พ.ศ.2493 เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ.2499 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นตรีที่พระครูวิสุทธิวรคุณ พ.ศ.2521 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครู ชั้นโท ในราชทินนามเดิม
ถึงแม้จะล่วงอายุเข้าสู่ปัจฉิมวัย แต่วัตรปฏิบัติของท่านยังคงเสมอต้นเสมอปลาย
หลวงปู่คำผล ไม่อาจหลีกหนีความจริงแห่งวัฏสงสาร ดังนั้น ในเดือนก.ค.2527 หลวงปู่เริ่มอาพาธด้วยโรคมะเร็งที่ตับ
เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหลายครั้ง แต่อาการของท่านไม่ดีขึ้น ร่างกายไม่ตอบสนองต่อการรักษา ทำให้อาการทรุดหนักลง
มรณภาพ เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2527 สิริอายุ 75 ปีพรรษา 53
หลังเก็บสังขารไว้นานเกือบ 20 ปี ได้จัดพิธีพระราชทานเพลิงอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 18-20 ม.ค.2545